posttoday
รายงานพิเศษ:เปิดใจทหารเหยื่อเหตุปะทะ10เมษา

รายงานพิเศษ:เปิดใจทหารเหยื่อเหตุปะทะ10เมษา

13 เมษายน 2553

ทหารได้รับคำสั่งไม่ให้ตอบโต้ไม่มีอาวุธ มีแต่โล่ป้องกันเท่ากับถูกกระทำอย่างเดียว ที่สำคัญคือภาวะกดดันที่ถูกทำร้ายจากคนไทยด้วยกัน

ทหารได้รับคำสั่งไม่ให้ตอบโต้ไม่มีอาวุธ มีแต่โล่ป้องกันเท่ากับถูกกระทำอย่างเดียว ที่สำคัญคือภาวะกดดันที่ถูกทำร้ายจากคนไทยด้วยกัน

โดย วันพรรษา อภิรัฐนานนท์

เชื่อว่าทุกคนที่ติดตามดูข่าวสถานการณ์สลายกลุ่มผู้ชุมนุม จากหน้าจอโทรทัศน์ เมื่อวันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมา คงจำภาพนายทหารผู้หนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บร้ายแรงที่บริเวณใบหน้า

จากนั้นถูกผู้ก่อเหตุความไม่สงบใช้ไม้ไผ่ปลายแหลม ทิ่มเสียบเข้าที่บริเวณลำคอเป็นบาดแผนฉกรรจ์ เขาถูกเพื่อนทหารลากไปตามพื้นก่อนจะได้รับการช่วยเหลือในเวลาต่อมา

เขาผู้นี้คือ จ่าสิบเอกไพศาล สมทิพย์

 

รายงานพิเศษ:เปิดใจทหารเหยื่อเหตุปะทะ10เมษา จ่าสิบเอกไพศาล สมทิพย์

“พี่วัติ พี่วัติ จ่าศาลถูกยิง!!!!”เสียงโทรศัพท์ระร่ำระลักจากเพื่อนของจ่าไพศาล ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ด้วยกันที่ถนนข้าวสารในคืนนั้น โทรไปแจ้งข่าวแก่ “ประวัติ สมทิพย์” ภรรยาของจ่าไพศาล ซึ่งรับโทรศัพท์ขณะนั้นด้วยหัวใจที่กระเด็นวูบ เธอเพิ่งเห็นภาพของสามีถูกลากไปกับพื้นที่กลางจอโทรทัศน์เมื่อสักครู่

น้ำตาไม่ไหล แต่ตั้งสติ บอกลูกรีบหารถเข้ากรุงเทพฯในคืนนั้น “เพื่อนเขาบอกว่า ถูกเอ็ม 79 ยิง แต่กระสุนไม่แตก ถากกรามจ่าไป แต่หมวกแตกยับหมด พอล้มลง ก็ถูกคนเอาไม้เสี้ยมปลายแหลมวิ่งมาเสียบที่คอ”

ประวัติเล่าถึงเหตุการณ์ในคืนนั้น หัวอกคนเป็นภรรยา เห็นสามีในทีวีแบบนั้น รู้สึกสยองใจอย่างบอกไม่ถูก  เดชะบุญได้เพื่อน ๆ ทหารช่วยกันลากออกมา และส่งถึงมือหมอได้ทัน ไม่เช่นนั้นคงแย่

จ่าสิบเอกไพศาล สมทิพย์ อายุ 50 ปี สังกัด ร.2พัน2 รอ. ค่ายจักรพงศ์ภูวนารถ ปราจีณบุรี ได้รับคำสั่งให้เข้ากรุงเทพฯตั้งแต่11 มี.ค.2553 ไม่ได้กลับบ้านเลย แล้วก็มาเกิดเหตุขึ้น ตอนนี้ผ่าตัดช่วยชีวิตรอบแรกไปแล้ว แต่จ่าต้องเข้ารับการผ่าตัดอีกครั้ง จากกรามที่แตก และแผลฉกรรจ์บริเวณลำคอ

“บอกลูก ๆ ว่าไม่ต้องเสียใจ ลูกตอบแม่กลับมาว่า อย่าห้ามไม่ให้หนูเสียใจ หนูเสียใจแต่หนูก็ภูมิใจพ่อมากที่สุด นี่ลูกเขาพูดแบบนี้”ประวัติเล่า

จ่าสิบเอกไพศาลมีบุตร 2 คน ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง ทั้ง 2 คนมาเฝ้าพ่อที่กรุงเทพฯ เช้าต้องไปเย็นต้องกลับ เพราะ 3 แม่ลูกไม่มีบ้านพักที่ไหนในกรุงเทพฯ

ประวัติเล่าอีกว่า ภูมิใจและปลื้มใจอย่างที่สุดที่เห็นคนมาเยี่ยมกันเยอะ ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เป็นพี่เป็นน้องเรา แต่เขาก็มาด้วยใจที่เห็นในความทุกข์ของเรา ซาบซึ้งใจอย่างที่สุด กรณีของจ่าไพศาลนี้พูดกันทั้งโรงพยาบาลทั้งแพทย์พยาบาลสะเทือนใจมาก เรารับรู้แล้วก็ได้แต่ขอบคุณในความมีน้ำใจของเขา

 

รายงานพิเศษ:เปิดใจทหารเหยื่อเหตุปะทะ10เมษา สิบเอกประพฤติ ยวนยี

เตียงที่ติดกันเป็นอีกกรณีหนึ่งที่ทหารบาดเจ็บสาหัส ได้แก่ สิบเอกประพฤติ ยวนยี อายุ 25 ปี ได้รับบาดเจ็บจากสะเก็ดระเบิดที่ช่องท้อง จากเหตุการณ์สลายการชุมนุมที่สี่แยกคอกวัว กล่าวว่า “เสียใจ เขาทำเราก่อน แต่เราทำตอบเขาไม่ได้”

มารดา กองปอน ยวนยี อายุ 56 ปี มาจากยโสธรเพื่อเฝ้าอาการของบุตรชาย กล่าวว่า มีบุตรชาย 2 คนนี้เป็นคนเล็ก ประพฤติเป็นเด็กหนุ่มนิสัยดี ไม่เกเร ความประพฤติดี แม้จะเสียใจแต่อีกใจก็ภูมิใจที่ลูกปกป้องประเทศชาติ ลูกยังเล็กนัก ยังไม่มีลูกมีเมียเลย

“วันปีใหม่ ขอพรให้ลูกหายไวไว”กองปอนกล่าว

พันเอกนพ.กิฎากร วัฒนกูล กล่าวว่า นายทหารที่ได้รับบาดเจ็บทั้งหมด ได้รับการเยียวยาทั้งด้านร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน โดยการรักษากระทำควบคู่กัน ทั้งนี้ได้เล็งเห็นว่าทหารทั้งหมดมีความเครียดและกดดันจากการปฏิบัติหน้าที่

“เราคงไม่รอให้มีอาการ เพราะอาการแฝงนั้นมีแน่ ๆ ทหารได้รับคำสั่งไม่ให้ตอบโต้ ไม่มีอาวุธ มีแต่โล่ป้องกัน เท่ากับถูกกระทำอย่างเดียว ที่สำคัญคือภาวะกดดันที่ถูกตีถูกทำร้ายจากคนไทยด้วยกันเอง”พันเอกนพ.กิฎากรกล่าว

การรักษาที่ดีที่สุดสำหรับนายทหาร คือการได้รับกำลังใจที่ดีจากพี่น้องประชาชน แม้ในตอนแรกยังหารือกันระหว่างนายแพทย์ว่าจะให้ประชาชนเข้าเยี่ยมดีหรือไม่ แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจว่ากำลังใจและความรักความอบอุ่นจากพี่น้องคนไทยที่มาให้เห็นเป็นรูปธรรม น่าจะดีที่สุดต่ออาการของคนไข้

“คนไทยมีน้ำใจที่ดี และหลายคนที่มา ก็มาอย่างบริสุทธิ์ใจแท้ ๆ วันแรกเราขอเลือด กรุ๊ปโอกับกรุ๊ปบี ในตอนแรกก็คิดว่าอาจต้องเกณฑ์นายทหารด้วยกันให้บริจาค แต่ผู้คนมากันเต็ม บริจาคเลือดจนเพียงพอแก่ความต้องการ ในฐานะนายแพทย์เองผมรู้สึกซาบซึ้งในน้ำใจมาก”นพ.กิฏากรกล่าว

สำหรับผู้ประสงค์จะบริจาคเงินช่วยสมทบเป็นกำลังใจให้ทหาร เงินทั้งหมดจะใส่ซองเพื่อนำส่งให้แก่ทหารผู้ได้รับบาดเจ็บโดยตรง สามารถบริจาคเป็นเงินสดได้ที่มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ชั้น 1 อาคารเฉลิมพระเกียรติ หรือโอนเงินเข้าบัญชี มูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์ บัญชีเลขที่ 172-0-01630-5 หรือผ่านช่องทางธนาคารพาณิชย์อีกหลายแห่ง ติดต่อสอบถามที่โทร.02-354-7728 , 02-354-3699 , 02-354-7660 ต่อ 99699 หรือ 081-932-4992

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่