posttoday
สร้างมูลค่าเพิ่ม

สร้างมูลค่าเพิ่ม

22 มีนาคม 2556

หลังจากได้มีโอกาสเดินทางมาประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง มาครั้งนี้ ได้เพิ่มข้อสังเกตเกี่ยวกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ไปด้วย ซึ่งต้องยอมรับว่าญี่ปุ่น มีสินค้าพื้นเมืองหรือที่บ้านเราเรียกว่า “โอท็อป” จำนวนมาก

หลังจากได้มีโอกาสเดินทางมาประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง มาครั้งนี้ ได้เพิ่มข้อสังเกตเกี่ยวกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ไปด้วย ซึ่งต้องยอมรับว่าญี่ปุ่น มีสินค้าพื้นเมืองหรือที่บ้านเราเรียกว่า “โอท็อป” จำนวนมาก

สินค้าโอท็อปของญี่ปุ่นมีหลากหลายประเภท ทั้งเสื้อผ้า ชุดยูกาตะ ขนม อาหาร ไปจนถึงของเล่นล้วนแล้วแต่มีเอกลักษณ์ แสดงความโดดเด่นด้านวัฒนธรรมประจำชาติ ดูทันสมัย ที่สำคัญต้องยอมรับว่าคนญี่ปุ่นให้ความพิถีพิถันกับบรรจุภัณฑ์ หรือแพ็กเกจ ช่วยทำให้สินค้ามีคุณค่า เหมาะสมกับราคา

นอกจากนี้ คนญี่ปุ่นยังให้ความสำคัญกับการจัดแสดงสินค้า (ดิสเพลย์) หน้าร้าน พร้อมด้วยการสร้างสรรค์แพ็กเกจจิงที่สวยงาม การจัดวางขนมใน 1 กล่อง มีช่องแบ่งเป็นสัดส่วนน่าสนใจ และช่วยทำให้สินค้านั้นดูดีขึ้นโดยเฉพาะร้านค้าตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ จะเห็นการจัดวางสินค้าที่ดีมาก

ขณะที่คุณภาพของสินค้าไม่ต้องพูดถึง เพราะคนญี่ปุนพิถีพิถันเรื่องการสร้างสรรค์อาหารอยู่แล้ว ส่วนรสชาติจะถูกปากหรือไม่ อย่างไร ต้องพิสูจน์ แต่รับรองความปลอดภัย กินแล้วไม่ท้องเสียแน่นอน

บรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เล่าให้ฟังว่า อย่างกล้วยฉาบแผ่นของไทย ถ้าแยกทีละแผ่นแล้วใส่เป็นซองๆ รวมเป็นกล่อง จะขายได้ราคาดีกว่าที่ใส่รวมเป็นถุงๆ วางขายอยู่ในปัจจุบันนี้ แต่ก็ยังไม่เห็นมีใครทำสักที ทั้งที่จะช่วยเพิ่มมูลค่าสินค้าได้อย่างมาก

สินค้าไทย ถ้าใส่ใจเรื่องมูลค่าเพิ่มเหล่านี้ จะช่วยยกระดับสินค้าไทยได้มากยิ่งขึ้น เพราะเรื่องรสชาติอาหารไทย ขนมต่างๆ ได้รับการยอมรับอยู่แล้ว เหลือแต่แพ็กเกจจิง ที่ต้องพัฒนาให้สวยงามและมีความโดดเด่น และมีมาตรฐานเดียวกันทุกแหล่งท่องเที่ยว

สิ่งแรกผู้ประกอบการไทยควรจะต้องเปลี่ยน คือทัศนคติ มุ่งสร้างสรรค์ ใส่ใจรายละเอียดในทุกส่วนประกอบ อย่ามองเพียงแค่จะขายกันในประเทศ แต่ต้องมองการดึงเงินจากต่างชาติ ด้วยการยกระดับสินค้า สร้างมูลค่าเพิ่ม มาตรฐานใหม่ ทั้งเรื่องความสะอาด ความปลอดภัย ความสวยงาม ที่สำคัญต้องคงไว้ ซึ่งเอกลักษณ์ความเป็นไทย ดึงวัฒนธรรมออกมาขาย อย่างสร้างสรรค์

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังมีศิลปะในการตั้งราคาขายสินค้า เช่น ขายเหมา ชิ้นเดียวไม่ขาย หรือ ขายราคาเดียว แบบร้าน 100 เยน มีสินค้าหลากหลายให้เลือก ปัจจุบันโมเดลร้าน 100 เยน ก็ถูกนำมาใช้ในประเทศไทย เป็นร้าน 20 บาทบ้าง 30 บาทบ้าง แต่ในแง่การบริหารจัดการสินค้าในร้าน อาจยังสู้ร้านไดโซะไม่ได้

ทั้งหลาย ทั้งปวง เชื่อว่าผู้ประกอบการไทย สามารถแข่งขันได้ เพียงแต่ต้องเพิ่มมูลค่า คิดกลยุทธ์การขายสินค้าให้ดึงดูดใจ ใส่ใจเพิ่มอีกสักนิดจะช่วยกระดับสินค้าไทยให้ทัดเทียมกับนานาประเทศได้ และเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้เข้าประเทศได้ไม่น้อย

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่