
เงินเฟ้อเดือนเม.ย.สูงขึ้น 2.42%
กระทรวงพาณิชย์ เผยเงินเฟ้อเดือนเม.ย.ขยายตัว 2.42% คาดว่าทั้งปีเงินเฟ้อจะเป็นไปตามกรอบ 2.8-3.4% ที่ตั้งเป้าไว้
กระทรวงพาณิชย์ เผยเงินเฟ้อเดือนเม.ย.ขยายตัว 2.42% คาดว่าทั้งปีเงินเฟ้อจะเป็นไปตามกรอบ 2.8-3.4% ที่ตั้งเป้าไว้
นางวัชรี วิมุกตายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป หรืออัตราเงินเฟ้อเดือนเมษายน 2556 เท่ากับ 104.90 หรือ สูงขึ้น 2.42% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว เป็นผลจากราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์สูงขึ้น 4.15% โดยดัชนีราคาข้าว แป้ง และผลิตภัณฑ์จากแป้ง สูงขึ้น 0.74% หมวดเนื้อสัตว์ เป็ด ไก่และสัตว์น้ำ สูงขึ้น 6.15% และผัก ผลไม้ สูงขึ้น 13.14%
สำหรับอัตราเงินเฟ้อเฉลี่ย ในระยะ 4 เดือนแรกของปีนี้ สูงขึ้น 2.92% ซึ่งถือว่าเป็นไปตามภาวะการบริโภคปัจจุบันที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง ประกอบกับค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ทำให้ราคาพลังงานในประเทศราคาลดลง ส่งผลให้แรงกดดันต่อเงินเฟ้อด้านราคาสินค้าไม่ขยับตัวสูงขึ้นมากนัก ประกอบกับภาครัฐ ยังคงมาตรการดูแลและควบคุมราคาสินค้า และพลังงาน ทำให้คาดว่า อัตราเงินเฟ้อในปี 2556 จะอยู่ในกรอบที่กระทรวงพาณิชย์ คาดการณ์ไว้ในกรอบ 2.8-3.4%
นางวัชรี กล่าวว่า การปรับขึ้นราคาก๊าซแอลพีจี ค่าทางด่วน และรถไฟฟ้าบีทีเอส จะมีผลต่ออัตราเงินเฟ้อไม่มากนัก โดยการขึ้นราคาแอลพีจีที่คาดว่า จะเริ่มในเดือนมิถุนายนนี้ มีผลต่ออัตราเงินเฟ้อ 0.06% ต่อปี ส่วนการขึ้นค่าโดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอสกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อ 0.001% เช่นเดียวกับการขึ้นค่าทางด่วนที่กระทบ 0.001% ไม่มีผลต่อเป้าหมายเงินเฟ้อทั้งปีที่คาดการณ์ไว้
ส่วนการแข็งค่าของเงินบาท ผลกระทบส่วนใหญ่อยู่ในภาคการผลิต โดยในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ กระทรวงพาณิชย์ ได้เชิญผู้ส่งออกกลุ่มเอสเอ็มอีกว่า 300 ราย มาหารือ เพื่อหามาตรการช่วยเหลือ จากผลกระทบค่าเงินบาทแข็งค่า โดยเฉพาะเรื่องการประกันความเสี่ยงและการปรับตัวในการส่งออก โดยจะเชิญเอสเอ็มอีกลุ่มที่สามารถปรับตัวได้ มาให้คำแนะนำ รวมทั้งผู้ส่งออกรายใหญ่ที่จะเข้ามาช่วยเหลือเอสเอ็มอีที่ยังอ่อนแอ







