posttoday
เพื่อนผู้บริโภค ค่าโทรนาทีละไม่เกิน 99 สตางค์

เพื่อนผู้บริโภค ค่าโทรนาทีละไม่เกิน 99 สตางค์

13 เมษายน 2556

คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

ค่าโทรนาทีละ ไม่เกิน 99 สตางค์คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ได้ออกประกาศเรื่อง “อัตราขั้นสูงของค่าบริการโทรคมนาคมสำหรับบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทเสียงภายในประเทศ พ.ศ. 2555” ที่มีเนื้อหาว่าด้วยการกำหนดค่าโทรสูงสุด โดยตามประกาศฉบับนี้ได้บังคับไว้ว่า ห้ามบริษัทผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือกำหนดค่าโทรเกินนาทีละ 99 สตางค์ ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. 2555 แต่ว่าทาง กสทช.ก็ผ่อนผันให้กับบรรดาค่ายโทรศัพท์มือถือจนถึงสิ้นปี 2555 โดยเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 2556 ที่ผ่านมา ถือเป็นวันที่ทาง กสทช.จะเริ่มบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้อย่างจริงจังและจะมีบทลงโทษกับค่ายมือถือที่ไม่ปฏิบัติตามกฎ

แม้ค่ายโทรศัพท์มือถือดูเหมือนจะตื่นตัวรับประกาศฉบับนี้ ด้วยการออกโปรโมชันใหม่ๆ รับค่าโทรนาทีละไม่เกิน 99 สตางค์ แต่ว่าก็ยังมีโปรโมชันค่าบริการทั้งแบบเติมเงินและแบบรายเดือนอีกเป็นจำนวนมากที่ยังคิดค่าโทรเกินนาทีละ 99 สตางค์ โดยเฉพาะค่าโทรศัพท์มือถือแบบเหมาจ่ายรายเดือน ที่แม้จะมีค่าโทรเฉลี่ยอยู่ที่ 74 สตางค์ ถึง 1 บาทต่อนาที แต่ยังมีการคิดค่าโทรส่วนเกินอยู่ที่ 1 - 1.50 บาทต่อนาที

ซึ่งการที่แม้จะมีกฎหมายกำหนดชัดเจนแบบนี้ แต่ผู้ประกอบการยังคงฝ่าฝืน น่าจะเป็นเพราะผู้มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายอย่าง กสทช. ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่เท่าที่ควร ซึ่งในปี 2556 นี้ ทางกสทช.ได้ประกาศเอาไว้ว่าจะให้เป็น “ปีทองของการคุ้มครองผู้บริโภค” ก็ต้องคอยดูกันต่อไปว่า กสทช.จะทำหน้าที่ปกป้องสิทธิของผู้บริโภคได้อย่างที่ประกาศเจตนารมณ์ไว้หรือไม่ หรือยังคงปล่อยให้ผู้ประกอบการเอาเปรียบผู้บริโภคต่อไป

การห้ามกำหนดค่าบริการโทรศัพท์มือด้วยระบบเสียงเกินนาทีละ 99 สตางค์ มีผลบังคับใช้กับ เอไอเอส และ ดีแทค เท่านั้น ไม่มีผลกับ ทรูมูฟ ตามเงื่อนไขในประกาศที่จะควบคุมเฉพาะผู้ให้บริการที่มีลักษณะเป็น “ผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญ” ซึ่งวัดจากส่วนแบ่งทางการตลาด ถ้าเจ้าไหนมีส่วนแบ่งมากกว่า 25% จึงจะถือว่ามีแนวโน้มเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญ ตามประกาศเรื่อง “หลักเกณฑ์และวิธีการพิจารณากำหนดผู้มีอำนาจเหนือตลาดในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2552” ซึ่งทรูมูฟมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ที่ประมาณ 23% ส่วนเอไอเอสอยู่ที่ประมาณ 43% และดีแทคอยู่ที่ 30%

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่