
แนะลดพอร์ต"หุ้น"
โบรกเกอร์ยันเสี่ยงเศรษฐกิจโลกหด แนะลดหุ้นเหลือ 30% กองทุนมองยาวถือหุ้นเต็มที่
โบรกเกอร์ยันเสี่ยงเศรษฐกิจโลกหด แนะลดหุ้นเหลือ 30% กองทุนมองยาวถือหุ้นเต็มที่
นายสุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) คาดว่าสัปดาห์นี้ดัชนีหุ้นไทยจะปรับตัวลดลงประมาณ 1-2% จากปัจจัยความกังวลดังกล่าว
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโส บล.เอเซีย พลัส กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในวันที่ 18 เม.ย. คาดว่าจะยังแกว่งตัวผันผวนต่อเนื่อง มีการปรับตัวขึ้นแรงเมื่อปลายสัปดาห์ที่แล้วก่อนหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ในสัปดาห์นี้อาจมีการเทขายทำกำไรของนักลงทุนต่างชาติออกมา จึงแนะนำให้นักลงทุนถือหุ้นเพียง 30%
สำหรับการประกาศผลดำเนินงานงวดไตรมาสแรกของปี 2556 ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์หน้า ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ออกมาเช่นกัน บล.เอเซีย พลัส ได้คาดหมายกำไรสุทธิปี 2556 อยู่ที่ 2.1 แสนล้านบาท และประเมินว่ากำไรสุทธิในงวดไตรมาสแรกปี 2556 นี้จะอยู่ที่ราว 4.9 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็น 22% ของประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี 2556
ผู้จัดการกองทุนรายหนึ่ง เปิดเผยว่า กองทุนยังถือหุ้นเต็มพอร์ตโดยไม่ได้ขายหรือถือเงินสดเพิ่ม แม้ข่าวที่เกิดขึ้นทั้งกรณีเหตุระเบิดที่สหรัฐหรือแม้กระทั่งตัวเลขจีดีพีของจีนไตรมาสแรกที่ออกมาชะลอตัว ก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อปัจจัยพื้นฐานของตลาดหุ้นไทย ซึ่งแนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนยังเติบโตได้ดี
“ถือเป็นเรื่องปกติที่ตลาดหุ้นจะผันผวน เพราะขึ้นมามากแล้ว ดังนั้นเมื่อหุ้นดีๆ ราคาลงมามาก กองทุนก็จะซื้อและไปขายตัวที่มีราคาแพง แต่ไม่ถือเงินสด” ผู้จัดการกองทุน เปิดเผย
นางภรณี ทองเย็น ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส ให้ความเห็นว่า หุ้นไทยผันผวนทั้งแดนบวกและแดนลบ แรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกหลังจากที่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศยักษ์ใหญ่อย่างสหรัฐ รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจในยุโรป
สำหรับปัจจัยที่ควรต้องติดตาม คือ สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญต่างๆ อาทิ การรายงานตัวเลขยอดค้าปลีกอังกฤษเดือน มี.ค. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ของสหรัฐ ในวันที่ 18 เม.ย. เป็นต้น
กลยุทธ์การลงทุน แนะนำนักลงทุนให้เลือกเก็งกำไรรายตัว







