
ธุรกิจการแสดง
ธุรกิจการแสดง เป็นบริการประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญในการดึงเงินในกระเป๋าของนักท่องเที่ยว ยิ่งบางประเทศที่รัฐให้ความสำคัญกับการโปรโมตการแสดงที่น่าสนใจ ยิ่งดูดเงินนักท่องเที่ยวได้เป็นกอบเป็นกำ
ธุรกิจการแสดง เป็นบริการประเภทหนึ่งที่มีความสำคัญในการดึงเงินในกระเป๋าของนักท่องเที่ยว ยิ่งบางประเทศที่รัฐให้ความสำคัญกับการโปรโมตการแสดงที่น่าสนใจ ยิ่งดูดเงินนักท่องเที่ยวได้เป็นกอบเป็นกำ
สุริยา ส่งสมบูรณ์ ผู้จัดการทั่วไป สยามนิรมิต ผู้ดำเนินการธุรกิจการแสดงรายหนึ่งในเมืองไทย กล่าวว่า ตลาดการแสดงในไทย เริ่มเป็นที่ยอมรับของนักท่องเที่ยวต่างชาติมากขึ้น ถ้าหากภาครัฐช่วยเหลือเอกชนในแง่ของการประชาสัมพันธ์การแสดงที่โดดเด่นในไทย ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติรู้จัก เหมือนที่รัฐบาลบางประเทศส่งเสริม โดยเน้นให้เห็นว่าไทยมีการแสดงหลากหลาย รวมทั้งมีการคมนาคมขนส่งที่สะดวกในการเข้าถึงแหล่งชมการแสดง จะยิ่งช่วยสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาในไทยมากยิ่งขึ้น และจะเป็นอีกแรงที่ช่วยให้ธุรกิจการแสดงสร้างรายได้ให้ภาคท่องเที่ยว
ในส่วนของสยามนิรมิต มีแผนที่จะเดินสายโรดโชว์ เทรดโชว์ในต่างประเทศ ได้แก่ จีน อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เยอรมนี และรัสเซีย รวมทั้งเชิญทีมไทยแลนด์ เช่น สถานกงสุล ทูตพาณิชย์ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มาชมการแสดง จะได้เห็นภาพชัดเจน และเป็นกระบอกเสียงโปรโมตการแสดงในตลาดต่างประเทศ ส่วนอีกแนวทางที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การเป็นพันธมิตรกับโรงแรมทั้งในกรุงเทพฯ ภูเก็ต และพื้นที่ใกล้เคียง ให้โรงแรมช่วยแนะนำลูกค้าที่มาพัก และต้องการหาทางเลือกท่องเที่ยว มาชมการแสดงที่สยามนิรมิต
ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมามีผู้ชมที่สยามนิรมิต กรุงเทพฯ 3 แสนคน ตลาดหลัก คือ จีน อินเดีย และเวียดนาม ขณะที่รัสเซีย เติบโตมากสอดคล้องภาพรวมการท่องเที่ยวที่คนรัสเซียมาไทยมากก้าวกระโดด ส่วนในปีนี้ได้ตั้งเป้าหมายเพิ่มผู้ชม 10-15% เป็น 3.33.4 แสนคน ส่วนรายได้เพิ่มขึ้นสอดคล้องกัน
ปัจจัยที่ทำให้ผู้ชมมากขึ้น คือ การแสดงของสยามนิรมิต มีเอกลักษณ์ชัดเจน นำเสนอศิลปวัฒนธรรม ประเพณี ประวัติศาสตร์ไทย และจากการเปิดบริการมา 7 ปี ทำให้สยามนิรมิตมีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับในตลาดมากขึ้น โดยจะเน้นทำตลาดกลุ่มประเทศที่ชอบชมการแสดง เช่น ประเทศแถบยุโรปตะวันออก เยอรมนี รัสเซีย รวมทั้งประเทศอื่นที่เคยอยู่ภายใต้การปกครองของสหภาพโซเวียต
ในปีนี้ปัจจัยที่ท้าทายธุรกิจอยู่ที่แนวโน้มนักท่องเที่ยวต่างชาติที่พักในกรุงเทพฯ จำนวนวันน้อยลง เพราะกระจายไปเที่ยวต่างจังหวัดมากขึ้น อาจกระทบธุรกิจการแสดงในกรุงเทพฯ เพราะนักท่องเที่ยวมีเวลาน้อยอาจไม่เลือกชมการแสดง นำเวลาไปเที่ยวชมที่อื่น
สยามนิรมิตจึงได้ไปลงทุนไปกว่า 1,000 ล้านบาท เปิด สยามนิรมิต ภูเก็ต ปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างโอกาสธุรกิจรับนักท่องเที่ยวที่ไปยังภูเก็ตมากขึ้น โดยที่ผ่านมา ยังไม่ได้เก็บตัวเลขผู้ชม และปีนี้ยังไม่ได้ตั้งเป้าหมายผู้ชมชัดเจน เพราะมองว่า สยามนิรมิตยังใหม่ในตลาดนี้ แม้มีประสบการณ์ในกรุงเทพฯ แต่ที่ภูเก็ต คงต้องใช้เวลา เนื่องจากการแข่งขันสูง มีการแสดงชื่อดังอื่นเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวอยู่แล้ว การทำตลาดจะเน้นนักท่องเที่ยวที่เคยชมการแสดงอื่นบ่อยครั้ง ให้ลองมาชมการแสดงที่สยามนิรมิต ภูเก็ต ดูบ้าง
สำหรับงบการตลาดวางไว้ 3% ของรายได้รวม โดยวิธีทำตลาดคือ เชิญมัคคุเทศก์ บริษัทนำเที่ยว มาทดสอบชมการแสดงของสยามนิรมิต เพราะส่วนใหญ่เมื่อพูดถึงการแสดง คนจะนึกถึงภาพการร้อง เต้น บนเวที ไม่รู้สึกว่าน่าสนใจ แต่หากได้เห็นภาพว่าการแสดงของสยามนิรมิต มีแสง สี เสียง รวมทั้งฉากประกอบที่พิถีพิถัน ตื่นตาตื่นใจ หลังจากนั้นจะทำให้ผู้ที่ต้องขายแพ็กเกจมั่นใจกับสินค้า นำไปขายต่อเอง ซึ่งสิ่งที่เน้นคือทำให้แพ็กเกจของสยามนิรมิตติดอยู่ในอันดับต้นๆ ของแพ็กเกจที่เสนอลูกค้าให้ได้
หากภาคเอกชนเดินหน้า มีภาครัฐช่วยหนุน จะทำให้แนวทางของรัฐบาลที่ผลักดันรายได้ถึง 2 ล้านล้านบาทในปี 2558 เป็นจริงได้ง่ายขึ้น







