
SMEมะกันแห่ทำดีลกับรัฐ
รัฐบาลยังเดินหน้าสัญญาจัดซื้อจัดจ้างคาดปีนี้ใช้งบไม่ต่ำกว่า1.5ล้านล้านบาท
รัฐบาลยังเดินหน้าสัญญาจัดซื้อจัดจ้างคาดปีนี้ใช้งบไม่ต่ำกว่า1.5ล้านล้านบาท
เอสเอ็มอีมะกันเตรียมลุยประมูลสัญญาจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ คาดปีนี้รัฐบาลทุ่มงบกว่า 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ
บีบีซี รายงานว่า แม้รัฐบาลประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ จะต้องลดงบประมาณรายจ่ายลงมหาศาลท่ามกลางความพยายามฟื้นเศรษฐกิจประเทศ ทว่ารัฐบาลสหรัฐก็ยังคงเดินหน้าทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับภาคเอกชนอย่างต่อเนื่อง และทำให้บรรดาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในสหรัฐ (เอสเอ็มอี) ต่างมีความหวังที่จะได้เป็นคู่ค้ากับสหรัฐ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ซื้อสินค้าและบริการรายใหญ่ที่สุดของโลก
รายงานระบุว่า แม้รัฐบาลสหรัฐจะต้องลดงบประมาณรายจ่ายลง 8.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2.55 ล้านล้านบาท) ในปีงบประมาณปัจจุบัน ทว่ารัฐบาลก็ยังคงเดินหน้าโครงการและการทำสัญญาต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ารัฐบาลกลางจะใช้งบประมาณในปีนี้มากถึงกว่า 5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 1.5 ล้านล้านบาท)
สก็อต ออร์แบช จากบริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจอีซีจีเอสเอ ซึ่งช่วยให้ธุรกิจขนาดเล็กได้เซ็นสัญญาจากรัฐบาลแล้ว 1,600 สัญญา กล่าวว่า แม้ทำเนียบขาวและสภาคองเกรสจะไม่สามารถหาข้อสรุปเรื่องงบประมาณระยะยาวได้ ทว่ารัฐก็ยังคงต้องทำสัญญาจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งจะช่วยให้บรรดาธุรกิจขนาดเล็กจำนวนมากในสหรัฐได้งาน โดยเฉพาะธุรกิจที่ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใต้งบประมาณที่จำกัด ซึ่งจะช่วยให้รัฐบาลสามารถประหยัดงบได้
ด้าน คริสโตเฟอร์ ลิตเติล อดีตนายทหารและเป็นผู้ประกอบการบริษัททำความสะอาดระบบปรับอากาศ ดัคท์ ด็อกเตอร์ กล่าวว่า เฉพาะในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. เพียงที่เดียว ก็มีสำนักงานของรัฐบาลมากถึงกว่า 42.5 ล้านตารางเมตร ซึ่งการได้สัญญาจากรัฐบาลนั้นจะช่วยกรุยทางให้บริษัทขนาดเล็กได้งานจากที่อื่นๆ มากขึ้นไปด้วย
ออร์แบชให้ความเห็นกับบีบีซีด้วยว่า การสมัครเพื่อประมูลสัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับรัฐบาลนั้นอาจมีขั้นตอนและการตรวจสอบหลายอย่างที่ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กรู้สึกขยาด ทว่าก็คุ้มค่าหากได้ทำสัญญาด้วย
“ขั้นตอนต่างๆ อาจดูเป็นเรื่องใหญ่และรัฐบาลก็มีกฎและภาษาในแบบของตัวเอง แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งหากได้สัญญามาทุกอย่างก็จะกลายเป็นเรื่องง่ายและอาจง่ายกว่าทำธุรกิจกับเอกชน ที่สำคัญก็คือรัฐบาลยังจ่ายเงินตรงเวลาด้วย” เจ้าของบริษัทที่ปรึกษาอีซีจีเอสเอ กล่าว







