
"ซีเทค บาย เคนท์" เติมช่องว่างตลาดสอนภาษา
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
เวลานี้กระแสตื่นตัวของการรวมประชาคมอาเซียนที่จะเกิดการค้าการลงทุนระหว่างกันอย่างเสรีมากขึ้น ทำให้ “ภาษา” กลายเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการติดต่อสื่อสารและค้าขายระหว่างกันในทุกระดับชั้น ตั้งแต่ผู้บริหารไปจนถึงพ่อค้าแม่ค้าแผงลอยทั่วไป
ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้ธุรกิจสถาบันสอนภาษาขยายตัวอย่างมาก และหนึ่งในนั้นก็มีสถาบันสอนภาษา City Technology by Kent Institute หรือเรียกสั้นๆ ว่า CTech by Kent (ซีเทค บาย เคนท์) สถาบันสอนภาษาน้องใหม่สัญชาติออสเตรเลีย เข้ามาทำการตลาดในประเทศไทย โดยนำการเรียนการสอนแนวใหม่ เน้นผู้เรียนเป็นหลักให้ลงมือปฏิบัติจริงแทนการท่องจำ อีกทั้งยังมีหลักสูตรปริญญาตรีภาษาอังกฤษจบภายใน 3 ปีด้วย
อานนท์ นัจสถาปนิก ผู้อำนวยการบริหารสถาบันซีเทค บาย เคนท์ (ประเทศไทย) เล่าว่า เดิมเคนท์ เป็นสถาบันระดับอาชีวะในประเทศออสเตรเลีย แต่เห็นว่าตลาดในเมืองไทยยังมีช่องว่างด้านการเรียนการสอน ที่ส่วนใหญ่จะเน้นให้ผู้เรียนท่องจำมากกว่า จึงตัดสินใจเข้ามาเปิดตลาดเพื่อเติมเต็มช่องว่างดังกล่าว หลังจากที่ได้รับการยอมรับและเป็นที่รู้จักในประเทศอาเซียนอย่างเวียดนาม เมียนมาร์ ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย โดยตั้งเป้าไว้ว่า ภายใน 2 ปีข้างหน้าจะขยับขึ้นมาอยู่ระดับท็อป 5 ของตลาดสถาบันสอนภาษาของเมืองไทย
สำหรับเป้าหมายท้าทายที่ตั้งไว้ อานนท์ กล่าวอย่างมั่นใจว่า สามารถเป็นไปได้อย่างแน่นอน เพราะมีหลักสูตรวิชาชีพและสร้างเสริมทักษะที่ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ให้ดำเนินการสอน 3 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรวิชาการออกแบบดิจิตอลมีเดียดีไซน์ หลักสูตรวิชาบริหารธุรกิจ และหลักสูตรภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสารสากล รวมถึงยังเปิดสอนวิชาพื้นฐานซึ่งเป็นหลักสูตรในรายวิชาชั้นปีที่ 1 ของมหาวิทยาลัยในประเทศออสเตรเลียให้กับผู้ที่ต้องการไปศึกษาต่อระดับมหาวิทยาลัยที่ต่างประเทศ และถือเป็นหลักสูตรปีพื้นฐาน
หากสำเร็จการศึกษาจากหลักสูตร Foundation Program ของสถาบัน จะสามารถเข้าศึกษาต่อระดับชั้นปีที่ 2 ของสถาบัน Kent Institute และสถาบันอุดมศึกษาต่างๆ ในออสเตรเลียโดยไม่ต้องสอบ ซึ่งเทียบได้ว่าเรียนชั้นปีที่ 1 ในประเทศไทย และไปเรียนต่อเนื่องอีก 2 ปีที่ออสเตรเลีย สามารถจบหลักสูตรปริญญาตรีภายใน 3 ปี
ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างการหาพันธมิตรสถาบันศึกษาในประเทศอังกฤษและนิวซีแลนด์เพิ่มเติม เพื่อขยายช่องทางให้ผู้เรียนสามารถไปเรียนต่อในอีก 2 ประเทศนี้ได้ด้วย เพราะจากการสำรวจพบว่า เด็กไทยนิยมเลือกไปเรียนต่อระดับปริญญาในประเทศเหล่านี้จำนวนมาก โดยคาดว่าน่าจะสามารถได้รับการรับรองในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปี 2557 ซึ่งจะทำให้ตลาดกว้างขึ้น
นอกจากหลักสูตรข้างต้นแล้ว สถาบันสอนภาษาแห่งนี้ยังเปิดสอนภาษาอังกฤษสำหรับบุคคลทั่วไป ซึ่งแต่ละห้องมีนักเรียนไม่เกิน 25 คน เพื่อให้สามารถดูแลได้อย่างทั่วถึง โดยมีครูสอนเป็นเจ้าของภาษา ใช้เทคนิคและวิธีการเรียนการสอนผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น การแสดงละครเวที การทำอาหาร การเต้นรำ และการออกค่าย เพื่อให้ผู้เรียนเกิดความคุ้นชิน สามารถใช้ภาษาได้อย่างเป็นธรรมชาติมากที่สุด
อานนท์ เชื่อว่าแนวคิดของสถาบันที่ว่า “คิดต่าง คิดใหม่ คิดให้ตรงความต้องการของผู้เรียน” น่าจะตอบโจทย์และทำให้สถาบันสอนภาษาซีเทค บาย เคนท์ สามารถประสบความสำเร็จได้เหมือนกับสาขาอื่นในประเทศเพื่อนบ้าน







