
ข่าวย่อยกองทุน
ฟินันซ่าขายกอง 3 เดือน ชู 2.95% ต่อปี
ฟินันซ่าขายกอง 3 เดือน ชู 2.95% ต่อปี
นายธีรพันธุ์ จิตตาลาน กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ฟินันซ่า เปิดเผยว่า บริษัทเสนอขายกองทุนเปิดฟินันซ่าตราสารหนี้พลัส โรล โอเวอร์ 3 เดือน 3 (FAM FIPR3M3) ลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ อายุประมาณ 3 เดือน ประมาณการผลตอบแทนที่ 2.95% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก 3 เดือนของธนาคารพาณิชย์ เสนอขายระหว่างวันที่ 29 เม.ย.-8 พ.ค. 2556 ลงทุนขั้นต่ำเพียง 2,000 บาท
กรุงศรีขายตราสารหนี้นอกจ่าย 3% ต่อปี
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.กรุงศรี เปิดเผยว่า บริษัทเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ต่างประเทศ 6M6 (KFFIF6M6) อายุประมาณ 6 เดือน เสนอขายวันที่ 30 เม.ย.7 พ.ค. 2556 ลงทุนขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท จ่ายผลตอบแทนประมาณ 3% ต่อปี มีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวน
“จากสถานการณ์ค่าเงินบาทขณะนี้ คิดว่าโอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะขึ้นดอกเบี้ยนั้นต่ำมาก ดังนั้นการลงทุนในตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าดอกเบี้ยนโยบายจึงน่าสนใจแก่นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ”นายธีรพันธุ์ กล่าว
อย่างไรก็ตามตอนนี้ค่าเงินบาทเริ่มแข็งค่ามากเกินไปและเร็วเกินไป มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกมาตรการพิเศษมาดูแลค่าเงินบาท อาทิ การลดดอกเบี้ย การเก็บค่าธรรมเนียมเงินลงทุนต่างประเทศระยะสั้น เป็นต้น แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจน คือการขึ้นดอกเบี้ยจะไม่เกิดขึ้นในครึ่งแรกของปีนี้
ธนชาตส่งตราสารหนี้ในนอก 6 เดือน
บลจ.ธนชาต จะเสนอขายกองทุนเปิดธนชาต Fixed Income 6M27 (TFI6M27) ลงทุนในตราสารหนี้ทั้งในและต่างประเทศ ระยะเวลาลงทุนประมาณ 6 เดือน ผลตอบแทนประมาณ 3.05% ต่อปี เปิดขายครั้งเดียวตั้งแต่วันที่ 30 เม.ย.-8 พ.ค. 2556 โดยกองทุนจะป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเต็มจำนวนสำหรับเงินลงทุนต่างประเทศ
กองทุนมีเป้าหมายลงทุนในเงินฝากสกุลเงิน AED ของ Union National Bank ประมาณ 22% ลงทุนในเงินฝากของ Bank of China ประมาณ 22% ลงทุนในตราสารหนี้ที่ออกโดย Itau Unibanco S.A. ที่ออกโดย Banco BTG Pactual ประมาณ 23% ลงทุนในตั๋วแลกเงินที่ออกโดย บริษัท เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง บริษัท ราชธานีลิสซิ่ง ประมาณ 22% ลงทุนในตั๋วแลกเงินบริษัท แสนสิริ ประมาณ 10.90% และลงทุนในเงินฝากธนาคารพาณิชย์ในประเทศ ประมาณ 0.10% อายุประมาณ 6 เดือน
นายฉัตรพี ตันติเฉลิม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บลจ.กรุงศรี เปิดเผยว่า บริษัทเปิดเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารหนี้ต่างประเทศ6M6(KFFIF6M6) อายุประมาณ 6 เดือน มีนโยบายลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ เช่น เงินฝากธนาคาร Union National Bank (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) สัดส่วนการลงทุน 20% เงินฝากธนาคาร Bank of China (สาขามาเก๊า , สาธารณรัฐประชาชนจีน) สัดส่วนการลงทุน 10% เงินฝากธนาคาร Commercial Bank of Qatar (กาตาร์) สัดส่วนการลงทุน 10% ตราสารหนี้ ECP รับประกันโดยธนาคาร Sberbank of Russia สัดส่วนการลงทุน 15% ตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธนาคาร Banco Santander Brasil S.A. (บราซิล) สัดส่วนการลงทุน 15% ตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธนาคาร Banco Itau Unibanco S.A (บราซิล) สัดส่วนการลงทุน 15% และตราสารหนี้ EMTN ออกโดยธนาคาร Industrial and Commercial Bank of China Asia Ltd. (สาธารณรัฐประชาชนจีน , ฮ่องกง) สัดส่วนการลงทุน 15% โดยหลังครบกำหนดอายุโครงการบริษัทจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนอัตโนมัติและสับเปลี่ยนหน่วยลงทุนไปยังกองทุนเปิดกรุงศรีตราสารเงิน (KFCASH) ซึ่งเป็นกองทุนรวมตลาดเงิน เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ถือหน่วยลงทุนได้รับผลตอบแทนที่ดีจากการลงทุนต่อไป
กรุงไทยซีเล็คทีฟโกยกำไรปีนี้ 25%
นายสมชัย บุญนำศิริ กรรมการผู้จัดการ บลจ.กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า กองทุนเปิดกรุงไทยซีเล็คทีฟ อิควีตี้ ฟันด์ (KTSE) ซึ่งเป็นกองทุนที่เน้นลงทุนในหุ้นรายตัว บริหารแบบเชิงรุก ได้รับความสนใจจากนักลงทุนค่อนข้างมาก ส่งผลให้สินทรัพย์สุทธิเพิ่มขึ้นจากสิ้นปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 283 ล้านบาท เป็น 967 ล้านบาท ณ วันที่ 26เม.ย. 2556
ขณะที่ผลการดำเนินงานขึ้นเป็นอันดับ 1 ของอุตสาหกรรมข้อมูลจากสมาคมบริษัทจัดการลงทุน นับจากต้นปีถึงวันที่ 12 เม.ย.2556 ในประเภทกองทุนรวมตราสารทุนที่มีนโยบายการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์
สำหรับผลการดำเนินงาน ณ วันที่ 12 เม.ย. 2556 ย้อนหลัง 6 เดือน อยู่ที่ 31.38% สูงกว่าดัชนีหุ้น ซึ่งอยู่ที่ 17.76% ย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 48.64% ดัชนีหุ้นอยู่ที่ 30.6% และนับตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 24.94% ดัชนีหุ้นอยู่ที่ 9.73% “กองทุน KTSE มีการบริหารจัดการแบบเชิงรุกเน้นการลงทุนในหุ้นเป็นรายตัวและมีการจัดสรรน้ำหนักการลงทุนให้มีความเฉพาะเจาะจง ดังนั้น กระบวนการคัดสรรหุ้นและการจับจังหวะหรือกำหนดช่วงราคาในการเข้าลงทุนในหุ้นแต่ละตัว จึงเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้กองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้เป็นที่น่าพอใจให้กับนักลงทุน”นายสมชัย กล่าว
อีกทั้งปี 2556 (ม.ค.-เม.ย.) จ่ายเงินปันผลไปแล้ว 3.5 บาท/หน่วย หรือคิดเป็นผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลประมาณ 20% ขณะที่ปี 2555 ปันผล 5.05 บาทต่อหน่วย หรือคิดเป็นผลตอบแทนในรูปของเงินปันผลประมาณ 30%







