posttoday
นิสสัน เอ็กซ์เทรล เอสยูวีสำหรับชีวิตในเมือง!!!

นิสสัน เอ็กซ์เทรล เอสยูวีสำหรับชีวิตในเมือง!!!

14 เมษายน 2553

ตลาดรถยนต์เอสยูวีในประเทศไทย แม้ช่วงหลังจะดูซบเซาไปบ้าง เนื่องจากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างภาษีครั้งใหญ่ แต่ก็ไม่ได้ทำให้ผู้ประกอบการที่ทำตลาดรถยนต์ประเภทนี้อยู่ยอมแพ้แต่อย่างใด และยังมีการส่งสินค้าใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะเมื่อมีสิทธิพิเศษทางด้านภาษี ก็ทำให้บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) ไม่ลังเลสักเล็กน้อย ในการเดินหน้านำเข้านิสสัน เอ็กซ์เทรล เอสยูวีรุ่นใหม่จากประเทศอินโดนีเซียเข้ามาจำหน่าย ผ่านเขตการค้าเสรีอาฟตา ทำให้ทำราคาได้แสนถูกเพียง 1.065 ล้านบาท พอๆ กับรถที่ผลิตในประเทศไทย

เอ็กซ์เทรลรุ่นใหม่มาพร้อมกับการออกแบบและพัฒนาตามแนวคิด เอ็กซ์คอนสตรักชัน ดีไซน์ ที่เน้นการผสานกันของความแข็งแกร่งและความโฉบเฉี่ยว บนตัวถังแบบ 5 ประตู ความยาว 4,630 มิลลิเมตร กว้าง 1,785 มิลลิเมตร สูง 1,685 มิลลิเมตร โดยมีระยะฐานล้อ 2,630 มิลลิเมตร บนโครงสร้างบนพื้นฐานรูปทรงเรขาคณิตแบบสี่เหลี่ยม

หน้าตาของรถดูเผินๆ เหมือนรถปิกอัพสักคัน ซึ่งหลายๆ คนที่เห็นทักว่าเอาปิกอัพมาขับหรือ แต่หากมองโดยรวมๆ ถือว่าเป็นรถที่หน้าตาบึกบึน คลาสสิก ไฟหน้าทรงเหลี่ยมดวงโต ถูกจัดวางในตำแหน่งที่สูงกว่ารุ่นเดิมเล็กน้อย กันชนหน้าใหม่พร้อมกระจังหน้าทรงเหลี่ยม ทำให้รถดูหรูขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ไฟท้ายออกแบบเป็นสี่เหลี่ยมตามแนวกรอบประตูหลัง ทำให้เห็นชัดเจนมากขึ้นในตอนกลางคืน

เปิดประตูกระโดดขึ้นไปนั่งในตำแหน่งผู้ขับขี่ เบาะที่นั่งออกแบบมารับตัวใช้ได้ นั่งขับนานๆ ยังไม่มีอาการเมื่อยให้เห็น ขณะที่เบาะที่นั่งด้านหลังรับกับหลังและช่วงขาของผู้โดยสารค่อนข้างดีกว่าเบาะหน้า เสียนิดเดียวที่วัสดุที่เอามาทำเบาะลื่นมันไปสักนิด ทำให้วางของบนเบาะไม่ค่อยได้เวลาขับขี่จริง

สิ่งที่แตกต่างจากรถรุ่นอื่นๆ ก็คือด้านห้องเก็บสัมภาระท้ายที่ใช้พลาสติกมาปูพื้น และใช้เป็นวัสดุของห้องเก็บสัมภาระทั้งหมด นิสสันคุยว่าเพื่อให้ง่ายต่อการทำความสะอาด ในกรณีที่จะนำอุปกรณ์ที่เปื้อนเลอะขึ้นมาไว้ในที่เก็บสัมภาระ

ช่องเก็บของแบ่งออกเป็น 2 ชั้น ด้านบนสามารถวางของที่มีความสูงได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าอยากเก็บของชิ้นเล็กชิ้นน้อย ก็มีที่เก็บของที่ซ่อนเอาไว้ด้านล่างโดยแบ่งออกเป็นสัดส่วนชัดเจน เสียอย่างเดียวว่าฝาปิดไม่ได้ล็อกไว้อย่างแน่นหนา พอวิ่งขึ้นสะพานทำให้มักมีเสียงปึงปังออกมาจากห้องสัมภาระอยู่บ่อยๆ

การออกแบบแผงคอนโซลหน้าเน้นความสปอร์ตแบบเรียบง่าย แต่โดดเด่นด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย หน้าจอเอ็มไอดีแสดงสถานะการทำงานระบบต่างๆ ของรถยนต์ ตกแต่งแผงหน้าปัดด้วยลายสีเงินเมทัลลิก ตกแต่งภายในด้วยโทนสีเข้มสลับดำ ทำให้มีความหรูหราแฝงอยู่ในที

มาที่เรื่องการขับขี่กันบ้าง เอ็กซ์เทรลรุ่นที่นำมาจำหน่ายในประเทศไทย ใช้เครื่องยนต์ MR20DE แบบ 4 สูบเรียง ทวินแคม 16 วาล์ว 2,000 ซีซี มาพร้อมระบบวาล์วแปรผันและเพลาถ่วงสมดุลเพื่อให้เครื่องยนต์เดินเรียบและลดการสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ในการขับขี่

รีดกำลังได้สูงสุด 136 แรงม้า ที่ 5,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 20.0 กก.ม. ที่ 4,400 รอบ/นาที มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติเอ็กซ์ทรอนิก ซีวีที ที่ช่วงหลังใช้ในรถนิสสันเกือบทุกรุ่น แต่ในรุ่นนี้เพิ่มโหมดที่ให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เองเข้ามา โดยล็อกอัตราทดเกียร์เอาไว้ 6 จังหวะ

เปลี่ยนเกียร์มาที่ D กดคันเร่งเบาๆ เสียงเครื่องยนต์ที่เคยดังเข้ามาในห้องโดยสารของรถรุ่นเดิมหายไป เครื่องเดินเงียบและไม่สั่นมากนัก ลองปล่อยให้รถพุ่งทะยานไปข้างหน้า อัตราการตอบสนองถือว่าไม่เลวร้าย สำหรับรถที่ไม่ได้ออกแบบมาเป็นรถที่วิ่งปรู๊ดปร๊าดอยู่แล้ว

ผลักคันเกียร์ไปข้างๆ ที่โหมดเกียร์ธรรมดา รถตัดเกียร์มาอยู่ที่เกียร์ 6 พร้อมพุ่งทะยานแบบกระชากค่อนข้างเร็ว ลองเปลี่ยนเกียร์ลงเพื่อเรียกอัตรา ตอนสนองถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่ดี สามารถเรียกพละกำลังออกมาได้อย่างต่อเนื่อง เหมาะสมกับการใช้งานในเมือง ที่ต้องนำรถมุดไปมุดมาบนท้องถนน

ทัศนวิสัยของรถค่อนข้างดี กระจกบานใหญ่รอบตัวทำให้มองเห็นทุกอย่างชัดเจน ตำแหน่งที่นั่งสูงกว่ารถยนต์นั่งปกติเล็กน้อย ทำให้มองเห็นถนนได้กว้างไกลกว่า ระบบช่วงล่างรับมือกับท้องถนนใน กทม.ได้ค่อนข้างดี

เสียงลมปะทะเริ่มเข้ามาในห้องโดยสารที่ความเร็วประมาณ 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไปแล้ว ท็อปสปีดทำได้เกิน 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ที่โหมดเกียร์ธรรมดา ยังไหลๆ ไปได้ แต่เนื่องจากรถค่อนข้างสูงทำให้เกิดอาการโคลงได้ง่ายกว่า ก็เลยถอนคันเร่งเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

อัตราการสิ้นเปลืองที่จับได้จากมาตรวัดที่มีมาให้ ในช่วง 34 วันของการทดสอบที่มีการขับขี่หลายรูปแบบมาก ทั้งเร่ง ทั้งชิล ทั้งมุดไปมุดมาตามท้องถนน มาตรวัดก็วิ่งสลับกันระหว่าง 911 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งถือว่าไม่เลวร้ายเลย สำหรับเอสยูวีน้ำหนักตัวตันครึ่งคันนี้

นิสสันเองคงไม่ได้หวังว่าลูกค้ากลุ่มที่ซื้อเอ็กซ์เทรลจะเอารถไปลุยป่าฝ่าดง เพราะเอาเข้ามาจำหน่ายแค่รุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อเพียงอย่างเดียว แต่หวังว่ากลุ่มลูกค้าที่เบื่อรถยนต์นั่งธรรมดา และต้องการรถไปลุยถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ มีน้ำท่วมขังของ กทม. จะมีทางเลือกใหม่ๆ เข้ามาให้บ้าง

เอ็กซ์เทรลก็เป็นตัวเลือกหนึ่งที่ผู้บริโภคที่อยากได้รถประเภทนี้ ไม่ควรมองข้ามและควรเข้ามาทดลองขับสักครั้ง ก่อนตัดสินใจว่าจะซื้อคันไหนดี!!!

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่