posttoday
สุดยอด SMEs แห่งชาติต้นแบบรายย่อยสู่เวทีสากล

สุดยอด SMEs แห่งชาติต้นแบบรายย่อยสู่เวทีสากล

25 เมษายน 2556

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล

โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล


การประกาศผลสุดยอด SMEs แห่งชาติ ครั้งที่ 5 ประจำปี 2555 ภายใต้การดำเนินการของสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เมื่อวันที่ 24 เม.ย.ที่ผ่านมา ปีนี้มี 8 ผู้ประกอบการคว้าชัยสุดยอดเอสเอ็มอีของประเทศ อีก 26 ราย ได้รับรางวัลชมเชย

สำหรับรางวัลแบ่งออกเป็นกลุ่มต่างๆ ดังนี้ คือ ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม หัตถกรรม อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องจักรและอุปกรณ์ ธุรกิจพลาสติก และยาง กลุ่มธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ ธุรกิจสิ่งพิมพ์ ธุรกิจค้าปลีก โรงแรม ท่องเที่ยวและภัตตาคาร ธุรกิจงานสร้างสรรค์และออกแบบ ธุรกิจเพื่อสังคม และสิ่งแวดล้อม

ชาวันย์ สวัสดิ์ชูโต รองผู้อำนวยการ รักษาการแทนผู้อำนวยการ สสว. กล่าวว่า สำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกรายที่ได้รับรางวัล จะได้รับรายงานวิเคราะห์ และประเมินผลการบริการจัดการในด้านต่างๆ ของผู้ประกอบการ ซึ่งคณะกรรมการคัดเลือก ได้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสิ่งสะท้อนให้ผู้ประกอบการได้เห็นตัวตนของตนเอง ทั้งจุดดี และจุดด้อย

นอกจากนี้ ยังจะได้รับข้อแนะนำต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ เป็นแนวทางในการปรับปรุง พัฒนาศักยภาพในการบริหารจัดการของธุรกิจ เพื่อนำไปต่อยอดและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการอีกด้วย

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีดังกล่าวยังจะได้รับเชิญเข้าร่วมงานต่างๆ ที่ สสว.จัดขึ้นทั้งในและต่างประเทศ เช่น การออกงานแสดงสินค้า การจับคู่ธุรกิจ เป็นต้น ซึ่งในปีนี้ สสว.ได้รับความร่วมมือจากสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มอบสิทธิประโยชน์ให้แก่ผู้ที่ได้รับรางวัล อาทิ ได้สิทธิเข้ารับการอบรมหลักสูตรต่างๆ ของสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ เป็นต้น

ด้าน วิมลกานต์ โกสุมาศ รองผู้อำนวยการ สสว. กล่าวเสริมว่า การประกวดสุดยอด SMEs แห่งชาติ มีจุดมุ่งหมายเพื่อค้นหาเอสเอ็มอีไทยต้นแบบ ที่มีความสามารถในการดำเนินกิจการได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตามมาตรฐานที่ดี ดำเนินธุรกิจโปร่งใส และมีธรรมาภิบาล รวมทั้งเพื่อเป็นแบบอย่างให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายอื่นๆ ในการปรับปรุงวิธีการดำเนินธุรกิจ และการบริหารจัดการ

ประการสำคัญเพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ กระตุ้นให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีความตื่นตัว ตระหนักถึงการปรับปรุง และพัฒนาศักยภาพการบริหารจัดการ ให้มีความเข้มแข็ง ยั่งยืน สามารถแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศ และระดับสากลต่อไป โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยกลุ่มต่างๆ ที่กำลังเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในอีก 2 ปีข้างหน้า

ขณะที่เกณฑ์ในการตัดสินรางวัลผู้ชนะสุดยอด SMEs แห่งชาติ ในครั้งนี้ ใช้ 7 หลักการตัดสินในระดับองค์กรที่เป็นมาตรฐานสากลในการตรวจสอบคุณภาพด้านต่างๆ อาทิ บทบาทผู้นำองค์กร การวางแผนธุรกิจ การมุ่งเน้นลูกค้าและตลาด การจัดการความรู้ การบริหารทรัพยากรบุคคล การจัดการกระบวนการ และผลลัพธ์ทางธุรกิจ

ผู้ประกอบการที่ได้รับรางวัลสุดยอด SMEs แห่งชาติ ซึ่งมีทั้งหมด 8 กิจการ ได้แก่ 1.บริษัท ซันไชน์ อินเตอร์เนชั่นแนล จากกลุ่มธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม บริษัท คัฟเวอร์แนนท์ จากกลุ่มธุรกิจสิ่งทอและแฟชั่น 3.บริษัท ดีไซน์ ออลเทอร์เนทีฟ จากกลุ่มธุรกิจเฟอร์นิเจอร์ และผลิตภัณฑ์จากไม้ 4.บริษัท สุธี ยูไนเต็ด คาร์บอน จากกลุ่มธุรกิจเครื่องจักรกลและอุปกรณ์

5.บริษัท อุดร กระจกรถยนต์ จากกลุ่มธุรกิจค้าปลีก 6.บริษัท คอม เทรดดิ้ง จากกลุ่มธุรกิจสร้างสรรค์และออกแบบ 7.บริษัท ไวส์เฟรทเซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จากกลุ่มธุรกิจโลจิสติกส์ และสุดท้าย 8.บริษัท คัดแยกขยะเพื่อรีไซเคิล วงษ์พาณิชย์ จากกลุ่มธุรกิจเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

กลุ่มประกอบการที่ผ่านเวทีการประกวดสุดยอด SMEs แห่งชาติ ในปี 2555 ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ประสบความสำเร็จด้านการบริหารจัดการธุรกิจที่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานระดับสากล ซึ่งจะใช้เป็นใบเบิกทางในการขยายการทำตลาดอย่างมืออาชีพได้ต่อไปในอนาคตที่เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับเอสเอ็มอีไทยในบ้านเรา ที่มีจำนวนไม่ต่อกว่า 3 ล้านรายในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นกองทัพมดเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่