
รถเมล์เอ็นจีวีใกล้ความจริง? ขสมก.ยันจัดซื้อ 3,183 คัน
โดย...วงศ์สุภัทร์ คงสวัสดิ์
โดย...วงศ์สุภัทร์ คงสวัสดิ์
หลังจากถูกดองมาเป็นเวลานานจนคนกรุงเทพฯ หลายคนถอดใจ เลิกหวังว่าจะมีรถเมล์เอ็นจีวีให้ บริการมากขึ้นในเวลาอันใกล้ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ก็ออกมาแจ้งว่าจะมีการนำโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง ในวันที่ 9 เม.ย.ที่จะถึงนี้
เพื่ออนุมัติให้ ขสมก.นำรถเมล์พลังงานสะอาดนี้มาให้บริการแก่ประชาชน เพิ่มเติมจากรถเมล์เอ็นจีวีที่เอกชนให้บริการอยู่บ้างแล้ว
อย่างไรก็ตาม ครม.จะเห็นชอบกับรายละเอียดที่เสนอไปหรือไม่ ยังเป็นเรื่องที่ต้องรอลุ้นกันอีกยก
ทั้งยังให้มีการศึกษาว่าจะจัดซื้อหรือเช่าซื้อ รถปรับอากาศจำนวน 4,000 คัน วงเงินกว่า 6 หมื่นล้านบาท ต่อมาให้ปรับปรุงโครงสร้างของขสมก.เพื่อฟื้นฟูองค์กรเพื่อให้ยืนได้บนลำแข้งของตนเอง แต่ผ่านมาหลายปี ก็ยังไม่สามารถเดินหน้าอย่างเป็นรูปธรรมได้ อีกทั้งได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้สศช.พิจารณารายละเอียดหลายต่อหลายรอบ
ล่าสุด เมื่อน.ส.ยิงลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีไปดูงานที่สวีเดน ก็มีแนวคิดให้ปรับการใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซเอ็นจีวีเป็น ED 95 แต่เมื่อศึกษารายละเอียดปรากฏว่า รถที่ใช้มีราคาสูง เชื้อเพลิงยังไม่มีในไทย ดังนั้น จึงเป็นที่มาของการปรับเปลี่ยนแนวคิดในร่างทีโออาร์ว่า จะต้องมีแผนรองรับวิกฤตพลังงานในอนาคต เปิดโอกาสให้การจัดซื้อรถเมล์ใหม่สามารถเลือกซื้อรถที่ใช้พลังงานทางเลือกอื่นได้ด้วย อย่างไรก็ตาม การเสนอโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีในวันที่ 9 เม.ย.นี้จะเป็นอีกครั้งที่หลายคนต้องรอลุ้นว่า เราจะได้ใช้รถเมล์ใหม่กันหรือไม่
โอภาส เพชรมุณี ผู้อำนวยการ ขสมก. เปิดเผยว่า ได้ชี้แจงรายละเอียดการดำเนินโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 3,183 คัน วงเงิน 13,162 ล้านบาท ให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พิจารณา เพื่อนำเข้าสู่ที่ประชุม ครม. วันที่ 9 เม.ย. ภายหลังที่ประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอ ครม.เศรษฐกิจ ที่มี กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน ให้ ขสมก.กลับไปแก้ไขรายละเอียดเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) จากที่ใช้ก๊าซเอ็นจีวีเพียงอย่างเดียว ให้สามารถใช้พลังงานทางเลือกอื่นได้
โครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีมีอาการสะดุดอยู่หลายครั้ง มีการปรับจำนวนและเงื่อนไขการจัดซื้อจัดหาอยู่หลายครั้ง ประกอบกับมีกรณีปรับปรุงโครงสร้างของ ขสมก.เข้ามาฉุดความคืบหน้าของโครงการ โดยมีการส่งเรื่องให้สศช.พิจารณารายละเอียดหลายต่อหลายครั้ง แม้ผ่านมาหลายปีก็ยังไม่สามารถเดินหน้าได้
ล่าสุดเมื่อ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ไปเยือนสวีเดน ก็มีแนวคิดให้ปรับการใช้เชื้อเพลิงจากก๊าซเอ็นจีวีเป็น ED95 แต่เมื่อศึกษารายละเอียดปรากฏว่า รถที่ใช้มีราคาสูง เชื้อเพลิงยังไม่มีในไทย ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการปรับเปลี่ยนแนวคิดในร่างทีโออาร์ว่าจะต้องมีแผนรองรับวิกฤตพลังงานในอนาคต เปิดโอกาสให้การจัดซื้อรถเมล์ใหม่สามารถเลือกซื้อรถที่ใช้พลังงานทางเลือกอื่นได้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ขสมก.ยืนยันว่า การใช้ก๊าซเอ็นจีวีถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุดในปัจจุบัน เนื่องจากหากมีการใช้ E85 ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำมันเบนซิน จะมีอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่าการใช้น้ำมันเบนซินปกติ 30% และหากใช้น้ำมัน ED95 ซึ่งมีส่วนผสมของน้ำมันดีเซล จะมีอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่าใช้น้ำมันดีเซลปกติ 50%
ดังนั้น ในสถานการณ์ปัจจุบันที่ได้มีการพิจารณาและทดสอบการสิ้นเปลืองทั้งสามแบบมาแล้ว จึงเห็นว่าการใช้ก๊าซเอ็นจีวีจะส่งผลดีมากกว่า ส่วนน้ำมัน E85 และ ED95 เป็นเรื่องของอนาคตอีกประมาณ 15 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่อาจจะเกิดวิกฤตพลังงาน ก็อาจจะปรับเปลี่ยนไปใช้เครื่องยนต์ดังกล่าวได้
“ปัจจุบันสถานีบริการ E85 มีประมาณ 20 แห่งทั่วประเทศ หากจะใช้เครื่องยนต์ดังกล่าว คงต้องเพิ่มสถานีบริการอีกมาก ส่วน ED95 ขณะนี้ยังไม่มีการผลิตน้ำมันออกมา และยังไม่มีเครื่องยนต์มารองรับ ทางผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นอยู่ระหว่างทดสอบการใช้เชื้อเพลิงดังกล่าว คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 5 ปี จึงจะทราบผลที่ชัดเจนว่าสามารถให้บริการได้อย่างมีประสิทธิภาพจริงหรือไม่” โอภาส กล่าว
นอกจากนั้น ราคาน้ำมัน E85 ยังสูงกว่า โดยอยู่ที่ลิตรละ 22 บาท แต่รัฐช่วยอุดหนุนอยู่ 10.9 บาท หากในอนาคตรัฐลดการอุดหนุน ก็จะมีต้นทุนที่สูงมาก ส่วน ED95 ยังไม่มีการผลิต ขณะที่ก๊าซเอ็นจีวี ราคา 13 บาทต่อกิโลกรัม และแนวโน้มราคายังไม่ปรับเพิ่มไปกว่านี้มาก
สำหรับการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี โอภาส กล่าวว่า ถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟู ขสมก. ซึ่งหากเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดก็จะช่วยลดต้นทุนพลังงานของรถ ขสมก.ให้ต่ำลง ลดต้นทุนด้านบุคลากร เนื่องจากจะเปิดให้เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด (เออร์ลี รีไทร์) รวม 2,400 คน และนำระบบอีทิกเก็ต ซึ่งเป็นระบบออกตั๋วโดยสารอัตโนมัติเข้ามาแทน จึงสามารถลดต้นทุน และลดการขาดทุนของ ขสมก.ลงได้
สำหรับแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.ได้กำหนดยุทธศาสตร์การปรับปรุงการบริหารจัดการและการ บริหารระบบขนส่งมวลชน 3 ยุทธศาสตร์ คือ 1.การลดค่าใช้จ่ายใช้เชื้อเพลิงที่มีต้นทุนต่ำ พัฒนาและจัดหาอู่จอดรถและสถานีเติมก๊าซธรรมชาติ ท่าปล่อยรถและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้โดยสาร พัฒนาและปรับปรุงเส้นทาง ให้มีระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ การปรับโครงสร้างองค์กร การเกษียณอายุก่อนกำหนด การจัดตั้งบริษัทลูกหรือหน่วยธุรกิจและการบริหารจัดการหนี้สิน ซึ่งขสมก.ได้มีการเตรียมการรองรับไว้แล้ว2.การเพิ่มรายได้ ซึ่ง ขสมก.คาดว่าหากได้รถเอ็นจีวีทั้ง 3,183 คันมาให้บริการ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายได้อีกประมาณ 3040% และ 3.การเพิ่มคุณภาพบริการ และจัดให้มีระบบตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติการเดินรถ (GPS)และการพัฒนาระบบการบริหารจัดการบุคลากร
อย่างไรก็ตาม การเสนอโครงการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีในวันที่ 9 เม.ย.นี้จะเป็นอีกครั้งที่หลายคนต้องรอลุ้นว่า เราจะได้ใช้รถเมล์ใหม่กันหรือไม่
ส่วน ครม.จะเห็นชอบกับรายละเอียดที่เสนอไปหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณา”นายโอภาส กล่าว
อย่างไรก็ตาม







