
ทันสถานการณ์
บินไทยถกตั้งบริษัทคุมไทยสมายล์
บินไทยถกตั้งบริษัทคุมไทยสมายล์
นายสมศักดิ์ มานพ เลขาธิการสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการบินไทย เปิดเผยว่า ในวันที่ 8 พ.ค.นี้ คณะกรรมการ (บอร์ด) สหภาพฯ จะประชุมหารือ กรณีบริษัท การบินไทย เร่งรัดเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) จัดตั้งสายการบินไทยสมายล์แอร์เวย์ ในรูปแบบบริษัทย่อยของการบินไทย เนื่องจากมีกระแสข่าวว่าผู้ที่ผลักดันเรื่องนี้คือนายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการ ครม. ในฐานะประธานบอร์ดการบินไทย จะดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดสายการบินไทยสมายล์ฯ ควบคู่ด้วย โดยการตั้งบริษัทไม่มีความชัดเจนเรื่องหลักประกันอาจมีการเปลี่ยนสัดส่วนหุ้นและเอื้อประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่ม
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า การขออนุมัติจัดตั้งบริษัทคุมสายการบินไทยสมายล์ ภายใน 1 เดือน มีขั้นตอนรีบเร่งผิดปกติ โดยเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เพื่อจะได้นำเข้า ครม.ทันภายใน 1 เดือน ส่งผลให้การพิจารณาแผนไม่รอบคอบ
สร้างเครือข่ายการค้าในยุโรป
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงการจัด “งานไทยแลนด์ เฟสติวัล 2556” ณ เมืองมิลาน ประเทศอิตาลี ว่า กรมได้จัดงานนี้ภายใต้แนวคิดเกี่ยวกับอาหาร "Feeding the planet, Energy for life" เพื่อตอกย้ำกระแสนิยมและภาพลักษณ์ผู้นำอาหารเอเชียของประเทศไทยแก่สายตาชาวโลก อีกทั้งจะเร่งพัฒนาและเสริมสร้างเครือข่ายทางธุรกิจให้เข็งแกร่งทั้งด้านนำเข้าวัตถุดิบการส่งเสริมแรงงานฝีมือและอื่นๆ เพื่อเสริมศักยภาพในการทำการค้าให้ผู้ประกอบการไทย
การจัดงานในครั้งนี้ ถือเป็นงานที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยในท้องถิ่นจำหน่ายและประชาสัมพันธ์สินค้าไทย เช่น สินค้าอาหาร สินค้าหัตถ กรรม ของขวัญของตกแต่งบ้าน สปา เป็นต้นบริการสปา/นวดไทย เครื่องประดับ และการท่องเที่ยว เป็นต้น สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ เมืองมิลาน ได้ร่วมมือกับเครือข่ายที่สำคัญในท้องถิ่น ได้แก่ OKTAGON ซึ่งเป็นผู้จัดการชกมวยที่สำคัญที่สุดในอิตาลี และเป็นการจัดงานครั้งแรกของการรวมตัวของชุมชนไทย ร่วมด้วยหน่วยงานภาครัฐ อาทิ สถานทูตไทยประจำกรุงโรม บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) สำนักงานเกษตรไทย ประจำกรุงโรม และกงสุลกิตติมศักดิ์ไทย ประจำเมืองมิลาน อีกทั้งภาคเอกชนชั้นนำ อาทิ เจริญโภคภัณฑ์, บุญรอดบริวเวอรี่ ในการจัดกิจกรรม“Thailand Festival 2013”ครั้งนี้ ซึ่ง และยังเป็นการสร้างเครือข่ายให้เข้มแข็งก่อนการจัดงานใหญ่ของประเทศอิตาลี คืองาน“เอ็กซ์โป 2015”(Expo 2015) ณ เมืองมิลาน ที่ไทยกำลังพิจารณาเข้าร่วมงานด้วย
“กีฬาชกมวยไทยได้รับความนิยมสูงในอิตาลี โดยมีผู้สนใจเข้าฝึกมวยไทยมากกว่า 1.3 ล้านคนทั่วอิตาลี การใช้กีฬามวยไทยเป็นสื่อในการสร้างพันธมิตร จึงถือเป็นการส่งเสริมภาพลักษณNของสินค้าอาหารและบริการไทย รวมทั้งเพิ่มมูลค่าของแบรนด์ไทย อีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมสินค้าและธุรกิจไทยให้เข้าสู่ตลาดได้ง่ายขึ้น “ นางศรีรัตน์ กล่าวและว่า ในปีที่ผ่านมามีผู้เข้าชมการแข่งขันดังกล่าว 30,000 รายและมีการถ่ายทอดสดตลอดรายการกว่า 3 ชั่วโมง จำนวน 3 สถานี มีผู้ชมมากกว่า 2 ล้านคน
ทั้งนี้การให้ตลาดต่างประเทศยอมรับอาหารไทย ควรใช้กลยุทธ์การทำตลาดอย่างผสมกลมกลืน สอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวอิตาลี ที่ให้ความสำคัญกับความพึงพอใจส่วนตัวเป็นหลัก พร้อมๆ กับการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ที่สอดแทรกการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย อาทิ การรำกระบี่กระบอง โชว์ทำอาหาร แกะสลัก เป็นต้น รวมทั้งขยายช่องทางการตลาดควบคู่ไปกับแฟชั่นและกีฬา เพื่อแสดงถึงเอกลักษณ์และความโดดเด่นในสินค้าและบริการที่ไทยมีความแตกต่างเติมเต็มพลังแห่งชีวิต
สรุปสอบสัญญา 3จี ทรู พ.ค.นี้
นายวิชา มหาคุณ กรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการตรวจสอบสัญญา 3จี ระหว่างบริษัท กสท โทรคมนาคม และกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น เปิดเผยว่า คณะอนุกรรมการฯ ได้เร่งสรุปข้อมูลผลสอบนายจิรายุทธ รุ่งศรีทอง อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ กสทฯ และต้องการให้เสร็จภายในเดือน พ.ค.นี้ ก่อนนำส่งให้ชุดใหญ่พิจารณา ทั้งนี้สาเหตุที่ล่าช้า เนื่องจากต้องรอมติของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กรณีสอบสัญญาการให้บริการของบริษัท บีเอฟเคที ซึ่งหลังจากที่ กทค.ได้ข้อสรุปแล้ว ได้ส่งเอกสารมาให้คณะอนุกรรมการฯ ใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณา และคณะอนุกรรมการฯ กำลังรวบรวมข้อมูลก่อนประชุมสรุปร่วมกัน
สำหรับคณะอนุกรรมการชุดดังกล่าวเป็นการสานต่อจากชุดเดิมที่มีนายเมธี ครองแก้ว เป็นประธานและเกษียณอายุไป ซึ่งได้มีมติแจ้งข้อกล่าวหานายจิรายุทธ ที่เข้าข่ายไม่ปฏิบัติตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา คือ การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริตที่ทำให้สัญญาทรู 3 จี เกิดขึ้น
ทั้งนี้ แม้คณะอนุกรรมการฯ จะตรวจสอบความผิดเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ แต่มติของ กทค.ที่มีต่อสัญญาบีเอฟเคทีว่าไม่เข้าข่ายผิดกฎหมายนั้น ก็จะส่งผลเกี่ยวโยงถึงกรณีของนายจิรายุทธในเชิงบวกเช่นกัน แต่ทั้งนี้ต้องรอผลสรุปร่วมกันของคณะอนุกรรมการฯ ทั้งหมดว่าจะมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ ขณะที่ผลสอบนายจุติ ไกรฤกษ์ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ณ ขณะนั้น และเข้าข่ายมีความผิดเช่นเดียวกับนายจิรายุทธ ยังไม่มีความคืบหน้า







