
นักศึกษาไทยในมาเลย์
มาเลเซียเป็นบ้านใกล้เรือนเคียงของไทย ที่ถือว่ามีความใกล้ชิดและมีพัฒนาการที่ใกล้เคียงกันมากแห่งหนึ่งในภูมิภาคนี้ แถมยังมีคนไทยไปใช้ชีวิตที่นั่นมากพอสมควร โดยเฉพาะคนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้
มาเลเซียเป็นบ้านใกล้เรือนเคียงของไทย ที่ถือว่ามีความใกล้ชิดและมีพัฒนาการที่ใกล้เคียงกันมากแห่งหนึ่งในภูมิภาคนี้ แถมยังมีคนไทยไปใช้ชีวิตที่นั่นมากพอสมควร โดยเฉพาะคนจากจังหวัดชายแดนภาคใต้
นอกจากคนไทยที่เป็นนักธุรกิจที่เข้าไปลงทุน และแรงงานที่ไปทำงานแล้ว มาเลเซียก็ยังเป็นแหล่งการศึกษาสำหรับนักเรียน นักศึกษาชาวไทยอีกจำนวนหนึ่ง รวมทั้ง ชัยวัฒน์ มีสันฐาน ที่ตอนนี้กลับมาเป็นอาจารย์สอนภาษามลายูของโครงการเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เมื่อหลายปีก่อน ชัยวัฒน์ ตัดสินใจเดินทางไปเรียนต่อระดับปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยมาลายา คณะการศึกษามาเลย์ ด้านภาษาสังคม เขาใช้ชีวิตการเป็นนักศึกษาต่างชาติที่มาเลเซียนาน 3 ปี ทำให้รู้จักคุ้นเคยและมีเครือข่ายเพื่อนฝูงที่มาเลเซีย
ปัจจุบันยังมีการติดต่อพบปะสังสรรค์กันอยู่ประมาณ 2 เดือนครั้ง เนื่องจาก ชัยวัฒน์ กำลังเรียนต่อปริญญาเอกที่นั่น
ชัยวัฒน์ เล่าว่า ชีวิตความเป็นอยู่ของนักศึกษาต่างชาติในมาเลเซียแรกๆ ยอมรับเลยว่า รู้สึกเหงามาก เพราะวัฒนธรรมการกิน การอยู่ รวมทั้งแนวคิดของคนมาเลเซียต่างจากไทยมาก
มาเลเซียมีความต่างของเชื้อชาติคนในประเทศเดียวกัน เพราะมีทั้งคนจีน คนอินเดีย และคนมาเลเซีย จึงทำให้เกิดการแข่งขันระหว่างกันสูง
รวมทั้งวิถีชีวิตการเข้าสังคมของคนมาเลเซียจะเป็นลักษณะมีความเป็นส่วนตัวสูง เมื่อเสร็จงาน เลิกเรียน ก็จะแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมัน ไม่มีการมานั่งเมาท์มอยกับเพื่อนบ้าน หากเข้าไปคุยกับชาวมาเลย์มากเกินไปก็จะกลายเป็นการตื๊อหรือละลาบละล้วงไป บรรยากาศแบบนี้เองจึงทำให้เด็กไทยที่อยู่ที่นั่นเกิดอาการ Culture Shock หรือความสับสนต่อวัฒนธรรมที่ไม่คุ้นเคย ต้องใช้เวลาเป็นเทอมกว่าจะปรับตัวให้ชิน
“ผมโชคดีที่อายุน้อยที่สุดในห้อง เลยได้รับการต้อนรับที่ดี และได้รับความเอ็นดูจากคนที่นั่น ช่วยเหลือดูแล พาไปหาที่กิน ที่เที่ยว และโชคดีที่คนที่นั่นมองผมเป็นคนต่างชาติ แม้ว่าหน้าตาจะดูเหมือนคนอินเดีย จึงทำให้ได้รับการดูแลที่ดี”
ส่วนเรื่องอาหารการกินนั้น อาหารมาเลเซียจะเน้นอาหารมันๆ ถั่วชนิดต่างๆ แต่ถือว่าโชคดีที่เป็นคนมุสลิมอยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหาในเรื่องอาหารการกิน แต่ถ้าเทียบกับเมืองไทยแล้ว อาหารไทยจะมีรสชาติจัดจ้านกว่า
คิดว่าหากเปิดใจรับซึ่งกันและกันได้ ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็มีความสุข!!!
ในฐานะอาจารย์สอนภาษามลายูตอนนี้ ชัยวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า รู้สึกขัดอกขัดใจมาก เวลาได้ยินใครบอกว่าเรียนหรือเปิดสอนภาษาบาฮาซากันทั่วเมือง ทั้งในหน่วยงานรัฐหรือสถาบันการศึกษา จนทำให้เกิดความสับสนว่า “ภาษาบาฮาซา” “ภาษามลายู” หรือ “ภาษาอินโดนีเซีย” เป็นภาษาเดียวกันหรือต่างกัน
แท้ที่จริงแล้ว ชัยวัฒน์ บอกว่า คำว่า “บาฮาซา” ในมาเลเซียและอินโดนีเซียมาจากรากศัพท์เดียวกัน ที่เป็นคำนามแปลว่า “ภาษา” ดังนั้นเวลาพูดก็จะต้องพูดให้จบว่า บาฮาซามาเลเซีย หรือบาฮาซาอินโดนีเซียจึงจะถูกต้อง
และแม้ว่าอินโดนีเซียและมาเลเซียจะใช้ภาษามลายูเป็นภาษาทางการเหมือนกัน แต่สำเนียงและคำศัพท์บางตัวก็ต่างกันมากเหมือนกัน
และนี่ก็คือมุมมองของอาจารย์ด้านภาษาของอาเซียนที่กำลังฮอตฮิตในยุคนี้







