
เอกชนพอใจธปท.รับปากดูแลค่าเงินบาท
สอท.พอใจ ธปท. รับปากดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน แย้มจะใช้ 3 เครื่องมือดูแลอัตราแลกเปลี่ยน
สอท.พอใจ ธปท. รับปากดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่าเกินปัจจัยพื้นฐาน แย้มจะใช้ 3 เครื่องมือดูแลอัตราแลกเปลี่ยน
วันนี้เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) และคณะ เดินทางเข้าพบนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และคณะผู้บริหาร ธปท. เพื่อหารือถึงแนวทางการดูแลค่าเงินบาทไม่ให้แข็งค่ามากเกินไปจนกระทบต่อภาคธุรกิจ ซึ่งการหารือใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง
นายพยุงศักดิ์ กล่าวว่า การหารือเพื่อยื่นข้อเสนอ 7 ข้อของส.อ.ท.ให้ธปท.ช่วยดูแลค่าเงินในวันนี้ ถือว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ โดยผู้ว่าการ ธปท. รับปากว่าจะช่วยดูแล โดยใช้เครื่องมือ 3 ประสาน คือ การพิจารณาใช้ดอกเบี้ย การดูแลอัตราแลกเปลี่ยน และมาตรการในการดูแลเงินทุนไหลเข้า เพื่อไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่ามากจนเกินปัจจัยพื้นฐานของเศรษฐกิจไทยเหมือนในช่วงที่ผ่านมา โดยหากค่าเงินบาทแข็งค่ามากเกินไป ธปท. อาจจะต้องใช้มาตรการที่เข้มข้นขึ้น
“ส่วนการปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงมาเพื่อดูแลไม่ให้เงินทุนไหลเข้ามามากจนส่งผลต่อค่าเงินบาทแข็งค่านั้น คำตอบไม่ได้บอกว่าจะลดหรือไม่ลด แต่ท่านผู้ว่าการ ธปท.ท่านบอกว่า การใช้ดอกเบี้ยจะใช้เมื่อจำเป็นจริงๆเท่านั้น ซึ่งก็โชคดี ด้านมาตรการดูแลเงินทุนไหลเข้าที่อาจจะนำมาใช้หากจำเป็นนั้น ทางธปท.ไม่ได้เปิดเผยในรายละเอียด เพราะอาจจะกระทบต่อภาวะตลาด ไม่ควรเปิดเผย ฉะนั้น ทางเราก็จะขอดูสถานการณ์ไปอีกระยะหนึ่งก่อน ถ้าเงินบาทยังแข็งเกินปัจจัยพื้นฐาน แข็งค่าขึ้นไปถึง 6-7% อีกก็จะกลับมาพบธปท.ใหม่ ตอนนี้ก็ต้องให้เวลาธปท.ทำงานก่อน” นายพยุงศักดิ์กล่าว
นายพยุงศักดิ์ กล่าวว่า ในเรื่องระดับอัตราแลกเปล่ยนที่เหมาะสม หรือไม่เกินปัจจัยพื้นฐานนั้น ทางธปท.ไม่ได้บอกว่าจะดูแลให้อยู่ระดับใดชัดเจน แต่เข้าว่าคงไม่ให้แข็งไปที่ระดับ 28.50 บาทต่อเหรียญสหรัฐหรือแข็งค่ามากเป็นอันดับ 4 ของโลกอีก เพราะการที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากเกินประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคก็จะกระทบความสามารถในการแข่งขันและเป้าหมายในการส่งออกปีนี้ด้วย
ด้านนายวัลลภ วิตนากร รองประธาน สอท. และรองประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากค่าเงินบาทแข็งค่าที่ระดับ 28 บาทกว่า หรือในระดับปัจจุบันจะกระทบให้การส่งออกขยายตัวลดลง จากเดิมที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งเป้าเอาไว้ที่ระดับ 8-9% และสอท.มองไว้ที่ 6.9% อาจจะเหลือเพียง 4.92% เท่านั้น มูลค่าการส่งออกจะลดลงไปประมาณ 4.7 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ จึงอย่าให้ทางการดูแลไม่ให้แข็งค่าจนเกินเพื่อนบ้านมากนัก







