posttoday
เคลื่อนกองทุนตั้งตัวได้เสริมแกร่งผู้ประกอบการ

เคลื่อนกองทุนตั้งตัวได้เสริมแกร่งผู้ประกอบการ

27 มีนาคม 2556

“โอฬาร”ชี้เทรนด์ธุรกิจอีก 20 ปีข้างหน้า ผู้ประกอบการหน้าใหม่ขนาดกลางและเล็กมาแรง

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

“โอฬาร”ชี้เทรนด์ธุรกิจอีก 20 ปีข้างหน้า ผู้ประกอบการหน้าใหม่ขนาดกลางและเล็กมาแรง พร้อมเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจสากลสู่อาเซียนแห่งแรกของประเทศไทยรองรับกองทุนตั้งตัวได้

ปัจจุบันการเคลื่อนตัวของเศรษฐกิจโลก ได้มุ่งไปยังผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก ซึ่งถือเป็น

แรงผลักดันสำคัญของระบบเศรษฐกิจใหม่ ดังนั้นการเสริมสร้างผู้ประกอบการให้แข็งแกร่งเพื่อเคลื่อนตัวตามไป จึงเป็นเรื่องจำเป็นที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหันกลับมามอง

โอฬาร ไชยประวัติ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีและประธานกรรมการบริหารกองทุนตั้งตัวได้ กล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “การเตรียมตัวผู้ประกอบการไทยสู่อาเซียน” ว่า ในอีก 2030 ปีข้างหน้า สภาพธุรกิจจะปรับเปลี่ยนจากธุรกิจขนาดใหญ่สู่การพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก และผู้ประกอบการหน้าใหม่แทน เพราะต่อไปสินค้าและบริการจะมีคุณภาพและความหลากหลายมากขึ้น เรียกง่ายๆ ว่าจะต้องเป็นสินค้าที่มีความเฉพาะ มีไอเดียความคิดที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่ของโหล สิ่งเหล่านี้จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการรายย่อยหน้าใหม่ที่กำลังก้าวเข้ามา

ขณะเดียวกันผู้ประกอบการเดิมต้องพัฒนาสินค้าและผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้มีความโดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง เพราะเมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 การเคลื่อนย้ายเงินทุน สินค้าและบริการจะง่ายขึ้น ถือเป็นโอกาสที่ผู้ประกอบการจะผลิตสินค้าป้อนตลาดอาเซียนเพิ่มขึ้น

รัฐบาลเล็งเห็นแนวโน้มดังกล่าว จึงได้ตั้งกองทุนตั้งตัวได้ โดยมีงบประมาณปี 2556 (เม.ย. 2556-ก.ย. 2557) วงเงิน 5,000 ล้านบาท เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการหน้าใหม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายขึ้น โดยให้ผู้ประกอบการกู้ดอกเบี้ยต่ำ 1% ต่อปี หากประสบความสำเร็จเชื่อว่ารัฐบาลจะจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเพิ่มขึ้นแน่นอน

ทั้งนี้ คาดว่ากองทุนตั้งตัวได้จะสามารถสร้างผู้ประกอบการใหม่ที่มีศักยภาพพร้อมที่จะออกไปแข่งขันได้ไม่น้อยกว่าปีละ 5,000 ราย มีเปอร์เซ็นต์การอยู่รอดไม่น้อยกว่า 50% และภายในอีก 20 ปีข้างหน้า คาดว่าจำนวนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจะเพิ่มขึ้นอีก 1 ล้านราย เป็น 34 ล้านราย จากปัจจุบันมี 2.9 ล้านราย

นอกจากนี้ ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตเปิดศูนย์วิจัยและพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจสากลสู่อาเซียน “Entrepreneurship Business Center for ASEAN : EBC for ASEAN” ของมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต ถือเป็นแห่งแรกของประเทศไทย เพื่อรองรับกองทุนตั้งตัวได้ของรัฐบาล และเป็นศูนย์บ่มเพาะวิสาหกิจต้นแบบให้กับสถาบันการศึกษาทั้งมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยอาชีวศึกษา 56 แห่งทั่วประเทศได้

รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์ ประธานที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต กล่าวว่า ศูนย์ดังกล่าวทำหน้าที่ค้นหาผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของกิจการ รองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน รวมถึงค้นหาอัจฉริยภาพของผู้ประกอบการว่าอยู่ระดับใด โดยจะใช้วิธีการสากลเพื่อคัดเลือกผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ ด้วยหลักสูตรลิขสิทธิ์สากลจากประเทศเนเธอร์แลนด์และสิงคโปร์ โดยมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิตหวังให้ศูนย์ดังกล่าวเป็นต้นแบบศูนย์กลางความร่วมมือของมหาวิทยาลัยต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน

“ระบบการศึกษาไทยที่บังคับให้เด็กต้องเรียนวิชาความรู้ขั้นพื้นฐานเหมือนกันหมด จึงทำให้คนไทยขาดหรือไม่รู้ตัวว่าแท้จริงแล้วอัจฉริยภาพของตัวเองอยู่ที่ไหน หากจะรู้ตัวส่วนใหญ่ก็ต้องออกนอกระบบไปศึกษาหาความรู้เอง ดังนั้นศูนย์วิจัยและพัฒนาผู้ประกอบการธุรกิจสากลสู่อาเซียนจะมีการสอนผู้ประกอบการให้เกิดการพัฒนาครบทุกมิติ ทั้งด้านจิตใจ คน งาน และเงิน” รศ.ดร.สุขุม กล่าว

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่