posttoday
ข่าวย่อยกองทุน

ข่าวย่อยกองทุน

24 เมษายน 2556

บลจ.วรรณ แนะตราสารหนี้ต้องลงทุนยาว

บลจ.วรรณ แนะตราสารหนี้ต้องลงทุนยาว

นายวิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) วรรณ คาดว่า ในสัปดาห์นี้อัตราผลตอบแทนตราสารหนี้ทุกช่วงอายุน่าจะยังปรับลดลง โดยเป็นผลจากเงินทุนไหลเข้า หลังจากนักลงทุนต่างประเทศมองว่า ทิศทางค่าเงินบาทยังคงแข็งต่อเนื่อง

“เนื่องจากแนวโน้มอัตราผลตอบแทนพันธบัตรอาจจะปรับตัวลดลง การลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุคงเหลือยาวจะเป็นประโยชน์มากกว่าลงทุนในตราสารตลาดเงิน” นายวิน กล่าว พร้อมกับแนะนำให้เพิ่มน้ำหนักการลงทุนในตราสารหนี้ไทย เพราะเชื่อว่าความต้องการลงทุนในตราสารหนี้ยังอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องตลอดไตรมาส 2

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 25 เม.ย.-3 พ.ค. บลจ.วรรณ เปิดขายกองทุนเปิด วรรณ ไฟแนนเชียล อินสตรูเมนท์ 6M/2 โดยเน้นลงทุนในพันธบัตรหรือตราสารหนี้ อายุประมาณ 6 เดือน และคาดว่าจะให้ผลตอบแทนสุทธิ 3% ต่อปี

กองตราสารหนี้กสิกรไทย 6 เดือน 3.05%

นายนาวิน อินทรสมบัติ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย กล่าวว่า ในวันที่ 23-29 เม.ย. จะเปิดขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 6 เดือน บีไอ โดยลงทุนตราสารหนี้ในประเทศและต่างประเทศ คาดว่าจะให้ผลตอบแทนสุทธิ 3.05% ต่อปี

“ผลตอบแทนของกองทุนตราสารหนี้อายุ 6 เดือนที่จะเสนอขายในสัปดาห์นี้เพิ่มขึ้นกว่าสัปดาห์ที่แล้วเล็กน้อย ซึ่งเป็นโอกาสดีและเป็นทางเลือกสำหรับนักลงทุนที่ต้องการพักเงินกับกองทุนตราสารหนี้” นายนาวิน กล่าว

นอกจากนี้ บลจ.กสิกรไทย ยังเปิดขายกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 3 เดือน ซีแอล คาดผลตอบแทน 2.8% ต่อปี และกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ต่างประเทศ 1 ปี บีคิว คาดผลตอบแทนที่ 3.2% ต่อปี


บลจ.แลนด์ฯ ปันผลกองตราสารหนี้

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บล.) แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แจ้งปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหน่วยลงทุนกองทุนเปิด แอล เอช ตราสารหนี้ เพื่อจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงาน งวดวันที่ 26 ก.ย. 2555-31 มี.ค. 2556 ในวันที่ 30 เม.ย.นี้ โดยจะจ่ายเงินปันผลในอัตรา 0.16 บาทต่อหน่วย ในวันที่ 9 พ.ค.

นางจันทนา กาญจนาคม กรรมการผู้จัดการ กล่าวว่า กองทุนเปิด แอล เอช ตราสารหนี้ เปิดโอกาสให้นักลงทุนได้ผลตอบแทนสูงขึ้นในการลงทุนตราสารหนี้ในภาวะที่แนวโน้มดอกเบี้ยกำลังจะลดต่ำลง ขณะเดียวกันนักลงทุนรายย่อยมีโอกาสลงทุนในหุ้นกู้ของบริษัทเอกชนที่มีฐานะการเงินมั่นคงและมีผลตอบแทนสูง เช่น หุ้นกู้ของ ปูนซิเมนต์ไทย การบินไทย ปตท. ซึ่งได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ A ขึ้นไป และมีอัตราการจ่ายดอกเบี้ยในระยะเวลา 35 ปี เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 3.3-4.3%

บล.ฟิลลิป เชียร์ขายกองทอง

นายสานุพงศ์ สุทัศน์ธรรมกุล นักวิเคราะห์กองทุนรวม บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่า แนวโน้มราคาทองคำในระยะสั้นจะแกว่งตัวในขาลง หลังราคาลดลงหลุดแนวรับสำคัญที่ 1,520 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ แต่คาดว่าสัปดาห์นี้ราคาทองคำจะดีดกลับขึ้นมาทดสอบบริเวณ 1,450-1,520 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์ เนื่องจากมีความต้องการซื้อในตลาด

อย่างไรก็ตาม นายสานุพงศ์ กล่าวว่า ปัจจัยต่างๆ ยังไม่สนับสนุนราคาทองคำในช่วงนี้ ทำให้คาดว่าราคาทองคำจะปรับตัวลดลงอีกครั้ง โดยมองแนวรับไว้ที่ 1,250-1,300 เหรียญสหรัฐ/ออนซ์

“สำหรับนักลงทุนที่เก็งกำไรกองทุนทองคำ เราแนะนำขายเมื่อราคาทองคำปรับตัวขึ้นทดสอบแนวต้าน แต่สำหรับนักลงทุนระยะยาว เรายังคงแนะนำให้มีกองทุนทองคำอยู่ในพอร์ตประมาณ 10% ของพอร์ต โดยอาจพิจารณาสะสมเพิ่ม หากราคาทองคำปรับตัวลงมาใกล้แนวรับ โดยทองคำยังมีปัจจัยบวกจากการใช้มาตรการคิวอีของประเทศพัฒนาแล้วที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และแนวโน้มที่ธนาคารกลาง ประเทศกำลังพัฒนาจะยังคงสถานะผู้ซื้อสุทธิต่อเนื่อง รวมถึงภาวะวิกฤตหนี้ยุโรป และเศรษฐกิจโลกที่ยังเปราะบางอาจทำให้ทองคำกลับมาเป็นสินทรัพย์ปลอดภัยอีกครั้งได้ทุกเมื่อ” นายสานุพงศ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่