posttoday
เร่งผู้ส่งออกปรับตัวสู้ออร์เดอร์สั้น

เร่งผู้ส่งออกปรับตัวสู้ออร์เดอร์สั้น

26 พฤษภาคม 2556

ส.อ.ท.แนะผู้ส่งออกบริหารการผลิต ขยายตลาดอาเซียนเพิ่ม รับมือลูกค้าตะวันตกสั่งออร์เดอร์สินค้าสั้นลง

ส.อ.ท.แนะผู้ส่งออกบริหารการผลิต ขยายตลาดอาเซียนเพิ่ม รับมือลูกค้าตะวันตกสั่งออร์เดอร์สินค้าสั้นลง

นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ขณะนี้ผู้นำเข้าในต่างประเทศ โดยเฉพาะในยุโรปมีการบริหารสต๊อกสินค้าที่เปลี่ยนไปตามความต้องการสินค้าที่ลดลง และความไม่แน่นอนของผู้บริโภคในช่วงที่เศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว

ทั้งนี้ คู่ค้ามีการสั่งสินค้า (ออร์เดอร์) ระยะเวลาที่สั้นลง เช่น จากเดิม 120 วัน เหลือ 90 วัน และในกรณีสินค้าบริโภค เช่น กลุ่มอาหาร จะเหลือเพียง 60 วัน หรือสั้นกว่า เพื่อลดความเสี่ยงมีสินค้าเหลือ และที่สำคัญคือธนาคารยุโรปปล่อยสินเชื่อสั้นลง เพราะความเสี่ยงในเศรษฐกิจยังสูง

นายวัลลภ กล่าวว่า ผู้ส่งออกไทยจะต้องบริหารการรับซื้อวัตถุดิบในประเทศเพื่อมาผลิตและส่งออกให้สอดคล้องกับพฤติกรรมการสั่งสินค้าที่เปลี่ยนไปของคู่ค้า เพราะหากบริหารไม่ดีอาจเกิดปัญหาวัตถุดิบและสินค้าเสื่อมคุณภาพลง และกระทบกับผลประกอบการได้ แต่หากผู้ประกอบการบริหารได้ก็จะทำให้ความสามารถทางการแข่งขันเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ จากการติดตามข้อมูลขณะนี้ พบว่าผู้ส่งออกไทยที่ปรับตัวได้ดียังอยู่ในกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่และขนาดกลางที่มีอำนาจต่อรองพอสมควร แต่ธุรกิจขนาดเล็กที่มีอำนาจต่อรองน้อยยังทำได้ลำบาก

“นอกจากยุโรปแล้ว คู่ค้าในสหรัฐก็เริ่มสต๊อกสินค้าสั้นลง แต่ยังไม่เท่ากับยุโรป และคาดว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างนี้ไปตลอด 2 ปีต่อจากนี้” นายวัลลภ กล่าว

ด้านนายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวว่า การสั่งออร์เดอร์ที่สั้นลงของคู่ค้าในต่างประเทศในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งมาจากการเลี่ยงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน เพราะในช่วงต้นปีค่าเงินบาทผันผวนอย่างมาก ดังนั้นผู้ประกอบการต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเงินบาทให้มีเสถียรภาพและสอดคล้องกับภูมิภาคและคู่แข่ง และควรมีมาตรการบรรเทาผลกระทบให้ผู้ประกอบการเฉพาะกลุ่ม เช่น ตั้งกองทุนเพื่อปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากค่าเงิน

ขณะที่นายสมมาต ขุนเศษฐ รองประธาน ส.อ.ท. กล่าวถึงผลกระทบของปัญหาออร์เดอร์สินค้าสั้นลงว่า ส่งผลต่อผู้ประกอบการส่งออกอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในกลุ่มสิ่งทอและอาหาร ซึ่งเป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจของยุโรปและสหรัฐที่ชะลอการใช้จ่ายลงและเชื่อว่าจะเป็นแบบนี้ไปอีก 1-2 ปีจนกว่าเศรษฐกิจจะดีขึ้น ดังนั้นทุกคนจะต้องมีการปรับตัวรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งการลดกำลังการผลิตลงหรือการขยายฐานลูกค้าในอาเซียนที่ยังมีกำลังซื้ออยู่บ้าง เพื่อเป็นการระบายสินค้าที่มีอยู่

“ปัจจุบันผู้ประกอบการไทยต้องเจอปัจจัยลบที่ส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจรอบด้านทั้งปัจจัยนอกประเทศจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น และปัจจัยในประเทศจากปัญหาค่าแรง 300 บาท ดังนั้นทุกคนจะต้องมีการปรับตัวเพื่อให้ธุรกิจเดินหน้าต่อไปได้” นายสมมาต กล่าว

ขณะเดียวกัน นายโชติโรจน์ วงศ์วรรณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลานนาเกษตรอุตสาหกรรม ผู้ผลิตและส่งออกอาหารแช่แข็ง กล่าวว่า บริษัทไม่ประสบปัญหาได้รับออร์เดอร์สั้นลง แต่กลับมีปัญหายอดขายรวมในไตรมาสแรกลดลงกว่า 10% เนื่องจากตอนนี้ตลาดหลักของบริษัทคือญี่ปุ่น ที่เงินเยนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินบาทไทยประมาณ 25% ซึ่งบริษัทพยายามปรับตัวด้วยการเปิดตลาดใหม่มากขึ้น แต่ไม่สามารถทำได้รวดเร็วและคงทดแทนญี่ปุ่นที่มีกำลังซื้อสูงได้ลำบาก

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร