
ทัพอาหาร-เครื่องดื่มไทยลุยอาเซียน
รอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีงานไทยเฟ็กซ์ ซึ่งถือเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มครั้งใหญ่ของไทย จัดขึ้นที่เมืองทองธานี มีบริษัทเข้าร่วมกว่า 1,100 บริษัท
รอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีงานไทยเฟ็กซ์ ซึ่งถือเป็นงานแสดงสินค้าอาหารและเครื่องดื่มครั้งใหญ่ของไทย จัดขึ้นที่เมืองทองธานี มีบริษัทเข้าร่วมกว่า 1,100 บริษัท โดยมีนักธุรกิจต่างชาติเข้าร่วมงานกว่า 2.56 หมื่นคน และผู้บริโภคทั่วไปกว่า 6.7 หมื่นคน บรรดาผู้ประกอบการต่างใช้เวทีดังกล่าวเป็นบันไดเพื่อปั้นแบรนด์สินค้าไทยสู่อาเซียนก่อนไต่ไปถึงระดับโลก
ในงานนี้ วสิษฐ แต้ไพสิฐพงษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือเบทาโกร ผู้ดำเนินธุรกิจอาหารแปรรูปเบทาโกร กล่าวว่า บริษัทวางแผนรุกตลาดอาเซียนมากขึ้น โดยจะมุ่งสินค้าเกษตร ฟาร์มเลี้ยงสัตว์ อาหารสัตว์ เพื่อปูฐานเข้าทำตลาดอาหารภายในประเทศนั้นๆ ล่าสุดได้ลงทุน 1,000 ล้านบาท สร้างฟาร์มเลี้ยงสัตว์ที่กัมพูชา รวมทั้งส่งออกสินค้าแปรรูปไปยังกัมพูชา ลาว เวียดนาม และเมียนมาร์ แล้ว
เช่นเดียวกับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ โดย วิทวัส ตันติเวสส รองกรรมการผู้จัดการบริหารด้านการตลาด กล่าวว่า บริษัทได้เร่งสร้างแบรนด์และความปลอดภัย โดยเข้าไปทำตลาดอาหารแปรรูปในฟิลิปปินส์ ลาว กัมพูชา จากก่อนหน้าเข้าไปในสิงคโปร์และมาเลเซีย ถือว่าเป็นระดับรีจินัลแบรนด์แล้ว ก่อนจะไต่เป็นฐานสู่ตลาดระดับโลก
แข่งดุทีวีดิจิตอลช่องเอชดี
บรรดาผู้ประกอบการทีวีรายเดิมและรายใหม่แสดงความสนใจเข้าร่วมประมูลโทรทัศน์ระบบดิจิตอลประเภทธุรกิจ 24 ช่อง แบ่งเป็นช่องทั่วไปคมชัดสูง หรือเอชดี 7 ช่อง ช่องสแตนดาร์ด หรือเอสดีทั่วไป 7 ช่อง ช่องข่าว 7 ช่อง ช่องเด็ก 3 ช่อง ที่มีความชัดเจนแล้วว่าจะประมูลเดือน ก.ย.นี้
เอนก เพิ่มวงศ์เสนีย์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท กล่าวว่า บริษัทจะเข้าประมูลทีวีดิจิตอล 3 ช่อง ตามแผนงานเดิมด้วยงบ 5,0006,000 ล้านบาท โดยช่องที่บริษัทสนใจคือ ช่องเอชดี 1 ช่อง กับ 2 ช่องเอสดี เพื่อทำช่องวาไรตี้กับข่าวและช่องเด็ก ขณะที่กลุ่มผู้ผลิตเนื้อหาป้อนรายการทีวี ปัญญา นิรันดร์กุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ กล่าวว่า จะเข้าประมูล 2 ช่อง คือ ช่องวาไรตี้และช่องเด็ก/ครอบครัว โดยเตรียมงบไว้ 300400 ล้านบาท
ด้านกลุ่มทุนนอกวงการทีวีที่น่าจับตา คือ กลุ่มโทรคมนาคม เช่น กลุ่มอินทัช เตรียมงบ 3,000 ล้านบาท ประมูล 2 ช่อง คือ ช่องทั่วไปและช่องเด็ก ส่วนสามารถคอร์ปอเรชั่น ระบุว่า จะจับมือกับพันธมิตรประมูลทีวีดิจิตอล 1 ช่อง ประเภทช่องข่าว
ค่ายมือถือโต้บริการ 3จี ไม่ช้า
จากปัญหาการร้องเรียนความเร็ว 3จี ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ส่งผลให้ค่ายมือถืออย่าง เอไอเอส ดีแทค ออกโรงแจงว่า 3จี ความเร็วตามกำหนด เริ่มจาก สมชัย เลิศสุทธิวงศ์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอส กล่าวว่า บริการ 3จี บนคลื่นความถี่ 2100 เมกะเฮิรตซ์ ของเอไอเอส มีความเร็วสูงสุด 42 เมกะบิตต่อวินาที และไม่ต่ำกว่า 384 กิโลบิตต่อวินาที ตามมาตรฐานที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช.กำหนด ซึ่งความเร็วในการใช้งานของผู้ใช้แต่ละรายขึ้นอยู่กับแพ็กเกจที่เลือกใช้ เช่น หากเลือกใช้บริการ 299 บาท ก็มีการใช้ 3จี ในปริมาณที่จำกัดกว่าแพ็กเกจ 899 บาท
ปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า ดีแทคมั่นใจว่าบริการ 3จี ที่ให้กับลูกค้านั้นจะไม่ช้ากว่าที่ กสทช.กำหนดแน่นอน โดยดีแทคมีมาตรฐานความเร็วต่ำสุดที่ 1 เมกะบิตต่อวินาที ในช่วงเวลาที่มีการใช้งานหนาแน่น (พีก) ดังนั้นหากความเร็วในการใช้งานช้าลงในบางช่วง โดยเฉพาะช่วงพีกอาจเกิดจากคนใช้มาก ซึ่งดีแทคได้เตรียมปรับปรุงสถานีฐานเพื่อรองรับ
คอมมูนิตี้มอลล์ผุดเป็นดอกเห็ด
ธุรกิจคอมมูนิตี้มอลล์เป็นอสังหาอีกรูปแบบที่ไม่หวั่นภาวะฟองสบู่ ซึ่ง สุรเชษฐ กองชีพ ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายวิจัย บริษัท คอลลิเออร์ส อินเตอร์ เนชั่นแนล ประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ มีพื้นที่พาณิชยกรรมที่สร้างเสร็จและเปิดให้บริการรวม 2.75 หมื่น ตร.ม. โดยพื้นที่ทั้งหมดมาจากค้าปลีกแบบคอมมูนิตี้มอลล์ ส่วนภาพรวมอุปาทานใหม่ของพื้นที่พาณิชยกรรมที่จะแล้วเสร็จในปีนี้ รวมแล้วมากกว่า 2.84 แสน ตร.ม. ส่วนใหญ่ยังคงเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล
สำหรับอุปาทานใหม่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง กำหนดเสร็จสิ้นปีนี้โดยเป็นศูนย์การค้าประมาณ 1,317 แสน ตร.ม. และคอมมูนิตี้มอลล์อีกประมาณ 1.52 แสน ตร.ม. ส่งผลให้พื้นที่รวมของคอมมูนิตี้มอลล์ ณ สิ้นปี 2556 จะมีมากถึง 8.56 แสน ตร.ม ขึ้นมาเป็นอันดับสองของตลาดพื้นที่พาณิชยกรรมในกรุงเทพฯ







