posttoday
ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 22

ยุทธศาสตร์สู่ AEC ตอนที่ 22

10 เมษายน 2556

ดูใจสภาพัฒน์ได้ข่าว รมว.คมนาคม เตรียมส่งโครงการรถไฟความเร็วสูงให้สภาพัฒน์พิจารณา โดยบอกว่าพร้อมจะปรับเปลี่ยนเส้นทางหากเห็นว่าไม่คุ้มทุน และไม่อยากให้พุ่งเป้าไปที่จุดคุ้มทุนและค่าโดยสารที่มีราคาสูง แต่อยากให้มองถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นที่จะเกิดตามมา

ดูใจสภาพัฒน์ได้ข่าว รมว.คมนาคม เตรียมส่งโครงการรถไฟความเร็วสูงให้สภาพัฒน์พิจารณา โดยบอกว่าพร้อมจะปรับเปลี่ยนเส้นทางหากเห็นว่าไม่คุ้มทุน และไม่อยากให้พุ่งเป้าไปที่จุดคุ้มทุนและค่าโดยสารที่มีราคาสูง แต่อยากให้มองถึงความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวและการกระจายรายได้สู่ท้องถิ่นที่จะเกิดตามมา

ผมว่าสภาพัฒน์ไม่ควรทำแค่ที่ รมว.คมนาคม อยากเห็น แต่ควรจะทำเพิ่มเติมดังนี้

หนึ่ง วิเคราะห์ให้ประชาชนทั้งประเทศเห็นชัดๆ หน่อยว่า จากนี้ไป10 20 ปี เศรษฐกิจ การเมือง สังคม ของโลก เอเชีย AEC และไทยเป็นอย่างไร

สอง วิเคราะห์ SWOT ของไทยอย่างตรงไปตรงมา และเปิดเผยให้ประชาชนรู้หน่อยว่า สภาพัฒน์มองประเทศไทยอย่างไร ตรงนี้สำคัญที่สุดเพราะถ้าเราทำ SWOT ได้ดี เราถึงจะบอกได้ว่าไทยควรจะสร้างตัวเองให้ไปยืนตรงจุดไหนบนแผนที่การแข่งขันของโลก ตำแหน่งที่ว่านั้นต้องเป็นตำแหน่งที่ไทยเราทำได้ดีกว่าคนอื่น และต้องสามารถพัฒนาต่อเนื่องได้อีก

สาม เอาโครงการทั้งหมดที่ไทยควรจะต้องลงทุนเพื่อให้ไทยสามารถไปยืนอยู่ตรงตำแหน่งดังกล่าวได้จริงๆ มา “เรียงลำดับความสำคัญ” จากมากไปน้อย พร้อมใส่งบประมาณ ระยะเวลาที่ต้องใช้ ทั้งนี้จะต้องรวมถึงการลงทุนด้านคน ทั้งในด้านการศึกษา จริยธรรมและสุขภาพ รวมไปถึงการยกระดับประสิทธิภาพของภาครัฐอีกด้วย

สี่ ต้องบอก “ความเชื่อมโยง” ระหว่างโครงการต่างๆ ที่เราจะลงทุนหรือปฏิรูปได้ว่ามันจะส่งผลดีเสริมกันอย่างไร ช่วงเวลาใดจะเหมาะสม

ห้า ต้องเอาข้อจำกัดด้านงบประมาณมาเปรียบเทียบกับงบที่ต้องใช้ลงทุนโครงการทั้งหมดว่าไทยเรามีเม็ดเงินมากน้อยเพียงใด ขาดอีกเท่าไหร่

หก เมื่อทุกภาพชัดเจนขึ้น เราก็จะตัดสินใจได้ดีขึ้นว่าอะไรควรทำก่อนทำหลัง เอาเงินในหรือนอกงบประมาณมาทำ รัฐทำเองหรือให้เอกชนทำ หรือร่วมกันทำ

การทำยุทธศาสตร์ประเทศแบบคลุมเครืออย่างที่กำลังทำกันอยู่นั้นทำให้เราเสียเวลาไปถกเถียงในประเด็นที่ไม่สำคัญ แทนที่เราจะเถียงกันว่าโครงการอะไรควรลงทุนก่อนหรือหลัง เพราะอะไร แทนที่เราจะช่วยกันคิดว่ารถไฟความเร็วสูงควรสร้างเส้นไหนบ้างและเมื่อไหร่ และรถไฟความเร็วสูงเส้นนั้นจะเชื่อมโยงกับโครงการอื่นๆ และตำแหน่งการแข่งขันของไทยอย่างไร แต่เรากลับต้องมานั่งเถียงกันว่า จะเอาเงินจากไหน

ผมคิดว่าถ้าสภาพัฒน์ทำข้อ 16 อย่างตรงไปตรงมา จะเห็นว่าปัญหาหนักหนาที่สุดที่ไทยต้องเร่งลงทุนแก้ไขก่อนคือเรื่องคอร์รัปชัน โครงสร้างพื้นฐานจะเยี่ยมแค่ไหนแต่ถ้ายังโกงกันอย่างนี้ ผมว่าไทยไปไม่รอด

เราต้องเร่งลงทุน และเอาจริงเอาจังในแก้ปัญหาคอร์รัปชันให้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด ต้องสร้างกลไกที่สามารถจับคนโกงมาลงโทษได้ไม่ว่าจะใหญ่โตแค่ไหน และต้องเร่งสร้างจิตสำนึกอย่างเร่งด่วนไม่ให้คนไทยยอมรับการโกง หรือมีทัศนคติผิดๆ ที่ว่าโกงก็ได้แต่ขอให้ทำงาน

ความหวังอยู่ที่สภาพัฒน์นะครับ

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่