
รู้รอบทิศก่อนคิดส่งออก
โดย...จารุพัฒน์ พานิชยิ่ง
โดย...จารุพัฒน์ พานิชยิ่ง
ผู้อำนวยการฝ่ายรับประกันการส่งออก
ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย
จากครั้งที่แล้ว ใช้คำว่า “รู้เรารู้เขา” ในการเป็นจุดเริ่มต้นในการส่งออก เพื่อให้ผู้ประกอบการเริ่มจากพิจารณาความพร้อมของตนเอง และขั้นตอนกระบวนการต่างๆ ในการส่งออก รวมทั้งปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับตนเองก่อน
สิ่งแรกที่ต้องตัดสินใจ คือ เลือกสินค้าที่จะส่งออก ซึ่งไม่ใช่เพียงแต่ลักษณะทางกายภาพของสินค้าหรือคุณภาพของตัวสินค้าเท่านั้น แต่รวมถึงกฎเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องต่างๆ ผู้ประกอบการจะได้มีข้อมูลที่ครบถ้วนและมั่นใจในการเสนอขายสินค้าให้แก่ผู้ซื้อ
อีกปัจจัยสำคัญในการเริ่มต้นส่งออก คือ การคัดเลือกตลาด การมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตลาดที่สนใจจะช่วยเป็นเครื่องมือให้ผู้ประกอบการเจาะตลาดได้ถูกต้องตรงกับความต้องการของผู้บริโภค
ผู้ประกอบการสามารถทำการวิจัยตลาดได้ 2รูปแบบ อย่างง่ายที่สุด คือ การใช้ข้อมูลและสถิตินำเข้าส่งออกย้อนหลัง 35 ปี การค้นคว้าหาข้อมูลโอกาสทางการตลาด กฎระเบียบ และข้อจำกัดต่างๆ กระบวนการในการส่งออกและการนำเข้าในตลาดที่สนใจจากแหล่งต่างๆ ที่เป็นหน่วยงานในการส่งเสริมการส่งออกของไทย เช่น สำนักงานที่ปรึกษาการพาณิชย์ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ
หรือค้นหาข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต เช่น เว็บไซต์ www.export.gov ของสหรัฐอเมริกา จะให้ข้อมูลด้านการตลาดในประเทศต่างๆ หรือเว็บไซต์ของ JETRO ประเทศญี่ปุ่น เป็นต้น วิธีนี้ผู้ประกอบการจะเสียค่าใช้จ่ายต่ำ และเหมาะกับประเทศที่มีการพัฒนาด้านข้อมูลพอสมควร หรือตลาดส่งออกหลักของไทย
ส่วนอีกวิธีหนึ่ง คือ การทำวิจัยตลาด โดยเดินทางไปศึกษาตลาดด้วยตนเอง เก็บตัวอย่างสินค้าในตลาดเพื่อนำมาวิเคราะห์ลักษณะสินค้า รสนิยมผู้บริโภค การออกแบบผลิตภัณฑ์ ผู้ประกอบการสามารถสำรวจราคาขาย ซึ่งผู้ประกอบการจะสามารถประเมินต้นทุนสินค้านำเข้าได้ การได้พบปะพูดคุยกับช่องทางการจัดจำหน่ายต่างๆ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการนำเข้าสินค้า
แม้ว่าวิธีนี้จะมีค่าใช้จ่ายสูงและอาจต้องเดินทางไปดูตลาดหลายครั้ง แต่ผู้ประกอบการจะเห็นภาพจริงและเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจได้มากกว่าผู้ประกอบการอาจเข้าร่วมโครงการต่างๆ ที่หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจัดขึ้นในต่างประเทศ เช่น Business Matching, Trade Fair เป็นต้นซึ่งผู้ประกอบการจะได้รับความสะดวกในการติดต่อธุรกิจมากกว่า และอาจสามารถลดค่าใช้จ่ายได้บ้างเมื่อเปรียบเทียบกับการตะลุยตลาดด้วยตนเองวิธีการนี้เหมาะสำหรับตลาดทั้งที่เปิดใหม่และตลาดส่งออกในปัจจุบัน
เมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมสำนักงาน JETRO ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ที่นั่นนอกจากให้บริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจในการค้าและการลงทุนในต่างประเทศแก่ผู้ประกอบการญี่ปุ่นแล้ว ยังมีสิ่งที่น่าสนใจคือห้องสมุดที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลด้านการส่งออกและนำเข้าและการลงทุนในประเทศต่างๆ ทั้งด้านสภาวะเศรษฐกิจ และข้อมูลที่สำคัญและจำเป็นสำหรับการทำธุรกิจในต่างประเทศ เช่น มาตรฐานสินค้าในประเทศต่างๆ กฎเกณฑ์การนำเข้า สิ่งที่น่าสนใจมากกว่านั้น คือ มีผู้เข้าใช้บริการจำนวนมาก
นั่นหมายความว่า ก่อนที่ผู้ประกอบการญี่ปุ่นจะตัดสินใจทำการค้าต่างประเทศ เขาศึกษาข้อมูลอย่างเต็มที่ในทุกด้าน เมื่อข้อมูลพร้อม ก็ขอคำปรึกษาจาก JETRO ที่มีสำนักงานอยู่เกือบทั่วทุกมุมโลก หลังจากนั้นผู้ประกอบการญี่ปุ่นก็จะเริ่มออกเดินทางมาสำรวจตลาดจริง ซึ่งจะนำไปสู่การตัดสินใจจริง
ดังนั้น อยากให้ผู้ประกอบการไทยเตรียมตัวให้มากๆ ก่อนการเริ่มทำธุรกิจในต่างแดน เนื่องจากเราไม่มีความคุ้นเคย และหากเกิดความผิดพลาดครั้งเดียวอาจไม่เพียงสูญเสียเงินเท่านั้น แต่สิ่งสำคัญคือ อาจทำให้เสียกำลังใจในการทำธุรกิจส่งออกต่อไป ขณะที่การเตรียมพร้อมที่ดีจะทำให้มั่นใจมากขึ้นในการเริ่มต้นและดำเนินธุรกิจส่งออก







