
กล้องคอมแพกต์ร่วงหนักโดนสมาร์ทโฟนตี
นิคอนยอมรับพิษคนเห่อใช้สมาร์ทโฟนทำกล้องคอมแพกต์ดิ่งแรง หันรุกกล้องระดับกลางบนดันยอด
นิคอนยอมรับพิษคนเห่อใช้สมาร์ทโฟนทำกล้องคอมแพกต์ดิ่งแรง หันรุกกล้องระดับกลางบนดันยอด
นายเคนจิ คุมากิ ประธานบริษัท นิคอน เซลส์ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดกล้องถ่ายภาพปีนี้น่าจะลดลง 4% เหลือ 9,200 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมา ส่วนในแง่จำนวนกล้องจะลด 15% เหลือ 1 ล้านกล้อง จากเดิม 1.2 ล้านกล้อง เป็นผลจากสมาร์ทโฟนราคาถูกลง ทำให้คนที่เคยคิดซื้อกล้องคอมแพกต์หันไปซื้อสมาร์ทโฟนแทน เพราะนอกจากใช้โทรศัพท์ได้แล้ว ยังมีคุณสมบัติถ่ายรูปได้ดีด้วย และคาดว่าแนวโน้มการซื้อคอมแพกต์จะลดลงต่อเนื่องอีก 12 ปีจากนี้
อย่างไรก็ตาม กล้องประเภทอื่นยังเติบโต โดยคาดว่ากล้องดีเอสแอลอาร์โต 6% ส่วนมิลเลอร์เลส ซึ่งเป็นกล้องขนาดเล็กที่เปลี่ยนเลนส์ได้จะโต 45% สำหรับนิคอนคาดปีนี้จะมียอดขาย 4,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% จากปีก่อนที่มียอดขาย 3,461 ล้านบาท โดยจะเน้นบุกตลาดระดับกลางถึงบนมากขึ้น ทั้งตลาดกล้องดีเอสแอลอาร์ เลนส์ และกล้องมิลเลอร์เลส ขณะที่ผลการดำเนินงานปีที่ผ่านมา (รอบปีบัญชีบริษัท เม.ย. 2555มี.ค. 2556) ยอดขายโต 71% เพราะคนกลับมาซื้อกล้องและอุปกรณ์ทดแทนอุปกรณ์เก่าที่เสียหายไปช่วงน้ำท่วม
ทั้งนี้ แบ่งเป็นตลาดกล้องดีเอสแอลอาร์มีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มจาก 39% เป็น 45% กล้องมิลเลอร์เลส 25% ลดลงจากปีก่อนอยู่ที่ 27.6% เนื่องจากการแข่งขันสูง มีคู่แข่งในตลาดมากขึ้น ขณะที่กล้องคอมแพกต์มีส่วนแบ่งเพิ่มจาก 15.7% เป็น 20%
สำหรับแผนดำเนินงานปีนี้ ได้เตรียมงบไว้ 8% ของยอดขาย เพื่อขยายศูนย์บริการ รวมทั้งจัดกิจกรรมตลาด โดยจะขยายศูนย์บริการที่ จ.ขอนแก่น ทำให้บริษัทมีศูนย์บริการเพิ่มเป็น 4 แห่ง จากปัจจุบันมีที่กรุงเทพฯ 2 แห่ง เชียงใหม่ 1 แห่ง และมีแผนขยายศูนย์บริการที่ภาคใต้ 1 แห่ง พร้อมเพิ่มจัดงานนิคอนเดย์ จาก 2 เป็น 3 ครั้งต่อปีเพื่อขยายฐานตลาดลูกค้าต่างจังหวัดมากขึ้น จากปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าอยู่ในกรุงเทพฯ 60% ต่างจังหวัดเพียง 40%
ขณะที่การทำตลาดจะจัดกิจกรรม นิคอน เดย์ เพิ่มเป็นปีละ 3 ครั้ง จัดทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด นอกจากนี้จะจัดกิจกรรม นิคอน สคูล ให้ความรู้เรื่องกล้องกับนักเรียนให้ถี่ขึ้น เพื่อปลูกฝังแนวคิดตั้งแต่ยังอายุน้อย และสร้างการรับรู้จดจำในแบรนด์ โดยเดิมจะจัดกิจกรรม เดือนละ 2 ครั้ง ก็จะเพิ่มเป็น 4-5 ครั้ง







