
งานเข้า
ช่วงวันหยุดยาวของเทศกาลสงกรานต์ ใครไปใช้บริการธนาคารและเจอปัญหา อาจจะลำบากนิดหนึ่ง เพราะต้องรอช่วงวันเปิดงานถึงจะจัดการอะไรได้
ช่วงวันหยุดยาวของเทศกาลสงกรานต์ ใครไปใช้บริการธนาคารและเจอปัญหา อาจจะลำบากนิดหนึ่ง เพราะต้องรอช่วงวันเปิดงานถึงจะจัดการอะไรได้
แล้วแจ็กพอตก็แตกที่ธนาคารกรุงเทพ เมื่อมีบรรดาผู้เสียหายจากการถูกสกรีมมิ่งบัตรเอทีเอ็ม รวมตัวกันไปโพสต์ข้อความต่อว่าต่อขานธนาคารแห่งหนึ่งในห้องสินธรของเว็บไซต์พันทิป
เจ้าของบัตรที่โดนขโมยเงิน ซึ่งเป็นคนเขียนเรื่องขึ้นไป ยืนยันว่า บัตรเอทีเอ็มอยู่กับตัว แต่เงินหายออกไปจากบัญชีหลายหมื่นบาท
ปกติธนาคารจะมีแผนกที่คอยดูตามเว็บไซต์ต่างๆ ว่า มีใครมาโพสต์ข้อความที่ทำให้ธนาคารเสียหายต้องชี้แจงกันบ้าง แต่ปรากฏว่ากรณีนี้ดันไม่มีใครเห็น
ว่าแล้ว เหล่าคนในโซเชียลเน็ตเวิร์กก็พากันแชร์ข้อมูลต่อๆ กันไปมากมาย จน “สรยุทธ สุทัศนะจินดา” นักเล่าข่าวชื่อดังหยิบเอาเรื่องนี้ขึ้นไปเล่า เพื่อเตือนประชาชนให้ระวังแก๊งสกรีมมิ่ง ที่แอบเอาเครื่องอ่านข้อมูลบนแถบแม่เหล็กไปติดตามตู้เอทีเอ็ม ขโมยข้อมูลไปก๊อบปี้บัตรใหม่ แล้วก็เอาบัตรปลอมที่มีข้อมูลจริงไปกดเงินออกมา
ข่าวสารเรื่องนี้มีประโยชน์ต่อผู้บริโภคมาก แต่บังเอิญภาพที่ใช้ประกอบการเล่าข่าวดันเป็นภาพตู้เอทีเอ็มของธนาคารกรุงเทพ ที่ทางรายการก็ระบุไปแล้วว่าเป็นการใช้ภาพตัวอย่างเท่านั้น แต่ทางผู้บริหารธนาคารกรุงเทพไม่แฮปปี้ เพราะเกรงว่าคนดูจะเข้าใจผิด
นี่เลยถือว่าเป็นงานเข้าก่อนสงกรานต์ ที่จะต้องรีบไปชี้แจงกับทางช่อง 3 ให้แก้ข่าวก่อนวันหยุดยาว
ส่วนธนาคารที่ลูกค้าโดนสกรีมมิ่ง โดนขโมยเงินไป 8 ราย เป็นเงินล้านกว่าบาท ว่าแล้วธนาคารเจ้าของบัตรที่โดนร้องเรียนก็ รีบหารือกับลูกค้า ว่าจะช่วยเหลือกันยังไง เพราะงานนี้ธนาคารไม่ผิด แต่ลูกค้าก็น่าเห็นใจ
ฉะนั้น ธนาคารทั้งหลายจึงฝากเตือนว่า วิธีที่ปลอดภัยที่สุดในการใช้เอทีเอ็มคือ กดเงินจากตู้เอทีเอ็มที่มีคนพลุกพล่านไม่เป็นที่เปลี่ยวให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสนำเครื่องสกรีมมิ่งไปติดตามตู้เอทีเอ็มเพื่อขโมยข้อมูลลูกค้า
นอกจากนี้ ก็ให้จำกัดวงเงินการกดเอทีเอ็มแต่ละครั้งให้ชัดเจน อย่าให้วงเงินสูงเกินจำเป็น และให้สมัครรับเอสเอ็มเอสข้อมูลจากธนาคาร กรณีมีการเคลื่อนไหวของบัญชีจะได้รับข้อความ ซึ่งจะรู้ได้เร็วว่าบัตรถูกสกรีมมิ่งไปแล้ว
นี่แค่ธนาคารเดียวโดนไปเป็นล้าน อีกหลายธนาคารที่โดนจากที่เดียวกันยังไม่รู้โดนไปอีกเท่าไหร่ โจรไฮเทคนี่ น่ากลัว จริงๆ







