
เงินเฟ้อ...ชะลอตัว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้มีการประเมินถึงสถานการณ์การบริโภคของไทยในช่วงไตรมาส 2/2556 ว่า อาจชะลอตัวลงตามภาพรวมของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ที่คาดว่าจะเติบโตในอัตราที่ชะลอลงตลอดช่วงครึ่งแรกของปี ซึ่งน่าจะเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่กดดันให้อัตราเงินเฟ้อในช่วงหลายเดือนข้างหน้าไม่ฉีกตัวสูงขึ้นไปจากระดับอัตราเงินเฟ้อในเดือน มี.ค.เม.ย.ได้มากนัก
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้มีการประเมินถึงสถานการณ์การบริโภคของไทยในช่วงไตรมาส 2/2556 ว่า อาจชะลอตัวลงตามภาพรวมของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ที่คาดว่าจะเติบโตในอัตราที่ชะลอลงตลอดช่วงครึ่งแรกของปี ซึ่งน่าจะเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่กดดันให้อัตราเงินเฟ้อในช่วงหลายเดือนข้างหน้าไม่ฉีกตัวสูงขึ้นไปจากระดับอัตราเงินเฟ้อในเดือน มี.ค.เม.ย.ได้มากนัก
ทั้งนี้ คาดว่าอัตราเงินเฟ้อในไตรมาส 2/2556 และไตรมาส 3/2556 จะชะลอลงมามีค่าเฉลี่ยที่ไม่เกิน 2.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จาก 3.1% ในไตรมาส 1/2556 ก่อนจะขยับขึ้นเล็กน้อยในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีตามภาระต้นทุนของภาคธุรกิจ
ส่วนกรณีที่หากระดับราคาก๊าซแอลพีจี ภาคครัวเรือนมีการทยอยปรับเพิ่มขึ้นเดือนละ 50 สตางค์ นับจากเดือน มิ.ย.นี้จนไปเท่ากับราคาก๊าซแอลพีจี ภาคขนส่ง และจะขยับขึ้นต่อเนื่องทั้งสองส่วนไปจนถึงระดับราคาที่กำหนด อาจมีผลทางตรงต่อเงินเฟ้อในกรอบจำกัด แต่ก็คงต้องพิจารณาผลทางอ้อมที่มีต่อการคาดการณ์ทิศทางราคาสินค้าและโครงสร้างต้นทุนของภาคธุรกิจประกอบด้วย
ภาพรวมทั้งปี 2556 แรงกดดันเงินเฟ้อมีแนวโน้มผ่อนคลายลงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้ด้วยอานิสงส์จากหลายปัจจัย อาทิ ทิศทางราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกอ่อนตัวลงกว่าที่คาด โดยล่าสุดคาดว่าราคาน้ำมันดิบดูไบทั้งปีอาจมีค่าเฉลี่ยประมาณ 106 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล (จากคาดการณ์เดิมอยู่ที่ 108 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และเป็นระดับที่ลดลงจาก 108.9 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ในปี 2555)
ขณะเดียวกัน เงินบาทที่มีระดับแข็งค่ากว่าในปีก่อน ตลอดจนมาตรการดูแลภาวะค่าครองชีพของทางการที่ครอบคลุมช่วงเวลาส่วนใหญ่ของปี ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ค่าเฉลี่ยของอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2556 อาจอยู่ที่ประมาณ 2.6% ซึ่งต่ำลงจากประมาณการเดิมที่ 3.3% ซึ่งภาพที่ผ่อนคลายของเงินเฟ้อนี้ อาจช่วยประคองบรรยากาศการใช้จ่ายของภาคเอกชนไม่ให้ชะลอตัวลงมากนัก
สำหรับนัยของทิศทางเงินเฟ้อต่อการดำเนินนโยบายการเงินของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า เงินเฟ้อที่ผ่อนคลายอาจจะยังไม่ใช่ตัวแปรที่มีน้ำหนักมากนักต่อ กนง.ในการพิจารณาอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมรอบปกติวันที่ 29 พ.ค. 2556 ที่จะถึงนี้ ตราบเท่าที่ กนง.ยังคงมองว่า เศรษฐกิจไทยยังคงขยายตัวใกล้เคียงกับที่ประมาณการ ขณะที่ กนง.ก็น่าจะยังคงให้น้ำหนักกับประเด็นด้านเสถียรภาพ โดยเฉพาะการชะลอความร้อนแรงของบางภาคส่วนในระบบเศรษฐกิจ รวมถึงการขยายตัวของสินเชื่อบางประเภท







