posttoday
การเลือกหุ้นเข้าพอร์ต

การเลือกหุ้นเข้าพอร์ต

22 พฤษภาคม 2556

สำหรับนักลงทุนที่ไม่ขยันทำการบ้าน การซื้อหุ้นตาม SET50 หรือ SET100 ซึ่งทางตลาดหลักทรัพย์จะประกาศรายชื่อหุ้นที่เข้าสู่การคำนวณปีละ 2 ครั้ง โดยแบ่งเป็น วันที่ 1 ม.ค.30 มิ.ย. และวันที่ 1 ก.ค.31 ธ.ค. ดาวน์โหลดรายชื่อหุ้นดังกล่าวได้จากเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ (www.set.or.th) ทั้งนี้หุ้นที่ถูกถอดออกไปราคาก็จะตกลง ขณะที่หุ้นใหม่ที่ถูกเลือกเข้าไป ราคาก็จะสูงขึ้น โดยหุ้นใน SET50 จะมีผลกระทบมากกว่า SET100 อาจเป็นเพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับหุ้นตัวใหญ่ โดยเฉพาะนักลงทุนสถาบันที่บริหารพอร์ตโดยอิงกับ SET50 ก็อาจจะมีการสับเปลี่ยนหุ้นในพอร์ตที่บริหารอยู่ตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์

สำหรับนักลงทุนที่ไม่ขยันทำการบ้าน การซื้อหุ้นตาม SET50 หรือ SET100 ซึ่งทางตลาดหลักทรัพย์จะประกาศรายชื่อหุ้นที่เข้าสู่การคำนวณปีละ 2 ครั้ง โดยแบ่งเป็น วันที่ 1 ม.ค.30 มิ.ย. และวันที่ 1 ก.ค.31 ธ.ค. ดาวน์โหลดรายชื่อหุ้นดังกล่าวได้จากเว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์ (www.set.or.th) ทั้งนี้หุ้นที่ถูกถอดออกไปราคาก็จะตกลง ขณะที่หุ้นใหม่ที่ถูกเลือกเข้าไป ราคาก็จะสูงขึ้น โดยหุ้นใน SET50 จะมีผลกระทบมากกว่า SET100 อาจเป็นเพราะนักลงทุนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับหุ้นตัวใหญ่ โดยเฉพาะนักลงทุนสถาบันที่บริหารพอร์ตโดยอิงกับ SET50 ก็อาจจะมีการสับเปลี่ยนหุ้นในพอร์ตที่บริหารอยู่ตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์

นอกจาก SET50 และ SET100 แล้ว ปัจจุบันยังมีอีก 2 Index คือ SET HD (SET High Dividend 30 Index) และ FTSE SET Index โดย SET HD เริ่มมีตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. 2554 โดยตลาดหลักทรัพย์จะเลือกหุ้นที่จ่ายปันผลดี ดูย้อนหลัง 3 ปี ส่วน FTSE SET Index ประกอบด้วย 6 ดัชนีย่อย อาทิ FTSE LARGE CAP ซึ่งประกอบด้วยหุ้น 30 ตัวแรกในกระดานหลัก โดยพิจารณาเรื่อง Free Float และสภาพคล่องในการซื้อ

ทั้ง SET HD และ FTSE SET INDEX เป็นการร่วมมือกันระหว่างตลาดหลักทรัพย์กับ FTSE ของ UK จะทบทวนรายชื่อปีละ 2 ครั้งในเดือน มิ.ย. และ ธ.ค. แต่ SET HD และ FTSE SET ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักในหมู่รายย่อยมากนัก การเปลี่ยนแปลงรายชื่อหุ้นใน 2 ดัชนีหลัง จะมีผลดีต่อราคาหุ้นน้อยมาก

ปัจจุบันหลายๆ บลจ.มีการออกกองทุนประเภท Passive Fund คือกองทุนที่ลงทุนโดยอิงตามดัชนี SET50 หลายกองทุนบริหารโดย บลจ.ซึ่งกองทุนประเภทนี้จะคิดค่าบริหารกองทุนในอัตราที่ต่ำกว่ากองทุนประเภท Active Fund ซึ่งผู้บริหารกองทุนจะต้องใช้สมองมากหน่อย ในการคัดเลือกหุ้นที่มีผลประกอบการดีมีอนาคตมาใส่ไว้ในพอร์ต ผมสังเกตเห็นทุกปีจะมีกองทุน Active Fund ที่สร้างผลตอบแทนแย่กว่า SET INDEX ส่วนกอง Passive Fund ควรจะสร้างผลตอบแทนพอๆ กับค่าการเปลี่ยนแปลงของ SET INDEX บวกกับอัตราเงินปันผล (Dividend Yield)

นอกจากนี้ ปีนี้เป็นปีแรกที่ผู้บริหาร บลจ.มาจับมือกัน ตกลงกันว่าต่อไปนี้จะไม่ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่ไม่มีบรรษัทภิบาลที่ดี ซึ่งผมสนับสนุนอย่างยิ่ง เพื่อโน้มน้าวให้ผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) จะได้ประพฤติตนอยู่ในกรอบปฏิบัติที่ดี ไม่สร้างความเสียหายให้กับนักลงทุน โดยเฉพาะรายย่อยที่ชอบลงทุนในหุ้นปั่น ซึ่งส่วนใหญ่ผู้บริหารของบริษัทเหล่านั้นน่าจะไม่มีบรรษัทภิบาล

ผมยังอยากให้ตลาดหลักทรัพย์เพิ่มดัชนีอีกตัว คือ ดัชนีบรรษัทภิบาล ซึ่งอาจจะเป็น 3 ดัชนีย่อย แบ่งเป็น Big Cap Mid Cap และ Small Cap โดยแต่ละดัชนีย่อยอาจจะมีหุ้นประมาณ 30 บริษัท เพื่อเป็นทางเลือกให้นักลงทุน โดยเฉพาะรายย่อยที่บางครั้งอาจจะหลงลงทุนในหุ้นปั่น

นอกจากดัชนีที่ตลาดหลักทรัพย์สร้างขึ้นมาแล้ว ยังมีดัชนีสากลที่นักลงทุนทั่วโลกใช้ดูเป็น Benchmark คือ ดัชนี MSCI (Morgan Stanley Capital International) สำหรับไทยมีดัชนี MSCI ที่นำไทยเข้าไปรวมใช้คำนวณในดัชนีทั้งหมด 29 ดัชนี เช่น ดัชนี MSCI Asia ex Japan เป็นต้น โดย MSCI ได้สร้างดัชนี MSCI Thailand โดยเลือกหุ้นตามเกณฑ์ของ MSCI เช่นตัวหุ้นที่ถูกเลือกจะต้องมี Free Float ขั้นต่ำ 15% และเมื่อคูณ Market Cap ด้วยค่าเปอร์เซ็นต์ของ Free Float แล้วต้องสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ซึ่งในไทยหุ้นที่จะเข้าเกณฑ์ต้องมี Market Cap ขั้นต่ำ 250 ล้านเหรียญสหรัฐ เป็นต้น นอกจากนั้นหุ้นไทยก็ยังถูกคัดเลือกไปใส่ไว้ใน MSCI Global Small Cap อีกด้วย โดยหุ้นล่าสุด 20 ตัว คือ ANAN, BMCL, EA, EASTW, GRAMMY, GUNKUL, JMART, KTC, MALEE, NPARK, OFM, OISHI, SAMTEL, SPCG, TED, THRE, UMI, UV, VGI และ WHA โดยจะมีผลวันที่ 1 มิ.ย.นี้ หุ้นที่ถูกคัดเลือกส่วนใหญ่ราคาจะดีดขึ้นหลังจากมีข่าวออก และหุ้นที่ถูกตัดออกก็จะมีราคาตกลง

ผมดูรายชื่อหุ้นที่ถูกคัดเข้าไปในรอบนี้แล้ว หลายตัวเป็นหุ้นที่ผมไม่สนใจเลย และบางบริษัทผลประกอบการยังแย่อยู่ ยังต้องรอลุ้นว่าผลประกอบการจะดีขึ้นหรือไม่ นักลงทุนท่านใดที่จะลงทุนในหุ้นตามดัชนี MSCI Global Small Cap ก็พิจารณาให้ดีด้วย ตาดีได้ตาร้ายเสียนะครับ

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร