
ตลาดของเล่นส่อแววบูมสวนทาง‘ผู้ผลิตไทย’วูบ
เปิดเออีซีภาษีนำเข้าของเล่นเหลือ 5% ดันตลาดโต 20% ของเล่นไม้ไทยหนีตายค่าแรง แห่พึ่งเวียดนาม
เปิดเออีซีภาษีนำเข้าของเล่นเหลือ 5% ดันตลาดโต 20% ของเล่นไม้ไทยหนีตายค่าแรง แห่พึ่งเวียดนาม
นายสุทธิชัย เอี่ยมเจริญยิ่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิชิเวิร์ล ผู้ผลิตและนำเข้าของเล่น เปิดเผยว่า การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนปี 2558 จะทำให้โครงสร้างภาษีของเล่นนำเข้าไทยลดลงจาก 20% เหลือ 5% ส่งผลให้ตลาดของเล่นไทยขยายตัวเพิ่มจาก 10% เป็น 20%
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาของเล่นจึงมีราคาสูง ตลาดของเล่นจึงเติบโตน้อยกว่าประเทศเพื่อนบ้าน โดยมูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 9,000 ล้านบาท และคาดว่าปีนี้เติบโตกว่า 10% เพราะภาวะเศรษฐกิจดี ไม่มีภัยธรรมชาติ กำลังซื้อของคนดีขึ้น โดยในช่วงปิดเทอม หรือเดือน มี.ค.เม.ย.นี้ ตลาดโต 3040% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ
สำหรับแผนตลาดปีนี้บริษัทจะนำเข้าของเล่น 34 แบรนด์ และวางแผนจ้างผู้ผลิตของเล่นไม้ในเวียดนามผลิตสินค้าเพิ่มจาก 30% เป็น 50% ในปีหน้านี้ เพื่อลดต้นทุนจากค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท กระทบต้นทุนผลิตเพิ่มขึ้น ขณะที่โรงงานของเล่นไม้ของบริษัท จะรักษาการผลิตให้มีปริมาณลดลง
“ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จะกระทบผู้ผลิตที่ไม่มีแบรนด์ และต้องโยกฐานการผลิต เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ” นายสุทธิชัย กล่าว
ขณะเดียวกันจ้างผลิตของเล่นในเวียดนาม ยังรองรับกับแผนการรุกตลาดอาเซียน 4 ประเทศ ได้แก่ พม่า ลาว กัมพูชา และเวียดนาม เพื่อเข้าตลาดที่มีประชากร 200 ล้านคน โดยบริษัทรุกตลาดเวียดนามเป็นประเทศแรก ร่วมทุนกับนักลงทุนท้องถิ่นจัดตั้งบริษัทขึ้น เพื่อดำเนินธุรกิจจัดจำหน่ายของเล่นหลายแบรนด์
ล่าสุดบริษัทได้รับสิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่ายมอนสเตอร์ ไฮ ตุ๊กตาแฟชั่นนำเข้าอเมริกาในประเทศเวียดนาม สำหรับในไทยได้เปิดตัวในช่วงปิดเทอมจำหน่าย 6,000 ตัว และปีนี้นำเข้ามอนสเตอร์ไฮ 2หมื่นตัว ใช้งบตลาด 5 ล้านบาท จากงบรวม 30 ล้านบาท รายได้ปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 25% ไตรมาสแรกโต 10% ตามเป้าหมาย
น.ส.แคทลียา พิรุณเกียรติ ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท วันเดอร์เวิร์ล ผู้นำเข้าและผลิตของเล่นไม้วันเดอร์เวิร์ล เปิดเผยว่า ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทได้ปรับแผนการผลิตของเล่นไม้ ได้จ้างผู้ประกอบการเวียดนามผลิตสัดส่วน 20-30% รับมือกับค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท กระทบต่อต้นทุนผลิตสูงขึ้น
ขณะเดียวกันการจ้างผลิตในเวียดนาม มีข้อดี คือ ลดความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน จากค่าเงินบาทแข็งค่า กระทบต่อการส่งออก เพราะการผลิตเวียดนามใช้สกุลดอลล่าห์ ส่วนโรงงาน ที่ ปทุมธานี ไม่มีแผนลงทุนขยายกำลังผลิตเพิ่ม







