
ขายหุ้นกู้1.5แสนล.
5เดือนเอกชนแห่ระดมทุนล็อกต้นทุนบริษัทกลางเล็กมีบทบาทมากขึ้น
5เดือนเอกชนแห่ระดมทุนล็อกต้นทุนบริษัทกลางเล็กมีบทบาทมากขึ้น
ภาคเอกชนแห่ออกหุ้นกู้ 5 เดือน ระดม 1.4 แสนล้าน บริษัทกลางเล็กสนใจมาก สมาคมตั้งเป้า 10 แห่งปีนี้
น.ส.อริยา ติรณะประกิจ รองผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย เปิดเผยว่า ภาพรวมการออกหุ้นกู้ของภาคเอกชนในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ถือว่ายังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งขณะนี้มีบริษัทเอกชนมาจดทะเบียนหุ้นกู้กับสมาคมรวมแล้วประมาณ 1 แสนล้านบาท และในเดือน พ.ค. มีมาขอจดทะเบียนเกือบ 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งยังไม่นับรวมหุ้นกู้ ทรู คอร์ปอเรชั่น (TRUE) ที่จะออกมูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท
“ในช่วงเกือบ 5 เดือน เอกชนออกหุ้นกู้แล้วเกือบ 1.4 แสนล้านบาท ทำให้เป้าหมายของสมาคมที่คาดหวังว่าทั้งปียอดหุ้นกู้จะอยู่ที่ระดับ 2.5 แสนล้านบาท ก็ยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย” น.ส.อริยา กล่าว
นอกจากนั้น ขณะนี้เริ่มเห็นสัญญาณการเข้ามาของบริษัทขนาดกลางและเล็กในการระดมทุนผ่านตลาดหุ้นกู้เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งช่วง 5 เดือนแรกมีบริษัทขนาดกลางและเล็กเข้ามาออกหุ้นกู้ประมาณ 4 บริษัทแล้วจากที่ตั้งเป้าว่าปีนี้น่าจะมีบริษัทขนาดกลางและเล็กมาออกหุ้นประมาณ 10 บริษัท ทั้งนี้ขนาดของการออกจะอยู่ในระดับ 300-500 ล้านบาทต่อราย
ทั้งนี้ การดำเนินนโยบายอย่างนี้เพื่อให้ธุรกิจได้รู้ว่ายังมีแหล่งเงินทุนที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินกู้จากภาคธนาคารพาณิชย์ ซึ่งอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหญ่ชั้นดี (MLR) จะอยู่ที่ประมาณ 7% แต่หุ้นกู้ของบริษัทขนาดเล็กและกลางจะอยู่ที่ 45% ถือว่ามีต้นทุนที่ถูกกว่ามาก
สำหรับบริษัทขนาดกลางและเล็กที่มาออกหุ้นกู้ เช่น บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย ขายหุ้นกู้ 320 ล้านบาท บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ วงเงิน 500 ล้านบาท บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH) ขายหุ้นกู้ 500 ล้านบาท
การออกหุ้นกู้ในขณะนี้เหมาะสมกับภาวะตลาดที่มีความต้องการซื้อเพื่อลงทุนสูงมาก และยังได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ดีเพราะแนวโน้มดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับต่ำ ทำให้ผู้ออกสามารถล็อกต้นทุนดอกเบี้ยคงที่ไว้ได้
นอกจากนี้ ตลาดยังคาดการณ์ว่าในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) วันที่ 29 พ.ค.นี้ จะมีการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงระหว่าง 0.25-0.5% จากปัจจุบันอยู่ที่ 2.75%
ขณะเดียวกัน การเข้ามาลงทุนของนักลงทุนต่างชาตินั้น เริ่มเห็นชัดเจนว่าชะลอตัวลงภายหลังจากที่ทางการเตรียมจะออกมาตรการมาดูแล โดยเฉพาะในส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นที่อาจจะมีการกำหนดระยะเวลาในการถือครอง ทำให้ยอดถือครองสุทธิของนักลงทุนต่างชาติปรับตัวลดลงมาประมาณ 2 หมื่นล้านบาท จาก ณ สิ้นเดือน เม.ย. ยอดถือครองตราสารหนี้สุทธิของนักลงทุนต่างชาติอยู่ที่ 8.7 แสนล้านบาท ก็ลดลงมาเหลือ 8.5 แสนล้านบาท ณ วันที่ 19 พ.ค. 2556
นอกจากนี้ จะเริ่มเห็นว่าเม็ดเงินลงทุนที่เข้ามานั้นจะเข้ามาลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุยาวขึ้น ไม่ได้เข้ามาไถ่ถอนตราสารอายุสั้นเหมือนช่วงที่ผ่านมา
“เริ่มเห็นการระมัดระวังในการเข้ามาของนักลงทุนต่างชาติมากขึ้น ภายหลังจากที่ทางการเตรียมจะออกมาตรการมาควบคุม” น.ส.อริยา กล่าว







