
คาดบาทอ่อน ตาม QE ชะลอและมติของ กนง.
สัปดาห์นี้ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 29.8030.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และยังมีแนวโน้มอ่อนค่า โดยช่วงนี้เงินบาทผันผวนตามคาดการณ์ว่าสหรัฐอาจจะชะลอการใช้มาตรการ QE ในอนาคต จากถ้อยแถลงของนายเบน เบอร์แนนคี ที่เปิดโอกาสในการชะลอการเข้าซื้อพันธบัตรหากเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวได้ดี
สัปดาห์นี้ทางสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 29.8030.30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และยังมีแนวโน้มอ่อนค่า โดยช่วงนี้เงินบาทผันผวนตามคาดการณ์ว่าสหรัฐอาจจะชะลอการใช้มาตรการ QE ในอนาคต จากถ้อยแถลงของนายเบน เบอร์แนนคี ที่เปิดโอกาสในการชะลอการเข้าซื้อพันธบัตรหากเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวได้ดี
นอกจากนี้ สภาพัฒน์รายงานจีดีพีในไตรมาสแรกที่ขยายตัวต่ำกว่าที่คาดการณ์มาก ได้ช่วยเสริมมุมมองว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะมีมติลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในการประชุมสัปดาห์นี้ โดยปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศอาจกดดันให้เงินบาทอ่อนค่าลงไปในระยะหนึ่ง
ทั้งนี้ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาค่าเงินบาทแตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 4 เดือน ที่ 30.08 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ท่ามกลางแรงซื้อเงินเหรียญสหรัฐจากนักลงทุนต่างชาติ หลังถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กระตุ้นการคาดการณ์ว่าเฟดอาจชะลอโครงการซื้อพันธบัตรภายในปีนี้ ขณะที่ ข้อมูล PMI ภาคการผลิตของจีนสะท้อนการหดตัวในเดือน พ.ค. กดดันให้สกุลเงินเอเชียและเงินบาทอ่อนค่าลง
อนึ่ง ข้อมูลจีดีพีประจำไตรมาส 1/2556 ของไทยในช่วงต้นสัปดาห์ นอกจากจะเพิ่มความคาดหวังต่อสัญญาณผ่อนคลายจาก กนง.แล้ว ยังเป็นปัจจัยลบของเงินบาทด้วยเช่นกัน ในวันพฤหัสบดีที่ 23 พ.ค. เงินบาทปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 29.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ เทียบกับที่เปิดตลาดเมื่อต้นสัปดาห์ที่ระดับ 29.83 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ด้านอัตราดอกเบี้ยตลาดเงินระยะสั้นค่อนข้างทรงตัว โดยธนาคารพาณิชย์มีการเตรียมสภาพคล่องเพื่อรองรับการเบิกถอนเงินสดของลูกค้าในช่วงปลายเดือน อัตราดอกเบี้ยอินเตอร์แบงก์ประเภทกู้ยืมข้ามคืน (Overnight) มีระดับหนาแน่นที่ 2.65% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน ส่วนอัตราผลตอบแทนถัวเฉลี่ยที่ประมูลได้ของธุรกรรมซื้อคืนพันธบัตรแบบทวิภาคี (Bilateral Repo) ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือน อยู่ที่ 2.75% ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ก่อน
สำหรับอัตราดอกเบี้ยในประเทศ ขณะนี้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำเฉลี่ยของธนาคารขนาดใหญ่ทรงตัวจากสัปดาห์ก่อน ระยะ 1 ปี อยู่ที่ 2.32% และ 2 ปี อยู่ที่ 2.6% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 2 ปี อยู่ที่ 2.71% ปรับขึ้นจาก 2.7% จากสัปดาห์ก่อนเล็กน้อย หุ้นกู้ตลาดรองที่มีปริมาณการซื้อขายมากในช่วงสัปดาห์นี้เป็นกลุ่มหุ้นกู้อายุ 57 ปี ซึ่งสำหรับหุ้นกู้ A ถึง A+ อัตราผลตอบแทนอยู่ระหว่าง 3.43.8% มีการเคลื่อนไหวลดลง 35 bps แต่สำหรับหุ้นกู้ A ถึง BBB+ อัตราผลตอบแทนอยู่ระหว่าง 3.64.9% เพิ่มขึ้น 23 bps ส่วนอัตราผลตอบแทนของกลุ่มอายุประมาณ 1 ปี ที่มีการซื้อขายปรับลดลง 24 bps จากสัปดาห์ที่ผ่านมา และหุ้นกู้ระยะสั้นที่มีอายุคงเหลือประมาณ 13 เดือน อัตราผลตอบแทนปรับตัวลงประมาณ 13 bps
ค่าเงินยูโร เปิดตลาดที่ระดับ 1.2809 ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเงินยูโรปรับแข็งค่าเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ หลังจากที่มีแถลงการณ์ของนายเบอร์แนนคี ประธานเฟด ต่อคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ สภาคองเกรส เมื่อวันพุธที่ผ่านมา บ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้ที่เฟดจะลดขนาดของ QE ลงในการประชุมครั้งต่อๆ ไปหากเศรษฐกิจเห็นการปรับตัวที่ดีขึ้นมาก เป็นแรงกดดันเงินยูโรอย่างต่อเนื่อง ณ วันพฤหัสบดี อยู่ที่ 1.288 ยูโร/เหรียญสหรัฐ
ค่าเงินเยน เปิดตลาดที่ระดับ 102.94 เงินเยนปรับแข็งค่าเมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ และเคลื่อนไหวในกรอบ 100.82103.56 ซึ่งกว้างกว่าสัปดาห์ก่อน ในวันจันทร์ที่ผ่านมา เงินเยนหลุดจากแนวโน้มการอ่อนค่า หลังจากที่รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น นายอากิระ อามาริ แสดงความเห็นว่า การแข็งค่าของเงินเยนในระดับที่มากไปกว่านี้จะส่งผลลบต่อคนญี่ปุ่นเอง ณ วันพฤหัสบดี อยู่ที่ระดับ 101.68 เยน/เหรียญสหรัฐ







