posttoday
Biz Montior

Biz Montior

27 เมษายน 2556

นายจิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

สคบ.เพิ่มช่องทางร้องเรียนสินค้า

นายจิรชัย มูลทองโร่ย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผยว่า สคบ.ได้ทำบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) กับ 4 ธุรกิจค้าปลีก ได้แก่ ห้างเทสโก้ โลตัส บิ๊กซี เซเว่น อีเลฟเว่น และแฟชั่นไอส์แลนด์ เพื่อให้เป็นจุดส่งรับคำร้องเรียนเรื่องสินค้าและบริการไร้มาตรฐานผ่านมายัง สคบ. ซึ่งจะช่วยเพิ่มความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหาของประชาชน และหลังจากนี้จะเร่งเจรจากับห้างสรรพสินค้าและโมเดิร์นเทรดรายอื่นๆ เพื่อให้เป็นจุดรับคำร้องเรียนเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งเร่งยกระดับธุรกิจขายตรงและการตลาดแบบตรงให้มีมาตรฐานมากขึ้น จากปัจจุบันมีจำนวนกว่า 1,000 รายที่มีขึ้นทะเบียนกับ สคบ. โดยผ่านการพิจารณาจาก สคบ.แล้ว 353 ราย

ร้องเรียนธุรกิจบริการพุ่งเดือน ม.ค.

รายงานจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ระบุว่า สถิติการรับเรื่องราวร้องทุกข์ล่าสุดในเดือน ม.ค. 2556 มีผู้ยื่นคำร้องเรียนเข้ามามากกว่า 1,000 คำร้อง เพิ่มขึ้นจากเดือน ธ.ค. 2555 ที่มีจำนวน 669 คำร้อง โดยประเภทที่มีผู้ร้องเรียนมากที่สุด คือ ธุรกิจประเภทบริการ อาทิ ธุรกิจฟิตเนส เซ็นเตอร์ โทรศัพท์ ประกันภัย เป็นต้น จำนวน 417 คำร้อง รองลงมาเป็นประเภทสินค้าอุปโภคบริโภค 184 คำร้อง และประเภทอสังหาริมทรัพย์และที่อยู่อาศัย 147 คำร้อง ขณะที่ปัจจุบันยังมีเรื่องร้องเรียนเก่าในปีงบประมาณ 2554 ค้างอยู่กว่า 1,500 คำร้อง

แบ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์และที่ดิน ประมาณ 1,000 คำร้อง ประเภทสินค้า บริการทั่วไป 400 คำร้อง การโฆษณา 200 คำร้อง " นายจิรชัย กล่าว


พีเจ้นฝัน 3 ปีรั้งบัลลังก์ทุกตลาด

น.ส.สุวรรณา โชคดีอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส บริษัท มุ่งพัฒนา อินเตอร์ แนชชั่นแนล ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์สำหรับแม่และเด็ก พีเจ้น เปิดเผยว่า ตลาดผลิตภัณฑ์แม่และเด็กปีนี้คาดว่าโต 810% ชี้ให้เห็นว่าในภาวะที่กำลังซื้อผู้บริโภคลดลงจากนโยบายรถคันแรกที่ส่งผลให้กำลังซื้อผู้บริโภคลดลง แต่ไม่ส่งผลกระทบกับสินค้าแม่และเด็ก โดยปีนี้บริษัทจะเปิดตัวสินค้าใหม่ 20 รายการ จากปัจจุบันมี 500 รายการ ตั้งเป้ารายได้ 600 ล้านบาท เติบโต 2030% จากปีที่ผ่านมา พร้อมวางเป้าหมาย 3 ปีนับจากนี้จะขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่บริษัททำตลาด 7 กลุ่มผลิตภัณฑ์ จากปัจจุบันพีเจ้นเป็นผู้นำ 2 กลุ่ม คือ จุกนมและขวดนม และในกลุ่มแผ่นซับน้ำนมอย่างไรก็ตาม ตลาดผลิตภัณฑ์แม่และเด็กจะแข่งขันด้านนวัตกรรม เพื่อผลักดันให้ตลาดเติบโต เนื่องจากอัตราการมีบุตรที่น้อยลง ทำให้พ่อแม่ยอมจ่ายเงินซื้อสินค้าที่มีนวัตกรรมและสินค้าระดับบนมากขึ้น ส่วนตลาดทิชชูเปียกจะแข่งขันในเรื่องราคาค่อนข้างสูง ซึ่งปัจจุบันพีเจ้นเป็นอันดับ 3 ของตลาด มีส่วนแบ่ง 11% ส่วนผู้นำตลาดมามี่โพโคส่วนแบ่ง 50%

ขณะที่ปีนี้บริษัททุ่มงบ 40ล้านบาท โดยแบ่งเป็นงบ 30ล้านบาท สำหรับเปิดตัวแคมเปญ”พีเจ้น มีท เดอะ เอ็กซ์เปิร์ท” โดยจะจัดกิจกรรมอย่างเต็มรูปแบบ 360 องศาตลอดทั้งปี ภายใต้แนวคิดความเชี่ยวชาญของเรามาจากการทุ่มเททำความเข้าใจเจ้าตัวเล็ก เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านพัฒนาการเด็กและทารก

สำหรับรายได้ปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 2030% หรือ 600 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาโต 20% รายได้ 400 ล้านบาท โดยปัจจุบันบริษัท มีโรงงาน 2 แห่ง ที่ นิคมอุตสาหกรรมบางพลี และนิคมอุตสาหกรรมอมตะ กำลังการผลิตสินค้า เพื่อป้อนในประเทศ 80% และอีก 20% เป็นการนำเข้าจากญี่ปุ่น

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่