
กรุงเทพประกันชีวิตขึ้นที่ 3
กรุงเทพประกันชีวิต มาแรงแซงโค้ง ไตรมาส 1 ก้าวข้ามหลายบริษัทขึ้นมาอย่างไม่เห็นฝุ่น
โดย....วารุณี อินวันนา
บริษัทกรุงเทพประกันชีวิต มาแรงแซงโค้ง ไตรมาส 1 ก้าวข้ามหลายบริษัทขึ้นมาอย่างไม่เห็นฝุ่น โดยยอดขายเบี้ยปีแรกไม่รวมซิงเกิลพรีเมี่ยมขึ้นมาเป็นอันดับ 1 จากอดีตที่ผ่านมาอยู่ลำดับที่ 6 และเบี้ยรับรวมขึ้นมาอยู่อันดับ 3 จากอันดับ 4
ทั้งนี้ โชน โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทกรุงเทพประกันชีวิต ประกาศลั่นว่า จะรักษาอันดับ 3 ของบริษัทประกันชีวิตที่มีเบี้ยรับรวมสูงสุดไว้ให้ได้ หลังจากไตรมาสแรกสามารถขึ้นมาเป็นอันดับ 3 ได้สำเร็จ โดยมีเบี้ยรับรวม 1.32 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% แยกเป็นเบี้ยประกันรายใหม่ไม่รวมซิงเกิลพรีเมี่ยม 4,920 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 190%
ในจำนวนเบี้ยรายใหม่ มาจากช่องทางขายผ่านธนาคาร 4,411 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 241% ซึ่งถือว่าเป็นการเติบโตสูงกว่าภาพรวมของอุตสาหกรรมที่ขายผ่านช่องทางนี้ที่โต 60% และช่องทางตัวแทน 416 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40% เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมที่เติบโต 9% ส่วนเบี้ยรับรวม 1.32 หมื่นล้านบาท จะมาจากช่องทางธนาคาร 9,786 ล้านบาท จากช่องทางตัวแทน 2,951 ล้านบาท
นับเป็นการเติบโตที่สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ ซึ่งปี 2556 บริษัทกรุงเทพประกันชีวิตตั้งเป้าหมายเบี้ยปีแรกประเภทสามัญทั้งปีเติบโต 41% จากปี 2555 ที่ทำได้ 4,923 ล้านบาท และเบี้ยรับรวมเพิ่มขึ้น 18% จากปี 2555 ที่ทำได้ 3.15 หมื่นล้านบาท
โชน อธิบายว่า การเติบโตที่สูงมากมาจาก ภาพลักษณ์การสร้างหลักประกันของบริษัทที่สื่อออกไปยังตลาดดีขึ้น แบบประกันที่ออกขายผ่านธนาคารได้รับความนิยมและตรงกับความต้องการของลูกค้า โดยแบบที่เป็นที่นิยมในช่วงไตรมาสแรกคือ ที่จ่ายเบี้ย 3 ปี คุ้มครอง 10 ปี เพราะผลตอบแทนที่จ่ายไม่รวมสิทธิประโยชนทางภาษีอยู่ที่ 3.4% ซึ่งได้หยุดขายแล้ว รวมถึงประกันสะสมทรัพย์ประเภทอื่นๆ และประกันคุ้มครองเครดิตบ้านและธุรกิจมีการเติบโตมาก
“ขณะนี้เราได้ออกแบบประกัน บัวหลวงห่วงลูกหลาน ซึ่งเป็นแบบสำหรับการออมเงินเตรียมเรื่องการศึกษาไว้ให้ลูก และบัวหลวงห่วงครอบครัว ซึ่งเบี้ยขั้นต่ำจะอยู่ที่ประมาณ 2,000 บาท เป็นการเจาะลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่ง”โชน กล่าว
ขณะเดียวกัน ช่องทางขายผ่านตัวแทนมีการเติบโตขึ้นมาก จากการพัฒนาและฝึกอบรมให้ภาพของตัวแทนออกมาเป็นที่ปรึกษทางการเงิน ซึ่งสามารถให้คำปรึกษาด้านการลงทุน การสร้างหลักประกัน โดยมีตัวแทนที่ได้รับใบอนุญาตการเป็นที่ปรึกษาทางการเงินแล้ว 369 คน เมื่อเทียบกับปี 2555 ที่มี 320 คน ซึ่งแบบประกันชีวิตที่ขายดีผ่านตัวแทนคือ ชำระเบี้ย 2 ปี คุ้มครอง 5 ปี ให้ผลตอบแทน 3.10% ส่งผลให้ทั้ง 2 ช่องทางมีการเติบโตสูงต่อเนื่อง
“สัดส่วนประเภทของกรมธรรม์เราตอนนี้ 85% เป็นประกันออมทรัพย์ ส่วนแบบที่ให้ความคุ้มครองจะอยู่ประมาณ 13% และอื่นๆ ประมาณ 2% คิดว่าเทรนด์จะยังอยู่ต่อไปอีก เพราะประชาชนต้องการกรมธรรม์สะสมทรัพย์มากกว่าแบบอื่นๆ”โชน กล่าว
โชน วิเคราะห์ว่า สำหรับไตรมาส 2 การเติบโตคงไม่แรงเท่าไตรมาสแรก เพราะธนาคารจะชะลอการขยายธุรกิจประกันชีวิต ซึ่งจะเป็นฤดูกาลของการนำสินค้าแต่ละประเภทออกมาทำตลาด และธนาคารมีแผนเฉพาะ อย่างไรก็ตาม บริษัทจะพยายามรักษาส่วนแบ่งการตลาดอันดับที่ 3 ไว้ให้ได้ตามเป้าหมาย
อย่างไรก็ตาม บริษัทจะเน้นทำกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องผ่านช่องทางตัวแทน การพัฒนา อบรม ซึ่งได้ปล่อยภาพยนต์ออกมา 2 เรื่อง คือ ชุดนักบิน เพื่อสื่อว่าชีวิตมีความไม่แน่นอน และเมื่อเวลาที่มีภัย ก็สามารถสู้กับสถานการณ์ได้อย่างเต็มที่ กับ ชุดที่ทำอาชีพสถาปนิก แล้วออกมาทำธุรกิจส่วนตัว เพื่อสื่อว่าถ้ารู้จักต่อยอดด้านการลงทุนก็สามารถสร้างงานด้วยตัวเองได้
ทั้งนี้ ไตรมาสแรกธุรกิจประกันชีวิตทั้งระบบ มีเบี้ยปีแรกรวมซิงเกิลพรีเมี่ยม 2.58 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.23% จากงวดเดียวกันของปี 2555 มีเบี้ยรับรวม 9.07 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.82% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปี 2555 โดยบริษัทเอไอเอ สาขาประเทศไทย ยังคงครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดอันดับ 1 ทั้งด้านเบี้ยปีแรกและเบี้ยรับรวม ต่อมาคือ บริษัทเมืองไทยประกันชีวิต ที่ครองอันดับ 2 เบี้ยประกันปีแรกและเบี้ยรับรวมสูงสุด บริษัทกรุงเทพประกันชีวิต ครองส่วนแบ่งสูงสุดอันดับ 3 ทั้งเบี้ยรับปีแรกและเบี้ยรับรวม บริษัทไทยประกันชีวิต ครองส่วนแบ่งอันดับ 4 ของเบี้ยรับรวม และครองส่วนแบ่งอันดับ 6 ของเบี้ยรับปีแรก บริษัทไทยพาณิชย์ประกันชีวิต ครองส่วนแบ่งอันดับ 4 ด้านเบี้ยรับปีแรก แต่มีส่วนแบ่งอันดับ 5 ของเบี้ยรับรวม







