
เข้าสู่โลกยุคสื่อสารแบบเข้มข้น
จากที่ทั่วโลกได้มีการพัฒนาระบบสื่อสารแบบไร้สายจนเข้าสู่ยุค 3G และกำลังเคลื่อนเข้าสู่ยุค 4G ในอนาคตอันใกล้ อีกทั้งความก้าวหน้าของ Mobile Device (Smart Phone และ Tablet) ได้ทำให้เข้าสู่ยุคที่การสื่อสารแบบไร้สายสามารถเข้าถึงประชากรในโลกได้มากกว่าการสื่อสารแบบใช้สายที่เรียกว่า “ยุคการสื่อสารแบบเข้มข้น” หรือ “Hyperconnected Era” และจากการสำรวจโดย Hyperweb.ca คาดว่าภายใน 12 ปีนี้ จะมีคนทั่วโลกกว่า 1,600 ล้านคน ใช้ Internet ด้วย Mobile Device ซึ่งจะแซงการใช้ Internet ด้วย Computer
จากที่ทั่วโลกได้มีการพัฒนาระบบสื่อสารแบบไร้สายจนเข้าสู่ยุค 3G และกำลังเคลื่อนเข้าสู่ยุค 4G ในอนาคตอันใกล้ อีกทั้งความก้าวหน้าของ Mobile Device (Smart Phone และ Tablet) ได้ทำให้เข้าสู่ยุคที่การสื่อสารแบบไร้สายสามารถเข้าถึงประชากรในโลกได้มากกว่าการสื่อสารแบบใช้สายที่เรียกว่า “ยุคการสื่อสารแบบเข้มข้น” หรือ “Hyperconnected Era” และจากการสำรวจโดย Hyperweb.ca คาดว่าภายใน 12 ปีนี้ จะมีคนทั่วโลกกว่า 1,600 ล้านคน ใช้ Internet ด้วย Mobile Device ซึ่งจะแซงการใช้ Internet ด้วย Computer
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการสื่อสารอย่างรวดเร็วในยุคนี้ก็จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคอย่างรวดเร็วเช่นกัน จะเห็นได้ว่ากว่าคนทั่วโลกจะใช้โทรศัพท์ที่วางสายเข้าไปตามบ้านและอาคารกันอย่างกว้างขวางก็ใช้เวลาเกือบ 50 ปีด้วยกัน หรือการพัฒนาเครือข่ายโทรทัศน์ให้ครอบคลุมไปทั่วโลกก็ใช้เวลาถึง 22 ปี แต่ Facebook ใช้เวลาเพียง 2 ปีแรกก็มีผู้ใช้งานถึง 100 ล้านคน
และเมื่อเร็วๆ นี้ Facebook ก็ประกาศว่า มีผู้ใช้งานทะลุ 1,100 ล้านคนไปเรียบร้อย โดยมี 751 ล้านคน ใช้ผ่าน Mobile Device
ในยุคของการสื่อสารแบบเข้มข้นนี้ Mobile Device นอกจากได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวันของเราแล้วก็ยังมีบทบาทสำคัญในทางธุรกิจเป็นอย่างมากทั้งธุรกิจแบบ Online หรือธุรกิจแบบ Offline ซึ่งผู้บริโภคกว่า 45% ใช้ Mobile Device เป็นตัวช่วยในการตัดสินใจซื้อสินค้า และบริการไม่ว่าจะเป็นการค้นหาข้อมูลหรือการเปรียบเทียบราคา ทำให้เราต้องปรับธุรกิจของเราให้ทันกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป เช่น ธุรกิจการท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวได้ค้นหาข้อมูลสถานที่ต่างๆ ที่น่าสนใจ ข้อมูลการเดินทาง รวมถึงการจองที่พัก และซื้อตั๋วการเดินทางผ่านช่องทาง Online
เฉพาะในยุโรปนักท่องเที่ยวถึง 57% เปลี่ยนมาใช้วิธีการนี้ โดยนักท่องเที่ยวยุโรปใช้ช่องทาง Online ผ่าน Mobile Device ถึง 16% ส่วนการใช้บริการผ่านช่องทาง Travel Agency กลับลดลงเหลือเพียง 23% และยังคงมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ
ส่วนธุรกิจการเงินยุคการสื่อสารแบบเข้มข้นในประเทศเราก็มีผู้ใช้ Internet Banking และ Mobile Banking ในปีที่ผ่านมาถึง 7.5 ล้านบัญชี และมีปริมาณการทำธุรกรรมรวมกัน 161 ล้านรายการ คิดเป็นปริมาณเงินสูงถึง 14.5 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นบริการที่มีการเติบโตที่สูงมาก อีกทั้งลูกค้ายังได้รับความสะดวกเพราะสามารถทำธุรกรรมได้ทุกที่ทุกเวลา และการให้ข้อมูลต่างๆ บน Website ของธนาคารก็ช่วยผลักดันการขายผลิตภัณฑ์ได้ ซึ่ง Google พบว่าผู้ใช้ Internet ทั่วโลกจะหาข้อมูลและเปรียบเทียบสินเชื่อ เพื่อที่อยู่อาศัยของสถาบันการเงินต่างๆ ก่อนที่จะไปยื่นกู้ที่สาขาถึง 88%
นอกจากนี้ ธนาคารก็มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น โดยเฉพาะในด้านการชำระเงินที่เทคโนโลยีได้ก้าวหน้าไปมาก ผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต และบัตรชำระเงินก็พัฒนาไปสู่ยุค Contactless ที่ใช้บัตรแตะกับตัวรับสัญญาณก็สามารถชำระเงินได้ โดยไม่ต้องใช้บัตรรูดด้วยเครื่องรับชำระเงินที่เรียกว่า Paywave รวมถึงการพัฒนาไปสู่การนำข้อมูลบัตรเครดิตใส่ในโทรศัพท์มือถือที่มีอุปกรณ์ NFC (Near Field Communication) ที่สามารถใช้โทรศัพท์มือถือแตะตัวรับสัญญาณก็สามารถชำระเงินได้เช่นกัน รวมถึงเทคโนโลยี Pay Tango ที่เชื่อมลายนิ้วมือกับบัญชีบัตรเครดิตหรือเดบิต เมื่อเราต้องการชำระเงินค่าสินค้าหรือบริการก็เพียงแต่ใช้นิ้วมือสัมผัส Sensor ที่ตรวจจับลายนิ้วมือก็สามารถชำระเงินได้ทันที
การมาถึงของยุคการสื่อสารแบบเข้มข้นนี้ ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจที่เราจะต้องมองให้เห็น และปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยี และลูกค้าของเราที่กำลังจะเปลี่ยนไป ซึ่ง Smart Phone และ Tablet จะเป็นอุปกรณ์สำคัญที่เราจะสามารถต่อเชื่อมกับลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพไม่ว่าจะเป็นการให้ข้อมูลรวมทั้งการส่งเสริมการขาย
หวังว่าคุณๆ ผู้อ่านทั้งหลายคงเตรียมรับมือกับยุคที่กำลังมาถึงนี้แล้วนะครับ







