
บจ.mai ทำกำไรโต 54%
บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) สุดยอด 69 บริษัทมีกำไรสุทธิรวม 1,983 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.34% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) สุดยอด 69 บริษัทมีกำไรสุทธิรวม 1,983 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 54.34% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ชนิตร ชาญชัยณรงค์ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยว่า กำไรสุทธิที่เติบโตมาจากอัตรากำไรขั้นต้น (มาร์จิ้น) เพิ่มขึ้นเป็น 23.01% สูงกว่าในช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 19.43% แสดงถึงความสามารถบริหารต้นทุนการขาย และบริการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถึงแม้ว่ายอดขายรวมจะลดลง 1.43% เหลือจำนวน 24,862 ล้านบาท โดยกลุ่มธุรกิจที่มีกำไรเติบโตโดดเด่น ได้แก่ ธุรกิจซื้อมาขายไป (Trading) และธุรกิจในภาคการผลิต (Manufacturing)
สำหรับความกังวลด้านปัจจัยกดดันผลการดำเนินงานของบริษัทใน mai มาจาก ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น และการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำตามนโยบายของภาครัฐนั้น พบว่า ไม่ได้รับผลกระทบเรื่องค่าเงินเนื่องจากบริษัทส่วนใหญ่ทำธุรกิจในประเทศ ส่วนเรื่องค่าแรงขั้นต่ำนั้นมีผลโดยตรงต่อต้นทุน แต่บริษัทส่วนใหญ่ทยอยปรับตัวมาก่อนหน้านี้แล้ว
ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ได้สำรวจผลการดำเนินงานบริษัทใน mai พบว่า ประมาณ 1 ใน 4 ของบริษัทจดทะเบียนมีกำไรสุทธิต่อเนื่องอย่างน้อย 8 ไตรมาส นับตั้งแต่เข้าจดทะเบียน ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการปรับตัวและบริหารจัดการจากภาวะต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง ปัญหาอุทกภัย และนโยบายค่าแรง โดยมี บริษัท บิซิเนส ออนไลน์ (BOL) สามารถทำกำไรต่อเนื่องสูงสุด 9 ปี หรือ 36 ไตรมาส
ปัจจุบันมีบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ทั้งหมด 86 บริษัท ณ วันที่ 21 พ.ค. 2556 ดัชนี mai ปิดที่ระดับ 489.21 มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) 187,460 ล้านบาท
ด้าน สัญชัย เนื่องสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวเดอสมาร์ท (BSM ) ซึ่งเป็น 1 ในบริษัทใน mai กล่าวอย่างมั่นใจว่า บริษัทจะสามารถทำยอดขายได้ตามที่ตั้งเป้าไว้ในปีนี้ว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% ได้หลังจากไตรมาสแรกมีรายได้จากการขาย 129.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% และมีกำไรสุทธิ 5.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 61% เนื่องจากบริษัท มียอดขายทุกผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น และอัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เป็นตราสินค้าของบริษัท
บริษัทเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก่อสร้างตกแต่งภายในสำหรับสำนักงานและที่อยู่อาศัยครบวงจร ในไตรมาสแรกมีรายได้จากระบบผนังกั้นห้อง (Alloy) 42.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% ผลิตภัณฑ์ยิปซัมครบวงจร (Gypsum) สร้างรายได้ให้ 57.25 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% และระบบประตูหน้าต่าง (Fletcher) ที่มียอดรับรู้รายได้สูงสุด ทำให้มีรายได้ 17.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.08 ล้านบาท หรือคิดเป็นเติบโต 212%







