
ดร.โกร่งหนักใจคลังขัดแย้งธปท.แก้ค่าเงิน
"วีรพงษ์" หวังรมว.คลังและผู้ว่าธปท.ร่วมหาทางออกแก้บาทแข็ง หลังกระทบการส่งออกและสภาพคล่องธปท.แล้ว
"วีรพงษ์" หวังรมว.คลังและผู้ว่าธปท.ร่วมหาทางออกแก้บาทแข็ง หลังกระทบการส่งออกและสภาพคล่องธปท.แล้ว
นายวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับสถานการณ์ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง โดยกังวลว่าจะนำไปสู่การเกิดวิกฤตเศรษฐกิจ พร้อมระบุว่า รู้สึกอึดอัดต่อกรณีความขัดแย้งระหว่างรมว.คลังและผู้ว่าการธปท. ทั้งแสดงท่าทีกดดันการทำงานของผู้ว่าการธปท.
นายวีรพงษ์ ระบุว่า อำนาจการสั่งปลดผู้ว่าการธปท.ไม่ใช่อำนาจของคณะกรรมการธปท.เสียงข้างมาก แต่เป็นต้องเป็นอำนาจของรมว.คลังที่จะเสนอต่อนายกฯ และเสนอให้ครม.ปลด แต่ตนไม่อยากให้ไปถึงขั้นนั้น เพียงแต่ออกมาพูดเตือนด้วยความหนักใจ ขณะที่การลดอัตราดอกเบี้ยจะลดปัญหาค่าเงินบาทได้ แต่คงไม่พอต้องมีมาตรการอื่นๆเสริม
“ถ้าเป็นอย่างนี้ มันไม่ไหวนะ ตำแหน่งผมไม่ใช่รมว.เป็นแค่กรรมการเล็ก ส่วนทางออกของปัญหานี้ ก็ได้พูดมานานแล้ว และการลดเบี้ยอาจจะยังไม่เพียงพอ”นายวีรพงษ์กล่าว
นายวีรพงษ์ ระบุ เท่าที่ไปเป็นประธานธปท.มาปีกว่า ก็เห็นชัดทีเดียวว่าการทำงานของธปท.กับนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลังมีปัญหา ทั้งๆที่ความจริงแล้วการดำเนินนโยบายการเงินและนโยบายการคลังจะต้องสอดประสานเพื่อให้เกิดเสถียรภาพกับระบบเศรษฐกิจเป็นอย่างมาก
“การปรึกษาหารือกันระหว่างผู้ว่าธปท.และรมว.คลังเท่าที่ผมเห็นมา มีปัญหามาโดยตลอด การทำงานของธปท.ก็มีปัญหา เมื่อเกิดความเสียหายกับผู้ส่งออกและระบบเศรษฐกิจ ต่างก็โยนความผิด โยนความรับผิดชอบ ผู้ว่าการฯก็บอกเป็นหน้าที่กนง.ทำอะไรไม่ได้ รมว.คลังก็บอกว่าเป็นหน้าที่ธปท. ทางธปท.ก็บอกว่ามีมาตรการหลายอย่างกระทรวงการคลังทำไมไม่ทำ ตกลงผลเสียก็เลยเกิดขึ้นกับประเทศชาติ ประชาชน โดยไม่รู้ความรับผิดชอบอยู่ที่ไหน”นายวีรพงษ์กล่าว
นายวีรพงษ์ กล่าวว่า แม้ว่าพ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย กำหนดให้รมว.คลังเป็นผู้กำกับดูแลและควบคุมการดำเนินงานโดยส่วนรวมของธปท. แต่รมว.คลังไม่อาจก้าวก่ายการทำงานของธปท.ได้ แต่เมื่อเกิดความเสียหาย รมว.คลังก็ไม่อาจรับผิดชอบต่อรัฐสภาได้ เพราะแม้จะเป็นผู้รักษาการตามพ.ร.บ.แต่ก็ไม่สามารถคุยหรือประสานงานกับผู้ว่าธปท.ได้
ขณะที่ผู้ว่าการธปท.ก็บอกว่าตนเองก็ไม่ต้องรับผิดชอบ เพราะมีหน้าที่ปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ส่วนกนง.มาจากไหนก็ไม่ทราบ ซึ่งตนไปดูรายชื่อก็ไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางเศรษฐกิจมหภาคเลยแม้แต่คนเดียว แต่กลับมีอำนาจมหาศาล ใครพูดทักท้วง ใครพูดติติงอะไร ก็ไม่มีผลอะไร
“อันนี้ผมเชื่อว่า ถ้าสถานการณ์เป็นอย่างนี้ ก็เห็นท่าจะเกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงกับประเทศชาติและประชาชน สถานการณ์ตอนนี้ก็ย่ำแย่แล้ว เห็นชัดว่าผู้ส่งออกได้รับความเสียหาย อุตสาหกรรมใหญ่ๆ ที่ว่าจะมีศูนย์อยู่ที่ประเทศไทย หากสถานการณ์ยังดำเนินไปอย่างนี้ คงเป็นไปไม่ได้”นายวีรพงษ์กล่าว
นายวีรพงษ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาฝ่ายธปท.บอกว่ามีมาตรการหลายอย่างที่จะทำ แต่ตนไม่ทราบว่ามาตรการหลายอย่างอันลี้ลับนี้มีอะไรบ้าง จะงัดออกมาใช้ได้เมื่อใด เมื่อไหร่ ที่จะไม่เกิดผลข้างเคียง และเกิดความเสียหายต่อประชาชนทั้งประเทศ เพราะขณะนี้ต้องยอมรับว่าค่าเงินบาทแข็งผิดปกติกว่าประเทศใดๆในโลกตั้งแต่ต้นปี สร้างความเสียหายอย่างใหญ่หลวง แต่ก็หาคนรับผิดชอบไม่ได้
“ผมในฐานะประธานธปท.ก็รู้สึกอึดอัด รู้สึกเป็นกังวลต่อเหตุการณ์ที่จะมาข้างหน้าเป็นอย่างยิ่ง เพราะมองไปแล้วที่บอกว่าจะมีมาตรการหลายอย่าง นอกจากดอกเบี้ยก็ไม่เห็นมีอะไร ซักไซ้ไล่เรียงว่ามีอะไรก็ตอบไม่ได้ และก็ไม่มีอะไรมา 4 ปีแล้ว”นายวีรพงษ์กล่าว
นายวีรพงษ์ ย้ำว่า รู้สึกหนักใจ แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างผู้ว่าฯและรมว.คลังได้ เพราะต่างฝ่ายต่างพูดกันไปพูดกันมา พอรมว.พูดไป ผู้ว่าการธปท.ก็สวนมา ทางธปท.ก็อธิบายไป บางเรื่องตนก็เห็นด้วยบ้างไม่เห็นด้วยในหลักวิชา ส่วนรมว.คลังก็แสดงความต้องการอยากเห็นเศรษฐกิจขยายตัว ทางนี้ก็สวนกันไปสวนกันมา
“ผมได้แต่หนักใจ ท่านทั้งสองเป็นผู้หลักผู้ใหญ่กว่าผม และผมก็แสดงความหนักใจทุกครั้งในคณะกรรมการทุกครั้งที่มีการประชุม หนังสือตอบที่ท่านคาดโทษ ผมก็ตอบมา ท่านก็หายไป ผมก็ถือว่าผมเป็นผู้หลักผู้ใหญ่คนหนึ่งจะให้เป็นตัวกลางเป็นท้าวมาลีวราช มันก็ไม่ใช่หน้าที่ ถ้าเขาฟังก็ดีไป ถ้าไม่ฟังก็เสียหน้า ขณะที่ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น ก็เป็นเพราะความความเห็นไม่ตรงกัน แต่ก็ไม่ปรับกัน”นายวีรพงษ์กล่าว
นายวีรพงษ์ ระบุว่า ที่ผ่านมาตนได้เตือนให้แก้ปัญหาค่าเงินบาทแข็งค่าตั้งแต่ตอนที่ค่าเงินบาทอยู่ที่ 33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แต่จนถึงบัดนี้ค่าเงินบาทต่ำกว่า 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐไปแล้ว และเด้งมาเป็น 29 บาทเศษ เพราะปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินบาทแข็งยังดำรงอยู่ คือ ความแตกต่างระหว่างดอกเบี้ยของเรากับดอกเบี้ยต่างประเทศ
“ผมก็ชี้ให้เห็นมานานแล้ว แล้วมันก็เป็นอย่างที่ผมพูดที่ผมกังวลทุกประการ เมื่อให้ผมมาระบายความทุกข์ใจผมก็มา”นายวีรพงษ์กล่าว
ส่วนการผ่าทางตันในการแก้ปัญหาค่าเงินบาทนั้น นายวีรพงษ์ กล่าวว่า ตนไม่มีอำนาจอะไรทั้งสิ้น เมื่อเปิดดูกฎหมายก็บอกว่าคณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ในการดูแลการดำเนินงานของธปท. โดยทั่วไป ยกเว้นแต่งานที่เป็นอำนาจหน้าที่ของกนง. คณะกรรมการนโยบายสถาบันการเงิน (กนส.) และคณะกรรมการระบบการชำระเงิน (กรช.) แต่เป็นเมื่อคณะกรรมการธปท.ต้องรับผล คือ มีความรับผิดชอบแต่ไม่มีอำนาจ
“ผมก็ถามว่าการขาดทุนทุกปีๆ และผลการดำเนินงานขาดทุนติดลบเมื่อสิ้นปี 2555 กว่า 5.3 แสนล้านบาท ไตรมาส 1 เพิ่มเป็น 8 แสนล้านบาทกว่า และกำลังจะไปเป็น 1 ล้านล้านบาทในไม่ช้านี้ และเหมือนต้มยำกุ้งที่เราเสียหาย 1.14 ล้านล้านบาท ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกรรมการ และกรรมการก็ทำอะไรไม่ได้เลย”นายวีรพงษ์กล่าว
นายวีรพงษ์ ย้ำว่า สาเหตุการขาดทุนของธปท. เป็นเพราะการกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยตลาดโลก ผลตอบแทนที่สูงกว่าเงินก็ไหลเข้า พอเงินไหลเข้าบาทแข็งก็ตกใจ ต้องนำเอาเงินสดซื้อเงินเหรียญสกรัฐดอลลาร์ และออกพันธบัตรดูดสภาพคล่องที่มีดอกเบี้ยสูง ได้เงินเหรียญสหรัฐที่ให้ผลตอบแทนต่ำ แต่ก็ไม่ได้ผลอะไร เพราะในรอบ 4 ปีที่ผ่านมาเงินบาทแข็งค่าจาก 35 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จนบัดนี้ต่ำกว่า 30 ก็ยังไม่เห็นฝั่ง ตนก็ได้แต่เตือน
“รมว.คลังทำหนังสือมาคาดโทษผมว่าฐานะงบดุลของธปท.ขาดดุลมากมายอย่างนี้ กรรมการต้องรับผิดชอบ ผมก็บอกว่ากรรมการก็ได้หยิบยกเรื่องนี้มาคุยทุกครั้ง ทุกเดือนที่มีการประชุม แต่ก็ไม่มีผลอะไร ดูในรายงานประชุมของกนง. ผู้ว่าการก็ไม่ได้หยิบยกเรื่องที่กรรมการกังวลเข้าไปหารือในกนง.ก็ทำได้เท่านี้ ก็ทำหนังสือตอบรมว.คลังไปอย่างนี้ ท่านจะเอาโทษเอาโพยอะไรก็ต้องยอมรับ และไปชี้แจงว่าเป็นอย่างนี้”นายวีรพงษ์กล่าว
นายวีรพงษ์ ยังกล่าวว่า มีการนำความคิดเห็นของเสียงข้างมากในคณะกรรมการธปท.เตือนและติงผู้ว่าการธปท.เกี่ยวกับการขาดทุนของธปท.ตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว ไปตรวจในรายงานการประชุมก็ได้ และบอร์ดก็ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาคณะหนึ่งมีดร.คณิต แสงสุพรรณ เป็นกรรมการให้สอบข้อเท็จจริง
“เขาตรวจสอบว่า ความเสียหายกับงบดุลธปท.เกิดขึ้นได้อย่างไร และมีวิธีการแก้ไขอย่างไร เขาก็เสนอมาว่าเหตุผลเป็นอย่างไร และแก้ไขอย่างไร และรายงานนี้ก็ได้ส่งให้ผู้ว่าฯ ให้ผู้ว่าธปท.แจ้งกนง.เพื่อทราบ ท่านผู้ว่าฯก็ดูเหมือนจะไม่เดือดร้อนหรอก เพราะท่านบอกว่า ธปท.ขาดทุนได้ไปเรื่อยๆ ถ้าอย่างนั้น เมื่อตอนเกิดต้มยำกุ้งก็ไปโยนหนี้กองทุนฟื้นฟูฯมาที่กระทรวงคลัง และใช้เงินภาษีชำระดอกเบี้ยมา 15 ปีๆละ 6 หมื่นล้านบาทมาเรื่อยๆ ประชาชนต้องควักเงินแดงๆมาชำระหนี้ให้ธปท.หรือกองทุนฟื้นฟูฯที่จัดขึ้นภายใต้พ.ร.บ.ธปท.ก็ตอบไม่ได้”นายวีรพงษ์กล่าว
นายวีรพงษ์ ระบุว่า ผู้ที่ต้องรับผิดชอบสูงสุดในเรื่องนี้ คือ นายกฯ รองลงมาคือ รมว.คลัง แต่เท่าที่สถานการณ์ที่เป็นอยู่ ตนคิดว่านายกฯไม่อาจรับผิดชอบต่อรัฐสภาเลย หากเกิดปัญหารุนแรงถึงขั้นเศรษฐกิจล้มละลาย หากเงินบาทยังแข็งไปเรื่อยๆถึงจุดหนึ่งก็จะมีปัญหา แต่ปัญหาจะกลับกันกับตอนที่เงินบาทควรจะอ่อนเราไม่ให้อ่อน
“ก็ต้องฝากนายกฯให้ดูแล ซึ่งผมไม่ทราบว่านายกฯมีสิทธิถอดถอนหรือไม่ แต่ผมไม่อยากให้ไปถึงขั้นนั้น อย่าให้ผมแสดงความเห็นมากกว่านี้เลย ผมแสดงความหนักอกหนักใจ วิตกกังวลต่อปัญหาประเทศนี้ แต่ที่จริงปัญหามันแก้ไขได้ เพราะเป็นปัญหาขององค์กร ระบบบริหารราชการแผ่นดินของประเทศเรามากกว่า ซึ่งผมไม่อยากก้าวก่ายงานรมว.คลังหรือรัฐบาล เพียงแต่อยากไปเรียนรมว.คลังแทน ว่าประธานแบงก์ชาติหนักใจกังวลและวิตกว่ามันจะเกิดวิกฤติระบบเศรษฐกิจของชาติ”นายวีรพงษ์กล่าว
นายวีรพงษ์ ย้ำว่า ค่าเงินบาท ณ ขณะนี้ก็สร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการส่งออกแล้ว แต่ธปท.กลับพูดเองเออเองว่าเศรษฐกิจยังขยายตัวได้ ทั้งๆที่เศรษฐกิจจะพังทลายอยู่แล้ว จึงอยากฝากถึงรมว.คลังว่า บ้านเมืองมาถึงจุดนี้แล้วข้างหน้าเห็นอยู่แล้วว่า มันจะเดินลงเหว ขอฝากบ้านฝากเมืองไว้กับรมว.คลัง
“ค่าเงินที่เป็นอยู่เดี๋ยวนี้ก็กระทบแล้ว ต่ำกว่า 30 บาท ก็ทยอยกันพังแล้ว ส่วนที่แบงก์ชาติบอกว่า 27 บาทยังโตได้ 4% อันนี้เขาก็พูดของเขาเอง เออเอง ซึ่งผมก็ไม่เห็นด้วย ผมอยู่เอกชนผมรู้ดี และที่การลดอัตราดอกเบี้ยไม่สามารถลดการไหลเข้าของเงินทุน อันนั้นเขาก็พูดของเขาเอง ซึ่งไม่มีใครเห็นด้วย เขาพูดเป็นนกแก้วนกขุนทองที่วังบางขุนพรหม”
นายวีรพงษ์ ระบุว่า ผู้ที่ได้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่แข็งค่า คือ แรงงานในต่างประเทศที่ผลิตของให้ประเทศไทยใช้ ธนาคาร นักค้าเงิน และนักเก็งกำไร ส่วนผู้ที่เสีย คือ แรงงาน ชาวไร่ ชาวนาในประเทศไทย
“วันก่อนก็เจอนักเก็งกำไรบอกขอร้องว่าอย่ามาเลย เขาบอกว่าประเทศไทยแหมดีเหลือเกิน ดอกก็ดี อะไรก็ดี ผลตอบแทนก็ดี กำลังเตรียมเงินมาเยอะแยะเลย และผมเองก็ไม่มีอำนาจไปกดดันให้ใครลาออก แต่นี่ก็พูดแรงเกินไปแล้ว ส่วนคำแนะนำเรื่องลดดอกเบี้ยให้มา 4 ปีแล้ว ดอกเบี้ยเมืองนอกไม่ถึง 1% แต่เรา 2.75% ก็คิดตัวเลขง่ายๆก็แล้วกันว่าจะลดดอกเบี้ยเท่าไหร่”นายวีรพงษ์กล่าว







