
กทช.นับหนึ่งใหม่ ประมูลไลเซ่นส์ 3 จี
กทช.นับหนึ่งใหม่ ประมูลไลเซ่นส์ 3 จี ชี้ต้องการฟังความคิดเห็นรอบด้าน ยืนยันจบในสิ้นปีนี้
กทช.นับหนึ่งใหม่ ประมูลไลเซ่นส์ 3 จี ชี้ต้องการฟังความคิดเห็นรอบด้าน ยืนยันจบในสิ้นปีนี้
พ.อ.นที ศุกลรัตน์ กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ในฐานะประธานคณะกรรมการเพื่อการอนุญาตประกอบการให้บริการโทรศัพท์มือถือ 3 จี เปิดเผยว่า หลังจากกนี้อีก 2 เดือน กทช.จะได้หลักเกณฑ์เบื้องต้นเพื่อเปิดรับฟังความคิดเห็น (ประชาพิจารณ์) การออกใบอนุญาตให้บริการ (ไลเซ่นส์) 3 จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิร์ตซ อีกครั้ง
ทั้งนี้ เพื่อให้ได้ข้อมูลรอบด้านหลังจากการดำเนินการครั้งที่แล้วมีปัญหา แม้ว่าจะได้ข้อสรุปในระดับหนึ่งแล้ว คือ วิธีการประมูลไลเซ่นส์ 4 ใบ แบ่งเป็น 10 เมกะเฮิร์ตซ 3 ใบ และ 15 เมกะเฮิร์ตซ 1 ใบ ราคาเริ่มต้น ที่ 4,600 ล้านบาท และ 5,200 ล้านบาท แต่ก็ยังมีหลายฝ่ายไม่เห็นด้วย
พ.อ. นที กล่าวว่า แม้กระบวนการ ที่กทช.ชุดใหม่เข้ามาดำเนินการนั้นจะต้องใช้เวลานานกว่าการสานต่อสิ่งที่ชุดเดิมทำไว้ แต่หากใช้เวลานานแล้วมีความรอบคอบ ดีกว่าเร่งรัดให้เกิดขึ้นโดยเร็วแต่ไม่โปร่งใส อย่างไรก็ตาม กทช.ต้องการใหไลเซ่นส์ 3 จีเกิดขึ้นได้ภายในปีนี้อย่างแน่นอน
“ยืนยันว่าแนวทางการทำงานของคณะกรรมการฯ ไม่ใช่การนับหนึ่ง หรือรื้อใหม่ทั้งหมด แต่เป็นการทบทวนผลการศึกษาเดิมเพื่อใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพิจารณาก่อนปรับแผน เพราะประเด็นข้อทักท้วงต่างๆ ที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งสำคัญที่กทช.ต้องรับฟัง” พ.อ.นที กล่าว
สำหรับประเด็นหลักๆ ที่ได้รับการทักท้วง คือ ราคาประมูลเริ่มต้นที่กำหนดไว้เดิม ประเด็นอำนาจหน้าที่ทางกฎหมายของกทช.ที่ได้ส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ การที่เอกชนควรแปรสัญญาสัมปทานก่อนเข้าร่วมประมูล 3 จี ความคุ้มค่าในเชิงเศรษฐศาสตร์ ซึ่งกทช. จะต้องนำความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง ก่อนสรุปว่าจะเดินหน้าอย่างไร
พ.อ.นที กล่าวว่า การผลักดัน 3 จีให้เกิดขึ้นนั้นเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของกทช.ชุดนี้ ระหว่างที่รอการเกิดขึ้นของคณะกรรมการกำกับกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่กิจการ ร่าง พ.ร.บ.องค์กรจัดสรร คลื่นความถี่ และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ... ที่ยังไม่มีกรอบเวลาชัดเจนว่าจะเสร็จเมื่อใด
ด้านนายพนา ทองมีอาคม กรรมการกทช.กล่าวว่า ปัจจัยทางการเมืองที่อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลนั้น ไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงาน ของกทช. เนื่องจาก กทช.เป็นองค์กกรอิสร ซึ่งมีหน้าที่รับฟังฝ่ายการเมือง แต่ไม่ใช่การรับคำสั่ง ดังนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น 3 จีก็ยังคงเดินหน้าต่อไปอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ คณะกรรมการชุดดังกล่าว กทช.มีมติแต่งตั้งเมื่อวันที่ 2 เมษายนที่ผ่านมา ซึ่งประกอบด้วยกรรมการกทช. ผู้ทรงคุณวุฒิ จากสถาบันอุดมศึกษา สำนักงานอัยการสูงสุด องค์กรพัฒนาเอกชน และหน่วยงานด้านความมั่นคง และผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ







