
กศน.สอนภาษาฟรีนำร่องก่อน11จังหวัด
กศน.สอนภาษาอังกฤษอาเซียนฟรี นำร่อง 11 จังหวัดทั่วไทย เสริมทักษะภาษาหญิงไทย 1.2 ล้านคน
กศน.สอนภาษาอังกฤษอาเซียนฟรี นำร่อง 11 จังหวัดทั่วไทย เสริมทักษะภาษาหญิงไทย 1.2 ล้านคน
นายทวีศักดิ์ เที่ยงธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) เปิดเผยว่า หลังจากที่สำนักงาน กศน.ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้ดำเนินการสมัครสมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ในปีนี้และปี 2557 สำนักงาน กศน. จะผลักดันโครงการเพิ่มศักยภาพของสตรีไทยด้านภาษาควบคู่กันไปด้วย เพื่อให้สตรีไทยพร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียน
การดำเนินการในปีนี้จะเริ่มต้นจาก 11 จังหวัดทั่วประเทศ ได้แก่ จ.เชียงใหม่ ตาก มุกดาหาร นครพนม ชลบุรี หนองคาย กรุงเทพฯ สุรินทร์ ระนอง ภูเก็ต และสงขลา โดยทุกจังหวัดจะมีหลักสูตรภาษาอังกฤษและภาษาจีนตั้งแต่ 40 ชั่วโมงขึ้นไป และมีหลักสูตรภาษาอาเซียนที่เหมาะสมกับจังหวัดนั้นๆ เช่น จ.หนองคาย และลาว มีหลักสูตรภาษาลาว
วิธีการเรียน แบ่งออกเป็น 3 ช่องทาง ได้แก่ 1.เรียนด้วยตัวเอง จากโปรแกรมการเรียนรู้ ชุดการเรียนการสอน หรือการโหลดแอพพลิเคชันสถานีวิทยุโทรทัศน์เพื่อการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ (ETV) 2.เรียนแบบทางไกล จากชุดการเรียน มีการสัมมนาผู้เรียนก่อนเข้าเรียนและก่อนจบหลักสูตร 3.เรียนแบบพบกลุ่ม โดยจัดระยะเวลาที่ผู้เรียนและวิทยากรสะดวกตรงกัน โดยการเรียนทุกรูปแบบผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
ทั้งนี้ ผู้เรียนสามารถนำประกาศนียบัตรจากหลักสูตรที่เรียนมาโอนหน่วยกิตวิชาดังกล่าวเทียบชั้นการศึกษาระดับต่างๆ ได้ด้วย ในปีนี้ ตั้งเป้าหมายว่าจะมียอดผู้หญิงเข้าเรียนหลักสูตรภาษาต่างๆ ทั่วประเทศและได้รับการยกระดับทั้งสิ้นไม่ต่ำกว่า 1.2 ล้านคน
นายทวีศักดิ์ กล่าวด้วยว่า กศน.ยังได้เปิดหลักสูตรพัฒนาทักษะ อาชีพ และความเป็นอยู่ของสตรีให้เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ด้วยโดยเฉพาะเรื่องการพัฒนาทักษะเพื่อผลิตสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (โอท็อป) โดยมีวิทยากรหลากหลายระดับ ตั้งแต่ปราชญ์ชาวบ้าน ผู้เชี่ยวชาญภูมิปัญญาท้องถิ่น
กศน.ยังมีนโยบายการดำเนินงานเพิ่มขีดความสามารถสตรีสู่อาเซียนอีก 5 โครงการ ได้แก่ 1.จัดตั้งศูนย์เรียนรู้สู่อาเซียนทั่วประเทศภายในปี 2557 2.จัดการเรียนรู้ นำเนื้อหาเรื่องอาเซียนมาสอนให้แก่นักศึกษา 3.บริการสื่อการเรียนรู้อาเซียนศึกษาภายในห้องสมุดและ กศน.ตำบล 4.บริการจัดการเรียนรู้เคลื่อนที่ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่ห่างไกล และ 5.จัดทำสื่อและหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อนำความรู้มาเทียบโอนกับการศึกษาขั้นพื้นฐาน







