posttoday
ธุรกิจท่องเที่ยวในไทยดียังจะดีต่อเนื่อง

ธุรกิจท่องเที่ยวในไทยดียังจะดีต่อเนื่อง

10 เมษายน 2556

ผมเพิ่งไปพักร้อนที่โรงแรม 5 ดาวแห่งหนึ่ง ริมชายหาดท้องนายปานน้อย เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งหาดแห่งนี้เป็นชายหาดที่สวยงามมากหาดหนึ่งบนเกาะพงัน ผมเดินทางโดยรถทัวร์ VIP 24 ที่นั่ง เป็นนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกเกือบครึ่ง โดยรถทัวร์นี้ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ประมาณเวลา 20.15 น. โดยใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงเศษๆ ไปจอดแวะที่ทับสะแก เพื่อรับประทานอาหารเย็น

ผมเพิ่งไปพักร้อนที่โรงแรม 5 ดาวแห่งหนึ่ง ริมชายหาดท้องนายปานน้อย เกาะพงัน จ.สุราษฎร์ธานี ซึ่งหาดแห่งนี้เป็นชายหาดที่สวยงามมากหาดหนึ่งบนเกาะพงัน ผมเดินทางโดยรถทัวร์ VIP 24 ที่นั่ง เป็นนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกเกือบครึ่ง โดยรถทัวร์นี้ออกจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่ประมาณเวลา 20.15 น. โดยใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมงเศษๆ ไปจอดแวะที่ทับสะแก เพื่อรับประทานอาหารเย็น

ผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไปรับประทานอาหารเย็นที่นั่น แทนที่จะจอดแวะร้านอาหารที่ไม่ไกลจากรุงเทพฯ จะได้รับประทานมือเย็นจริงๆ ไม่ดึกเกินไป พอหลังจากรับประทานอาหารเสร็จขึ้นรถ ผู้โดยสารจะได้เตรียมตัวนอนหลับพักผ่อนได้ต่อเนื่อง แทนที่จะหลับตั้งแต่ขึ้นรถแล้วไปตื่นตอนเวลา 00.30 น. เพื่อรับประทานอาหารแล้วนอนต่อ ทางบริษัทรถทัวร์น่าจะพอหาร้านอาหารใกล้กรุงเทพฯ ในราคาค่าใช้จ่ายที่ใกล้เคียงกันได้นะครับ

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็หลับยาวไปตื่นนอนเวลา 07.00 น. ที่ท่าเรือดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี เพื่อลงจากรถไปขึ้นเรือเพื่อไปลงที่ท่าท้องศาลา เกาะพงัน โดยใช้เวลาบนเรือประมาณ 2 ชั่วโมง พอถึงฝั่งต้องจ้างรถสองแถวในราคา 900 บาท (จากราคาที่บอกมาทีแรก 1,500 บาท) สำหรับการเดินทางเพียง 45 นาที สำหรับผู้โดยสารเพียง 2 คน ดูเป็นการค้ากำไรเกินควรจริงๆ

จากประสบการณ์ เมืองท่องเที่ยวโดยเฉพาะทางทะเล เช่น ภูเก็ต สมุย พะงัน ฯลฯ ค่าใช้จ่ายในการเดินทางจะแพงกว่าปกติ โรงแรมที่ผมเข้าพักเป็นโรงแรมระดับ 5 ดาว มีพนักงานโรงแรมที่เป็นคนต่างชาติค่อนข้างมาก ผมประมาณว่ามีถึง 30% ซึ่งทั้งหมดมาจากคน Asean ซึ่งมีทั้งมาจาก ฟิลิปปินส์ กัมพูชา พม่า ลาว ส่วนแขกที่เข้าพัก 95% เป็นคนตะวันตก คนไทย 3% คนเอเชีย 2%

ผมเชื่อว่า หลังปี 2558 น่าจะเห็นคน Asean เข้ามาทำงานในไทยมากขึ้น เพราะว่าประเทศไทยขาดแคลนแรงงานค่อนข้างมาก ธุรกิจการท่องเที่ยวของไทยยังน่าสนใจ โดยดูได้จากปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเพิ่มขึ้นทุกปี ธุรกิจอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว น่าจะมีผลประกอบการดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนส่งทางอากาศ ซึ่งปัจจุบันมี 2 บริษัทสายการบินที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ และที่กำลังจะเข้าจดทะเบียนในตลาดอีก 2 บริษัท คือ นกแอร์ กับบางกอกแอร์เวย์ และสายการบินเล็กๆ ที่จะเปิดขึ้นมาใหม่อีก

เพื่อนของผมที่ทำธุรกิจด้านอสังหาริมทรัพย์และที่ปรึกษาทางการเงิน ก็กำลังจะเปิดบริษัทสายการบินเล็กๆ โดยจะเริ่มต้นจากเครื่องบิน 2 ลำ บินแบบ Chartered Flight ดูเหมือนจะเป็นธุรกิจที่หอมหวล จากประมาณการเดินทางที่มากขึ้นของพลเมือง Asean ด้วยกัน ทำให้ธุรกิจการบินโดยเฉพาะ Low Cost Airline น่าจะได้รับประโยชน์มาก แต่หลังจากรถไฟความเร็วสูง (High Speed Train) สร้างเสร็จ คาดว่าจะมีผู้โดยสารจำนวนมาก โดยเฉพาะเส้นทางในประเทศ จะเปลี่ยนจากการเดินทางโดยเครื่องบินมาเป็นรถไฟความเร็วสูงแทน

ถ้าพฤติกรรมของคนไทยเราเหมือนกับชาวญี่ปุ่นและยุโรป ลองคิดดูสิครับค่าใช้จ่ายในการเดินทางโดยเครื่องบิน เริ่มต้นจากค่า Taxi จากบ้านไปถึงสนามบินต้นทางบวกกับค่าตั๋วเครื่องบิน บวกกับค่า Taxi จากสนามบินปลายทางเพื่อเข้าไปในเมือง เมื่อเทียบกับค่ารถ Taxi จากบ้านไปสถานีรถไฟต้นทางบวกกับค่าตั๋วรถไฟ บวกกับค่า Taxi ไปจุดหมายปลายทาง ซึ่งโดยปกติสถานีรถไฟจะอยู่ในเมือง ขณะที่สนามบินจะอยู่นอกเมือง

ดังนั้น ค่า Taxi จะต่างกัน เมื่อคำนวณเปรียบเทียบแล้วราคาสูสีกัน ผมเชื่อว่าผู้โดยสารส่วนใหญ่ซึ่งรวมทั้งผมด้วย คงจะเปลี่ยนพฤติกรรมการเดินทางมาใช้รถไฟความเร็วสูงแทน เพราะว่าเวลาที่ใช้ในการเดินทางตั้งแต่ออกจากบ้านไปสนามบินต้นทาง (ก่อน Flight อย่างน้อง 1 ชั่วโมงสำหรับการเดินทางในประเทศและ 2 ชั่วโมงสำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ) ไปยังสนามบินปลายทางไปจุดหมายปลายทาง เมื่อเทียบกับเดินทางโดยรถไฟซึ่งนับตั้งแต่ออกจากบ้านไปสถานีรถไฟต้นทาง (แค่ไปถึงก่อนรถไฟออก 5 นาที ก็ทันถมเถแล้ว) ไปสถานีรถไฟปลายทางไปจุดหมายปลายทาง

การที่สถานีรถไฟมักอยู่ในเมืองทำให้ใช้เวลาเดินทางสั้นกว่า นอกจากนั้น ผู้โดยสารยังได้เห็นวิวข้างทาง ขณะที่เครื่องบินไม่มีเสน่ห์แบบนี้ ดังนั้นช่วง 1 ปี ก่อนที่ระบบรถไฟฟ้าความเร็วสูงทั่วประเทศไทยจะสร้างเสร็จ ผมแนะนำว่าควรจะลดการถือครองหุ้นกลุ่มนี้ลง

ธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการท่องเที่ยวที่คึกคัก ก็ยังมีธุรกิจท่าอากาศยาน ธุรกิจบริการน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับสายการบิน ธุรกิจโรงแรม และร้านอาหาร ธุรกิจห้างสรรพสินค้า ธุรกิจสปา โรงพยาบาล ซึ่งธุรกิจเกือบทั้งหมดที่ผมกล่าวถึง ก็ล้วนแล้วแต่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยธุรกิจโรงแรมบางบริษัทก็ทำธุรกิจร้านอาหารด้วย บางบริษัทก็ทำแต่ธุรกิจโรงแรม โดยบางบริษัทเปิดโรงแรมโดยมีแบรนด์ของตัวเอง และรับบริหารโรงแรมให้กับเจ้าของโรงแรมอื่นๆ

บางบริษัทไม่มีแบรนด์ของตัวเอง แต่ใช้บริการ Hotel Chain Management ของเครือข่ายโรงแรมสากล เข้ามาบริหารโรงแรมให้หลายๆ บริษัทนอกจากจะมีโรงแรมในประเทศแล้ว ยังขยายสาขาไปยังต่างประเทศ ทั้งสร้างเอง บริหารเอง หรือจ้างเชนโรงแรมใหญ่ๆ เข้ามาบริหารให้หรือเข้าไปบริหารโรงแรมในต่างประเทศก็มี ยิ่งไปกว่านั้นยังไปเทกโอเวอร์ Hotel Chain เมืองนอกก็มีเหมือนกัน

ส่วนธุรกิจร้านอาหาร นอกจากสร้างแบรนด์ของตัวเองแล้ว ยังมีบริการนำเข้า Franchise ร้านอาหารชื่อดังจากเมืองนอก โดยเฉพาะร้านอาหารญี่ปุ่นซึ่งกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากของผู้บริโภคชาวไทย

ส่วนธุรกิจห้างสรรพสินค้า เราเริ่มเห็นการขยายตัวอย่างรวดเร็วในต่างจังหวัด ปัจจุบันจังหวัดใหญ่ๆ ล้วนมีห้างสรรพสินค้าจากกรุงเทพฯ ไปเปิดเกือบหมดยิ่งไปกว่านั้น บางจังหวัดมีห้างสรรพสินค้าหลายๆ ห้างเสียด้วย จาก Urbanization ที่ผมเขียนถึงเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน

สิ่งที่เราไม่คิดว่าจะเห็น ก็ได้เห็น นั่นคือการไปเทกโอเวอร์ห้างสรรพสินค้าในอิตาลี และเดนมาร์กของเครือเซ็นทรัล ผมยังจำได้เลยว่าตอนหลังช่วงลดค่าเงินบาทที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในบ้านเรา เครือเซ็นทรัลยังต้องตัดใจขายหุ้นส่วนใหญ่ใน BigC ให้ Casino จากฝรั่งเศส และขายหุ้นส่วนใหญ่ใน Tops Supermarket ให้กับต่างชาติ และขายหุ้นใน Carrefour ให้กับ Carrefour ฝรั่งเศส

แต่หลังจากเศรษฐกิจไทยฟื้นตัว เครือเซ็นทรัลก็ได้ซื้อ Tops Supermarket กลับมา ดูแล้วเหมือนกับคำพังเพยว่า “สมบัติผลัดกันชม” จริงๆ ทางด้านธุรกิจสปา จากการไปใช้บริการค่อนข้างบ่อย ผมเริ่มสังเกตว่ามีคนต่างชาติโดยเฉพาะเขมรและลาว เข้ามาเป็น Therapist มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งฝีมือนวดของคนเหล่านี้ก็ไม่ได้ด้อยเมื่อเทียบกับ Therapist คนไทยเลย

สมัยก่อนเห็นแต่สปาไทยไปเปิดให้บริการที่ต่างประเทศ แต่ปัจจุบัน Spa จากประเทศจีนเข้ามาเปิดให้บริการในไทย และกำลังจะขยายสาขาเพิ่มขึ้นอีกในอนาคตอันใกล้ ส่วนธุรกิจโรงพยาบาล น่าชื่นใจนะครับ เรามี Hospital Chain ที่ใหญ่ติดอันดับต้นๆ ในเอเชียแปซิฟิก เรามีหลายโรงพยาบาลที่ได้รับ JCIA แสดงถึงความเป็นโรงพยาบาลที่มีคุณภาพ และบางโรงพยาบาลก็ไปสร้างชื่อเสียงในระดับโลกเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม แม้ธุรกิจทั้งหมดที่กล่าวมาดูมีแนวโน้มที่ดี แก่การที่จะตัดสินใจเข้าลงทุน ควรจะเปรียบเทียบดูมูลค่ากิจการว่า ณ ราคาปัจจุบันมีความน่าสนใจในการลงทุนมากน้อยเพียงไหน บางครั้งหุ้นที่ดีแต่แพลงก็ไม่ใช่หุ้นที่น่าลงทุนเสมอไปนะครับ

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่