
ลุ้นเอเปกเปิดเสรีไอทีเพิ่ม
เอื้อลงทุนขยายตัวโกยเงินเข้าประเทศรับอานิสงส์ลดข้อจำกัดกฎระเบียบ
เอื้อลงทุนขยายตัวโกยเงินเข้าประเทศรับอานิสงส์ลดข้อจำกัดกฎระเบียบ
พาณิชย์ลุ้นผลประชุมเอเปกเปิดเสรีสินค้าไอทีฉบับ 2 หนุนลงทุนไทยขยายตัว
นางพิรมล เจริญเผ่า อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ที่ประชุมระดับรัฐมนตรีการค้ากลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ระหว่างวันที่ 2021 เม.ย.นี้ ที่ประเทศอินโดนีเซีย มีแผนที่จะประกาศผลความสำเร็จการเจรจาเปิดเสรีสินค้าเกี่ยวกับเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอทีเอ) ฉบับที่ 2 หลังจากที่เปิดเสรีฉบับที่ 1 ไปเมื่อ 15 ปีก่อน เพื่อให้สอดรับการพัฒนาระบบเทคโนโลยีด้านสารสนเทศที่มีการพัฒนาให้ทันสมัยมากขึ้น
ทั้งนี้ เจ้าภาพอินโดนีเซียพยายามผลักดันการประกาศแถลงการณ์ฉบับนี้ให้ได้เหมือนปีที่ผ่านมา ที่เอเปกสามารถผลักดันบัญชีการลดภาษีสินค้าสิ่งแวดล้อม 54 รายการได้สำเร็จ ซึ่งเร็วกว่าการเจรจาในกรอบองค์การการค้าโลก (ดับเบิลยูทีโอ) ที่หารือกันมานาน 10 ปี แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป
สำหรับการหารือเรื่องไอทีเอก่อนที่จะประกาศผลความสำเร็จอย่างเป็นทางการ จะมีการหารือกับชาติสมาชิกเอเปกว่าจะขยายขอบเขตจากเดิมที่เปิดเสรีสินค้าในกลุ่มคอมพิวเตอร์ ฮาร์ดแวร์ อย่างไร และมีสินค้ากี่รายการอะไรที่จะเข้าข่ายเป็นกลุ่มนี้บ้าง
อย่างไรก็ตาม การเจรจากรอบไอทีเอยังขึ้นอยู่กับท่าทีของจีนและอินเดีย ซึ่งเป็นเจ้าตลาดผู้ผลิตสินค้ากลุ่มนี้ว่าจะให้ความสนใจและผลักดันการเจรจานี้ให้สำเร็จได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้เบื้องต้นเดือน ส.ค. 2556 หรือไม่ ซึ่งหากสำเร็จประเทศไทยจะได้รับอานิสงส์จากข้อตกลงฉบับนี้ในส่วนของการลงทุนเพิ่มมากขึ้น เพราะถือเป็นประเทศที่มีผู้ผลิตสินค้ากลุ่มนี้มาลงทุนในไทยจำนวนมาก
นางพิรมล กล่าวว่า การเจรจากรอบเอเปกเมื่อได้ผลสรุปการเจรจาออกมาอย่างไร จะมีผลบังคับใช้กับทุกประเทศ แม้แต่ประเทศที่ไม่ได้เข้าร่วมเจรจา ซึ่งหากประเทศเจ้าตลาดอย่างอินเดียและจีนเข้าร่วม นอกจากประเทศไทยจะได้รับผลประโยชน์มากขึ้นแล้ว การแสดงท่าทีของ สองประเทศนี้ก็จะมีผลกับประเทศสมาชิกอื่นนับร้อยประเทศ
ทั้งนี้ สาระสำคัญของไอทีเอ ฉบับที่ 1 คือ เพื่อให้การค้าสินค้าเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นไปโดยเสรี โดยการลดอัตราภาษีนำเข้าให้เหลือ 0% รวมทั้งลดเลิกค่าธรรมเนียมพิเศษ มีขอบเขตครอบคลุมสินค้าประเภทเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องคำนวณและส่วนประกอบ อุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคมสื่อบันทึกข้อมูล อุปกรณ์กึ่งตัวนำ เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้ในการวัดและตรวจสอบ เป็นต้น
ขณะที่ประเด็นสำคัญในการเจรจาเอเปกของอินโดนีเซียเอง เน้นไปที่ 3 เรื่องหลัก คือ การบรรลุเป้าหมายโบกอร์ การเจริญเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยความเท่าเทียม และการส่งเสริมความเชื่อมโยงในภูมิภาค ซึ่งทั้ง 3 เรื่อง ไทยพร้อมสนับสนุนอย่างเต็มที่ในฐานะสมาชิกอาเซียน และผลักดันเต็มที่หากมีประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งหลังจากประชุมรัฐมนตรีการค้าเอเปกสิ้นสุดแล้ว จะมีการประชุมระดับผู้นำเอเปกประมาณเดือน ก.ย. ซึ่งเร็วกว่าปกติ 1 เดือน และการประชุมระดับรัฐมนตรีองค์การการค้าโลกในช่วงเดือน พ.ย.







