
ฤดูผลประกอบการ
โดย...กิติชัย เตชะงามเลิศ www.facebook.com/VI.Kitichai
โดย...กิติชัย เตชะงามเลิศ www.facebook.com/VI.Kitichai
ปกติบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) และตลาด mai จะต้องส่งงบการเงินให้ตลาดปีละ 4 ครั้ง โดย 3 ไตรมาสแรก จะต้องส่งหลังจากปิดงบ ณ สิ้นไตรมาส ภายใน 45 วัน ยกเว้นไตรมาสสุดท้าย ซึ่งบริษัทจดทะเบียนส่วนใหญ่จะส่งเป็นงบปี โดยตลาดกำหนดให้ส่งภายใน|สิ้นเดือน ก.พ. ถ้าบริษัทใดส่งไม่ทัน ตลาดก็จะขึ้นเครื่องหมาย NP เพื่อแจ้งนักลงทุนให้ทราบว่าตลาดกำลังรอบริษัทจดทะเบียนนั้นๆ ส่งงบการเงินมาให้ตลาดหลักทรัพย์เพื่อจะเผยแพร่งบดังกล่าวให้นักลงทุนทราบ
หลังจากนั้นก็จะมีเทศกาล Opportunity Day หรือเรียกกันสั้นๆ ว่า Opp Day ซึ่งเป็นงานที่บริษัทจดทะเบียนมาพบกับนักลงทุน มาเล่าเรื่องราวของธุรกิจของตนในไตรมาสที่ผ่านมาแก่นักลงทุน รวมถึงชี้แจงงบการเงิน ผลประกอบการ และพูดถึงโครงการที่ทำอยู่ในปัจจุบันและอนาคต ซึ่งจะจัดขึ้นที่ตลาดหลักทรัพย์ ความสนใจของนักลงทุนมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับความนิยมในบริษัทนั้นๆ
ถ้าช่วงนั้นบริษัทจดทะเบียนรายใดมีมูลค่าการซื้อขาย/วันคึกคัก ก็คาดเดาได้เลยว่าวันที่บริษัทนั้นมานำเสนอข้อมูลในเทศกาล Opp Day จะมีคนเข้าฟังล้นหลาม
ถ้าท่านนักลงทุนติดธุระไม่สามารถเข้าร่วมฟังผู้บริหารพูดด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบัน ตลาดหลักทรัพย์ได้มีการ|ถ่ายทอดทางอินเทอร์เน็ตในรูป Webcast ซึ่งสามารถจะดูสดๆ ได้เสมือนกับการเข้าฟังในห้องประชุมของตลาดเลยทีเดียว หรือถ้าไม่สะดวกจะรับชมในช่วงขณะนั้น ตลาดหลักทรัพย์ก็ยังทำเป็นวิดีโอให้ชมกันภายหลังอีกด้วย ถือว่าสะดวกมากๆ ซึ่งผมเองก็ใช้วิธีชมทางอินเทอร์เน็ตในรูปของ Webcast และวิดีโอแล้วแต่ความสะดวก และถ้าชมสดๆ ในรูป Webcast ท่านยังสามารถส่งข้อความถามผู้บริหารได้ในทันที
ส่วนคำถามของท่านอาจจะได้รับการตอบหรือไม่ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้บริหารบริษัทนั้นๆ และเวลามีเพียงพอหรือไม่
ผมขอชมเชยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่กรุณาจัดให้มีงาน Opp Day พร้อมทั้งมีการถ่ายทอดสดและอัดเป็นวิดีโอให้นักลงทุนได้มีโอกาสติดตามและสอบถามข้อมูลจากผู้บริหาร เพื่อเป็นการพิจารณาที่จะตัดสินใจลงทุนในบริษัทจดทะเบียนเหล่านั้น ถ้าผมจำไม่ผิดงาน
Opp Day เริ่มมีครั้งแรกในสมัยที่ท่านกิตติรัตน์ ณ ระนอง เป็นผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ และท่านก็เป็นผู้ก่อตั้งห้องสมุดมารวย (“มารวย” เป็นชื่อของผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยคนแรก ที่นักลงทุนสมัยนั้นชื่นชมผลงานและการเอาใจใส่ต่อนักลงทุนเป็นอย่างมาก) เป็นห้องสมุดที่มีหนังสือเกี่ยวกับการลงทุนทั้งไทยและเทศ ให้นักลงทุนเข้ามาใช้บริการ และถ้าเป็นสมาชิกก็สามารถยืมหนังสือกลับไปอ่านที่บ้านได้ด้วยเมื่อเวลาผ่านไป
ช่วงประกาศผลประกอบการจะเป็นที่ลุ้นระทึกของนักลงทุนหลายๆ ท่าน โดยเฉพาะนักลงทุนแบบหุ้นคุณค่า (VI) จะได้ตรวจสอบดูว่าผลประกอบการที่บริษัทจดทะเบียนที่ถืออยู่หรือติดตามอยู่ มีผลประกอบการสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตนหรือไม่ ถ้าไม่เพราะเหตุใด ผมเองนอกจากจะดูบรรทัดสุดท้าย (กำไรหุ้น) แล้ว ผมก็จะวิเคราะห์งบการเงินที่ประกาศออกมาดูไส้ในว่ากำไร/ขาดทุน เกิดจากอะไร ดูทุกๆ บรรทัดเปรียบเทียบทั้งปีต่อปีและไตรมาสต่อไตรมาส ถ้าลักษณะของรายได้หรือกำไรเป็นฤดูกาล ก็จะให้ความสำคัญในการเปรียบเทียบแบบปีต่อปีมากกว่า เพราะเปรียบเทียบแบบไตรมาสต่อไตรมาสจะทำให้ตีความหมายผิดๆ รวมทั้งผมจะอ่านหมายเหตุประกอบงบการเงินและความเห็นของผู้สอบบัญชีประกอบด้วย
ถ้าผลประกอบการไม่สอดคล้องกับความคาดหมายของผม จากปัจจัยบางอย่างที่ผมคาดไม่ถึง ผมก็อาจปรับการคาดการณ์ผลประกอบการของไตรมาสถัดไปและผลประกอบการรายปี เพื่อให้การคาดการณ์มีความแม่นยำมากขึ้น
ช่วงนี้ผมจะต้องทำงานหนักมากกว่าปกติ คือ ต้องติดตามแกะงบการเงิน บริษัทที่ผมสนใจ และเฝ้าดูการชี้แจงของผู้บริหารที่มาออกงาน Opp Day นี่คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ผมพยายามถือหุ้นไม่เกิน 8 ตัว ผมไม่สามารถจะติดตามข้อมูลข่าวสาร โดยเฉพาะช่วงเวลาประกาศงบ การเงินได้ทัน และวิเคราะห์เจาะลึกได้อย่างละเอียดลออ
ผมเห็นนักลงทุนบางท่านมีหุ้นมากกว่า 30 ตัว ในพอร์ตอยู่หลายท่าน ผมจินตนาการไม่ออกเลยว่าช่วงเวลานี้เขาจะต้องทำงานหนักแค่ไหน ถ้าเขาต้องทำแบบที่ผมทำ นั่นคือสาเหตุที่นักลงทุนหลายท่านเลือกที่จะลงทุนหุ้นน้อยตัว แค่เพิ่มน้ำหนักในหุ้นแต่ละตัวที่ถือให้มากหน่อย การใส่ไข่ไว้หลายตะกร้าเป็นสิ่งที่ดี แต่ถ้าใส่ไว้ใน 30 ตะกร้า คุณมีแค่สองมือ จะถืออย่างไรครับ







