posttoday
ช่วยหนูด้วยหนูอยากเรียน

ช่วยหนูด้วยหนูอยากเรียน

09 พฤษภาคม 2556

เมื่อไหร่ก็ตามถ้าเห็นโฆษณาสินค้าจำพวกเครื่องแบบนักเรียน เช่น รองเท้านักเรียน ฯลฯ เราก็จะรู้ทันทีว่าใกล้เปิดเทอมแล้ว หลายคนโดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ก็จะเริ่มกังวลว่า “วิกฤตรถติดมาอีกแล้ว” แต่ก็มีอีกเรื่องสำคัญที่หลายคนกังวลกัน ซึ่งก็คือ “ค่าเทอมลูก”

เมื่อไหร่ก็ตามถ้าเห็นโฆษณาสินค้าจำพวกเครื่องแบบนักเรียน เช่น รองเท้านักเรียน ฯลฯ เราก็จะรู้ทันทีว่าใกล้เปิดเทอมแล้ว หลายคนโดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ก็จะเริ่มกังวลว่า “วิกฤตรถติดมาอีกแล้ว” แต่ก็มีอีกเรื่องสำคัญที่หลายคนกังวลกัน ซึ่งก็คือ “ค่าเทอมลูก”

เตรียมแผนการศึกษาลูกเตรียมอย่างไร

ขนาดของเงินออมที่จำเป็นสำหรับการศึกษาลูก ซึ่งจะแปรผันตามจำนวนลูก อายุ แผนการศึกษาที่วางไว้ ประเภทของสถานศึกษาและรายได้ของครอบครัว รวมถึงทัศนคติด้านการศึกษาของครอบครัวด้วย

ปัจจุบันทางเลือกในการศึกษาของคนไทยมีมากมายหลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนรัฐบาล โรงเรียนเอกชน โรงเรียนนานาชาติ หรือศึกษาต่างประเทศ ค่าใช้จ่ายก็จะต่างกันตั้งแต่หลักหมื่นจนหลักล้านบาท

นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษายังปรับเพิ่มขึ้นทุกปีด้วย ตัวอย่างดังตาราง หากลูกเราเริ่มเรียนอนุบาล 1 ในปีนี้ ค่าใช้จ่ายตอนเข้ามหาวิทยาลัยจะเป็น 2 เท่าของค่าใช้จ่ายในมหาวิทยาลัยปัจจุบัน (ที่อัตราการเพิ่มของค่าใช้จ่าย 5% ต่อปี) หรือ 3 เท่าของปัจจุบัน (ที่อัตราการเพิ่มของค่าใช้จ่าย 8% ต่อปี)

ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นเราจะหาเงินรองรับการศึกษาของลูกได้อย่างไร

ข้อแนะนำสำหรับเตรียมความพร้อมเพื่อการศึกษาลูก มีดังนี้

หากการเตรียมเงินให้ได้ 100% ของจำนวนเงินที่ต้องมียากเกินไป เราก็ควรตั้งเป้าหมายเตรียมเงินให้ได้อย่างน้อย 1 ใน 3 ของค่าใช้จ่าย ส่วนที่เหลือ 2 ใน 3 อาจจะหาได้จากรายได้ของเราเอง จากการกู้ยืมหรือทุนการศึกษา

ด้านเงินออม ค่าเทอมเพิ่มขึ้นเฉลี่ยปีละมากกว่า 5% ดังนั้น เงินออมของเราเพื่อค่าเทอมลูกจึงควรต้องมีผลตอบแทนที่มากกว่า 5% เช่นกัน ไม่งั้นค่าเทอมจะมากินเงินออมเราหมด และควรต้องเป็นการลงทุนที่ให้กระแสเงินสดอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องขายทรัพย์สินในจังหวะที่ราคาไม่เหมาะสมเพื่อมาจ่ายค่าเทอม การลงทุนที่มีลักษณะเช่นนี้ ก็เช่น หุ้นปันผล หรือกองทุนที่มีนโยบายจ่ายปันผลมากๆ เช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น

จากการก่อหนี้ แม้จะไม่อยากแนะนำ แต่บางครั้งก็จำเป็น แหล่งเงินยามฉุกเฉิน คงหนีไม่พ้นโรงรับจำนำ หรือเรียกเพราะๆ ว่า สถานธนานุเคราะห์ ล่าสุดโรงรับจำนำรัฐได้เตรียมสำรองเงินถึง 500 ล้านบาท เพื่อให้บริการผู้ปกครองช่วงเปิดภาคเรียนและปรับอัตราดอกเบี้ยใหม่ที่เอื้อประโยชน์ต่อประชาชนโดยเงินต้นไม่เกิน 5,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 บาทต่อเดือน เงินต้นมากกว่า 5,000 บาท แต่ไม่เกิน 10,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 0.75 บาทต่อเดือน เงินต้นมากกว่า 10,000 บาท แต่ไม่เกิน 25,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 1 ต่อเดือน เงินต้นมากกว่า 25,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท คิดดอกเบี้ยร้อยละ 1.25 ต่อเดือน แต่ก็อาจมีปัญหานิดหน่อย เพราะโรงรับจำนำรัฐได้ปรับอัตราการรับจำนำทองคำมาอยู่ที่ 75% ของราคาทองคำที่สมาคมค้าทองคำประกาศ (จากเดิมอยู่ที่ 87.5%) และกำหนดวงเงินการรับจำนำทองคำไว้แค่บาทละไม่เกิน 1.5 หมื่นบาท ดังนั้น หากเราจะจำนำทองก็อาจจะต้องใช้ทองมากหน่อย หรือจะขอสินเชื่อเพื่อการศึกษา สามารถหาได้จาก

สินเชื่อเพื่อการศึกษาของสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อเปรียบเทียบข้อดี ข้อเสีย

กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่ www.studentloan.or.th/

lด้านทุนการศึกษา สามารถหาข้อมูลทุนการศึกษาได้ที่ http:// www.vcharkarn.com/scholarship/

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร