
เราดูแลเพื่อให้คุณมั่นใจ
เมื่อเดือน ก.ค. 2553 ก.ล.ต.สหรัฐอเมริกา สั่งปรับวาณิชธนกิจรายใหญ่ของโลก โกลด์แมน แซคส์ ด้วยค่าปรับและค่าชดเชยความเสียหายสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 550 ล้านเหรียญสหรัฐ (กว่า 1.7 หมื่นล้านบาทในขณะนั้น) ด้วยความผิดในคดีแพ่ง ข้อหาปิดบังข้อมูลสำคัญแก่นักลงทุนในการเสนอขายตราสารอนุพันธ์ “Abacus 2007AC1” ซึ่งเป็นตราสารซีดีโอ จนทำให้นักลงทุนเสียหายเป็นมูลค่ามหาศาล ...นับเป็นการลงโทษรุนแรงที่สุดที่ ก.ล.ต.สหรัฐอเมริกาดำเนินการต่อบริษัทในวอลล์สตรีท และนั่นคือตัวอย่างการใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งของหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุน
เมื่อเดือน ก.ค. 2553 ก.ล.ต.สหรัฐอเมริกา สั่งปรับวาณิชธนกิจรายใหญ่ของโลก โกลด์แมน แซคส์ ด้วยค่าปรับและค่าชดเชยความเสียหายสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 550 ล้านเหรียญสหรัฐ (กว่า 1.7 หมื่นล้านบาทในขณะนั้น) ด้วยความผิดในคดีแพ่ง ข้อหาปิดบังข้อมูลสำคัญแก่นักลงทุนในการเสนอขายตราสารอนุพันธ์ “Abacus 2007AC1” ซึ่งเป็นตราสารซีดีโอ จนทำให้นักลงทุนเสียหายเป็นมูลค่ามหาศาล ...นับเป็นการลงโทษรุนแรงที่สุดที่ ก.ล.ต.สหรัฐอเมริกาดำเนินการต่อบริษัทในวอลล์สตรีท และนั่นคือตัวอย่างการใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งของหน่วยงานกำกับดูแลตลาดทุน
เป็นที่ยอมรับในหลายประเทศว่า มาตรการลงโทษทางแพ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการลงโทษ โดยมีใช้อยู่ในสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร ออสเตรเลีย และฮ่องกง เป็นต้น มาตรการลงโทษทางแพ่งแตกต่างจากทางอาญาที่กฎหมายหลักทรัพย์ไทยใช้อยู่ในปัจจุบันตรงหลักการพิสูจน์การกระทำผิด ซึ่งทางอาญาต้องพิสูจน์จนปราศจากเหตุสงสัย เพราะมีระดับโทษถึงขั้นนำเข้าคุกได้
สำหรับประเทศไทย ก.ล.ต.มีแนวคิดที่จะนำมาตรการลงโทษทางแพ่งมาใช้ควบคู่กับทางอาญา จึงเสนอแก้ไขกฎหมายหลักทรัพย์ เนื่องจากรูปแบบการกระทำผิดในคดีหลักทรัพย์ซับซ้อนจากเดิมมาก และการดำเนินคดีอาญาสามารถเอาผิดได้น้อย ส่วนหนึ่งเพราะมาตรฐานการพิสูจน์จนปราศจากเหตุสงสัยอาจไม่เหมาะกับคดีหลักทรัพย์ ซึ่งหลักฐานส่วนใหญ่อยู่ในมือของผู้กระทำ รวมทั้งขั้นตอนและกระบวนการก่อนฟ้องใช้เวลานานจนอาจทำให้พยานหลักฐานสูญหายหรือถูกทำลายได้ โดยความผิดที่อาจใช้มาตรการลงโทษทางแพ่ง ได้แก่ การเปิดเผยข้อมูลเท็จหรือปกปิดความจริง การปั่นหุ้น การใช้ข้อมูลภายใน รวมถึงการกระทำของกรรมการหรือผู้บริหารบริษัทจดทะเบียนที่ขาดความระมัดระวังหรือไม่ซื่อสัตย์สุจริตจนทำให้บริษัทเสียหาย
ด้วยกฎหมายที่มีแนวคิดจะปรับปรุงนี้ หาก ก.ล.ต.พบพฤติกรรมที่เชื่อได้ว่าอาจมีการกระทำผิด จะรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน นำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการกำหนดมาตรการลงโทษทางแพ่ง ซึ่งเป็นคณะบุคคลที่มีความอิสระจาก ก.ล.ต. โดยหากคณะกรรมการพิจารณาว่าพบการกระทำผิด และผู้กระทำยอมรับ ก็จะถูกลงโทษทางแพ่ง เช่น ปรับเงิน ยึดเงินผลประโยชน์ที่ได้จากการกระทำผิด และสั่งห้ามซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงเวลาหนึ่ง รวมทั้งต้องชดใช้ค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบด้วย แต่หากผู้กระทำไม่ยอมรับ จะถูกส่งเรื่องให้ศาลที่มีความเชี่ยวชาญด้านคดีเศรษฐกิจพิจารณาพิพากษาต่อไป แล้วคอยติดตามความคืบหน้าของกฎหมายนี้กันนะคะ ก.ล.ต.พร้อมดูแลตลาดทุน เพื่อให้คุณมั่นใจ
“ก.ล.ต. อยากให้คนไทยลงทุนด้วยความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง”







