
กลุ่มชิ้นส่วนฯญี่ปุ่นบุกไทย
หนีอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศซบแนะผู้ประกอบการเร่งปรับตัวรับมือ
หนีอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศซบแนะผู้ประกอบการเร่งปรับตัวรับมือ
เอสเอ็มอีชิ้นส่วนยานยนต์แดนปลาดิบยกขบวนจ่อลงทุนไทย
นายวิโรจน์ ศิริธนาศาสตร์ ประธานสมาพันธ์สมาคมอุตสาหกรรมสนับสนุน เปิดเผยว่า ขณะนี้กลุ่มเอสเอ็มอีจากประเทศญี่ปุ่นประมาณ 30 ราย ให้ความสนใจเข้ามาศึกษาตลาดและร่วมออกงานแสดงสินค้าในประเทศไทย เพราะต้องการจับคู่ธุรกิจและร่วมลงทุนในไทย รวมทั้งใช้ไทยเป็นศูนย์กลางขยายลงทุนในตลาดอาเซียน รองลงมาเป็นเอสเอ็มอีจากประเทศจีนที่ต้องการเข้ามาลงทุน เพราะเห็นศักยภาพของประเทศไทยที่มีระบบสาธารณูปโภคที่ดี รองรับการลงทุนได้เป็นอย่างดี
“นักลงทุนญี่ปุ่นเลือกมาลงทุนในไทย เพราะประเทศไทยกับญี่ปุ่นร่วมทำงานด้วยกันมานาน จึงมีความเข้าใจอุตสาหกรรมในประเทศญี่ปุ่นและวัฒนธรรมเป็นอย่างดี บุคลากรไทยต้องเร่งปรับตัวเรียนรู้ภาษาญี่ปุ่นให้มากขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการญี่ปุ่นมีความมั่นใจและอยากถ่ายทอดเทคโนโลยีให้แก่เอสเอ็มอีไทย” นายวิโรจน์ กล่าว
ทั้งนี้ การเข้ามาลงทุนของกลุ่มเอสเอ็มอีชิ้นส่วนยานยนต์จากประเทศญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะมาจากเมืองโอซากา และสนใจเข้าไปลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด และ จ.ชลบุรี ปัจจุบันธุรกิจเอสเอ็มอีในประเทศญี่ปุ่นค่อนข้างซบเซา และค่ายผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่ได้ย้ายฐานผลิตมาในประเทศไทยทั้งหมดแล้ว
ขณะเดียวกันผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยต้องเร่งปรับตัวด้วยการหันมาผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อป้อนให้ภาคอุตสาห กรรม ด้วยการใช้ระบบออโตเมชั่นมากขึ้น เพราะจะช่วยลดต้นทุนในระยะยาว และแก้ปัญหาเรื่องแรงงานขาดตลาด โดยการลงทุนขั้นต่ำของระบบออโตเมชั่นจะอยู่ที่ 10 ล้านบาท ปัจจุบันเอสเอ็มอีใช้ระบบออโตเมชั่นมาผลิตสินค้าในโรงงานสัดส่วน 10% เท่านั้น ในอนาคตเอสเอ็มอีควรหันมาใช้ระบบออโตเมชั่นให้ได้สัดส่วน 30-40%
สำหรับภาพรวมเอสเอ็มอีกลุ่มผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในปีนี้ คาดว่าจะเติบโตได้ 78% จากปีก่อน เป็นการเติบโตที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องตามยอดการผลิตรถยนต์ในไทยที่สูงขึ้นถึงระดับ 2 ล้านคันในปีนี้ ซึ่งประเทศไทยเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 10 ของโลก ขณะนี้มีจำนวนเอสเอ็มอีกลุ่มผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ประมาณ 3 หมื่นรายทั่วประเทศ
“ประเทศไทยยังเนื้อหอมและมีศักยภาพดึงดูดการลงทุนใหม่จากประเทศต่างๆ ได้ต่อเนื่อง ในกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ เพราะไทยมีระบบสาธารณูปโภคที่ดี การเมืองในประเทศมั่นคง เศรษฐกิจขยายตัวดี และมีอุตสาหกรรมรถยนต์ที่แข็งแกร่ง ทำให้มีเอสเอ็มอีจากต่างประเทศสนใจลงทุนในไทย และใช้ไทยเป็นฐานลงทุนที่สำคัญสำหรับขยายตลาดอาเซียน”







