posttoday
บาทกดเงินเฟ้อต่ำรอบ41เดือน

บาทกดเงินเฟ้อต่ำรอบ41เดือน

05 พฤษภาคม 2556

ปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่า ซึ่งสร้างผลกระทบต่อภาคการส่งออกไทย แต่ในแง่ของอัตราเงินเฟ้อแล้ว กลับได้รับผลดีจากการนำเข้าราคาสินค้าที่ต่ำลง

ปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่า ซึ่งสร้างผลกระทบต่อภาคการส่งออกไทย แต่ในแง่ของอัตราเงินเฟ้อแล้ว กลับได้รับผลดีจากการนำเข้าราคาสินค้าที่ต่ำลง จนทำให้อัตราเงินเฟ้อเดือน เม.ย. 2556 ต่ำสุดในรอบ 41 เดือน

นางวัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า อัตราเงินเฟ้อเดือน เม.ย. 2556 เท่ากับ 104.90 สูงขึ้น 2.42% เทียบกับเดือน เม.ย. 2555 ซึ่งเป็นการสูงขึ้นในอัตราต่ำสุดรอบ 41 เดือน นับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2552 ที่เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น 1.9% เมื่อเทียบกับเดือน มี.ค. 2556 เงินเฟ้อสูงขึ้น 0.16% ส่งผลให้ยอดเงินเฟ้อเฉลี่ย 4 เดือน (ม.ค.เม.ย.) 2556 สูงขึ้น 2.92% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

สาเหตุที่เงินเฟ้อเดือนนี้ชะลอตัวมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง ประกอบกับค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ทำให้การนำเข้าพลังงานราคาลดลง และวัตถุดิบผลิตสินค้าลดต่ำลง ส่งผลให้ราคาสินค้าในประเทศไม่ขยับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันภาครัฐยังคงมาตรการดูแลราคาสินค้าและพลังงานด้วย โดยการชะลอตัวของอัตราเงินเฟ้อในเดือนนี้ถือว่าเป็นสถานการณ์ปกติ ไม่ได้เกี่ยวกับข้องกับภาวะเศรษฐกิจซึมตัวลง

สำหรับแนวโน้มเงินเฟ้อไตรมาส 2 น่าจะเติบโตใกล้เคียงกับไตรมาสแรกที่ 3.1% และคาดว่าเงินเฟ้อเฉลี่ยทั้งปี 2556 จะอยู่ในกรอบที่กระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์ไว้ที่ 2.80-3.40% แต่มีโอกาสใกล้เคียงกับระดับ 3.1-3.2% มากสุด

ส่วนกรณีรัฐบาลจะปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ภาคครัวเรือน รวมทั้งมีการปรับขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส และค่าทางด่วนในช่วงไตรมาส 2 คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อทั้งปีเล็กน้อย เนื่องจากน้ำหนักในการคำนวณเงินเฟ้อมีสัดส่วนที่ไม่สูงนัก โดยค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสมีน้ำหนักในการคำนวณเพียง 0.05% และหากปรับขึ้นราคาก็จะกระทบต่อเงินเฟ้อทั้งปีให้ปรับขึ้นเพียง 0.001% เท่านั้น

ขณะที่การปรับขึ้นค่าทางด่วนมีน้ำหนักในการคำนวณเงินเฟ้อเพียง 0.07% หากมีการปรับขึ้นราคาก็จะกระทบต่อเงินเฟ้อทั้งปีแค่ 0.001% ส่วนการปรับขึ้นแอลพีจีภาคครัวเรือน หากทยอยปรับขึ้นเดือนละ 50 สตางค์ ก็จะทำให้เงินเฟ้อต่อเดือนปรับเพิ่มขึ้นเพียงเดือนละ 0.0088% และส่งผลกระทบต่อเงินเฟ้อทั้งปีแค่ 0.06%


พาณิชย์หันระบายข้าวในประเทศ

บุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ได้สั่งให้กรมการค้าต่างประเทศศึกษาการระบายข้าวสต๊อกรัฐบาลภายในประเทศให้กับผู้ประกอบการทั่วไป เนื่องจากขณะนี้ค่าเงินบาทแข็งค่า ทำให้การเจรจาขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ลำบากมากขึ้น เพราะต้องตั้งราคาไว้เป็นเงินบาท แต่การจ่ายเงินจะได้ในรูปเงินเหรียญสหรัฐ ทำให้ต้องขยับราคาขายข้าวเพิ่มขึ้น เพื่อชดเชยค่าเงินบาทที่แข็งค่า ทำให้การเจรจาขายข้าวจีทูจีรอบใหม่ได้ข้อสรุปลำบากมากขึ้น

สำหรับรูปแบบการขายข้าวภายในประเทศ สามารถทำได้หลายช่องทางทั้งการเปิดประมูลให้กับผู้สนใจเข้าร่วม การขายทางตรงให้กับสมาคมต่างๆ รวมทั้งการขายผ่านตลาดสินค้าเกษตรล่วงหน้า (เอเฟท) รวมถึงการขายให้องค์กรต่างๆ เพื่อสาธารณะ เช่น การจัดทำข้าวถุงธงฟ้า ขายให้กองทัพ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม การขายในรูปแบบจีทูจีก็คงยังดำเนินการต่อไป แต่อาจเน้นประเทศใหม่ๆ เพิ่มเติมมากขึ้น


กทค.เหลวบีบลดค่าบริการ 3จี

พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) ยอมรับว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องค่าบริการ 3จี ใหม่ จะสามารถลดราคาค่าบริการแต่ละแพ็กเกจลงได้ 15% ได้ แต่ยืนยันว่าค่าบริการในภาพรวมของตลาดจะถูกลง 15% หลังเปิดบริการ 3จี ที่จะเริ่มเดือน พ.ค.นี้

ทั้งนี้ เป็นเพราะเงื่อนไขที่ได้แนบท้ายในใบอนุญาต (ไลเซนส์) ที่ กทค.กำหนดไว้ คือ ค่าบริการ 3จี โดยเฉลี่ยทั้งตลาดจะถูกลง 15% แต่ไม่ได้หมายความว่าแต่ละแพ็กเกจจะถูกลงตาม เพราะอัตราที่ถูกลงนั้นต้องคำนวณตามหลักเศรษฐศาสตร์ ซึ่งอาจเป็นรูปแบบการใช้งานดาตาที่เพิ่มมากขึ้น หรือมีแพ็กเกจเป็นทางเลือกมากขึ้น

ความเชื่อมั่นผู้บริโภคทรุดรอบ 7 เดือน

ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย สำรวจดัชนีความเชื่อมั่นประชาชนเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยเดือน เม.ย. 2556 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยอยู่ที่ 83.7 ลดลงจากเดือน มี.ค.ที่ระดับ 84.8 ถือเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 7 เดือน หลังจากดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคมีทิศทางปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่วนปัจจัยลบที่ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวลดลงมาจากความกังวลเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่า จนส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกไทย ความกังวลเกี่ยวกับราคาพืชผลทางการเกษตรที่อยู่ระดับต่ำเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยเฉพาะยางพารา ปาล์มน้ำมัน และความกังวลด้านสถานการณ์การเมือง


มะกันจับไทยอยู่บัญชีจับตาพิเศษ

ปัจฉิมา ธนสันติ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ระบุว่า สำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐ (ยูเอสทีอาร์) ได้ประกาศสถานะประเทศคู่ค้าด้านทรัพย์สินทางปัญญา ตามกฎหมายการค้าสหรัฐ มาตรา 301 พิเศษ ประจำปี 2555 โดยประกาศให้ไทยอยู่ในบัญชีประเทศจับตามองเป็นพิเศษ (พีดับบลิวแอล) ตามเดิม ส่งผลให้ไทยจะอยู่ในสถานะบัญชีนี้ติดต่อกันเป็นปีที่ 6 นับตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา

อย่างไรก็ตาม แม้สหรัฐจะจัดสถานะให้ไทยอยู่ในบัญชีพีดับบลิวแอลตามเดิม แต่ก็ให้เงื่อนไขพิเศษกับไทยที่มากกว่าการทบทวนสถานะนอกรอบ (โอซีอาร์) โดยสหรัฐได้ระบุว่า หากไทยสามารถผลักดันร่างแก้ไข พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ว่าด้วยการแอบถ่ายในโรงภาพยนต์ และร่างแก้ไข พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ว่าด้วยการป้องกันการละเมิดบนอินเทอร์เน็ต ให้มีผลบังคับใช้ โดยผ่านการพิจารณาของสภา วาระแรกได้ สหรัฐจะปลดไทยมาอยู่บัญชีจับตามอง (ดับบลิวแอล) ทันที

บาทกดเงินเฟ้อต่ำรอบ41เดือน

 

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่