
2 กูรูย้ำไร้วิกฤตไฟฟ้าจี้ปลดล็อคพลังงานหมุนเวียน
หลังจากกระทรวงพลังงานยืนยันแล้วว่าต้นเดือน เม.ย.นี้ จะไม่เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าตกหรือดับ แต่ก็ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้นเรื่อยๆ ว่า เรื่องนี้ถูกทำให้เป็นประเด็นจนประชาชนแตกตื่นเกินจริง
หลังจากกระทรวงพลังงานยืนยันแล้วว่าต้นเดือน เม.ย.นี้ จะไม่เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าตกหรือดับ แต่ก็ยังมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้นเรื่อยๆ ว่า เรื่องนี้ถูกทำให้เป็นประเด็นจนประชาชนแตกตื่นเกินจริง
ปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ อดีต รมว.พลังงาน กล่าวในงานเสวนาพิเศษ “วิกฤตพลังงาน เรื่องจริงหรืออิงมายา” จัดโดยศูนย์ข้อมูลและข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง (TCIJ) ว่า ไม่มีทางที่จะเกิดปัญหาไฟดับกับประเทศไทย แต่เห็นด้วยที่รัฐบาลจะหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ และหลากหลาย จากปัจจุบันที่พึ่งพาก๊าซธรรมชาติในการผลิตไฟฟ้ามากเกินไป
ทั้งนี้ การจะสร้างความยั่งยืนให้กับพลังงานของประเทศจะต้องเพิ่มบทบาทให้กับพลังงานหมุนเวียน โดยการลดอุปสรรคจากหน่วยงานกำกับต่างๆ ที่ปัจจุบันการขออนุญาตที่ยุ่งยาก จนทำให้มีผู้ประกอบกิจการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนตกค้างอยู่ราว 600 ราย รวมกำลังการผลิต 4,000 เมกะวัตต์ โดยเฉพาะจากผู้ผลิตรายเล็กและเล็กมาก หากระบบไม่เป็นอุปสรรคจะทำให้มีไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนเข้าสู่ระบบได้ถึง 1,000 เมกะวัตต์ในปีนี้
ทางแก้ไขปัญหาคือควรยุบสองกรรมการชุด คือคณะกรรมการบริหารมาตรการส่งเสริมการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียน กระทรวงพลังงาน ที่ออกระเบียบจำกัดรับซื้อไฟฟ้าแบบมีโควตา
และคณะกรรมการกลั่นกรองการพิจารณาอนุญาตโรงงานบางประเภทที่มีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม ตั้งโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ที่กำหนดว่าการผลิตไฟฟ้าเกิน 5 แรงม้าจะต้องมีการขอใบอนุญาตโรงงาน (รง.4) เกณฑ์ของคณะกรรมการทั้งสองชุดนี้เอื้อให้เกิดการวิ่งเต้นและไม่โปร่งใส
ชื่นชม สง่าราศี กรีเซน ผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้าและพลังงาน กล่าวว่า ไม่มีทางเกิดวิกฤตไฟฟ้าตกหรือดับได้ เพราะกำลังการผลิตไฟฟ้าในประเทศมีเพียงพอ และมีการแจ้งปิดซ่อมล่วงหน้าเป็นปี
นอกจากนี้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(เรกูเลเตอร์) ควรตรวจสอบสัญญาการรับซื้อก๊าซจากพม่าของ ปตท. มากกว่านี้ เพราะตามสัญญาหากมีการปิดซ่อมโดยรู้ล่วงหน้าจะต้องมีการส่งก๊าซให้ไทย 50% ของปริมาณจัดส่งตามสัญญา หรือหากไม่สามารถส่งก๊าซได้ก็ควรลดราคา 25% เพื่อไม่ให้ภาระตกอยู่กับประชาชนทั้งหมด
“เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่วิกฤตพลังงานไม่พอ แต่คือวิกฤตธรรมาภิบาลที่ทำให้เกิดการสมยอมกันทั้งระบบ”
ส่วนการเปิดประมูลรับซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชนรายใหญ่ (IPP) รัฐควรชะลอการเปิดประมูลในปีนี้ออกไป เนื่องจากมีเวลาก่อสร้างหลายปี เพื่อรอการจัดทำแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้า (PDP) ในการหาเชื้อเพลิงและสถานที่ที่เหมาะสมให้เสร็จก่อน เป็นการเปิดทางเลือกเชื้อเพลิงอื่นๆ โดยเฉพาะจากพลังงานหมุนเวียนให้เต็มที่ ก่อนจะมองถ่านหินเป็นลำดับสุดท้าย
ด้าน ประเสริฐ บุญชัยสุข รมว.อุตสาหกรรม ยืนยันว่า คณะกรรมการกลั่นกรองฯ ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเกิดโรงงานพลังงานหมุนเวียน และได้สั่งให้มีการพิจารณาเร็วและโปร่งใสที่สุด เพราะเข้าใจว่าเรื่องนี้เป็นยุทธศาสตร์ของประเทศในการสร้างความมั่นคงพลังงาน







