posttoday
ปี'55บจ.ฟาดกำไร7.26แสนล.สูงเป็นประวัติการร์

ปี'55บจ.ฟาดกำไร7.26แสนล.สูงเป็นประวัติการร์

10 มีนาคม 2556

ชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ชนิตร ชาญชัยณรงค์ รองผู้จัดการ สายงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (SET) จำนวน 469 บริษัท หรือ 96.90% ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด 484 บริษัท มีกำไรสุทธิงวดปี 2555 จำนวน 7.26 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.67% จากปีก่อนและทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์

ขณะเดียวกันสามารถทำยอดขายได้กว่า 10.37 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.98% จากปีก่อนเช่นกัน ซึ่งยอดขายในระดับนี้ก็ทำสถิติสูงสุดและเป็นครั้งแรกที่มียอดขายในระดับนี้

“ยอดขายรวมของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มขึ้นต่อเนื่องทุกไตรมาสจากการบริโภคและลงทุนในประเทศที่ยังเติบโตแข็งแกร่ง รวมถึงยอดขายของ บจ.ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์กลุ่มน้ำมัน ก๊าซ และปิโตรเคมีเพิ่มขึ้นจากปริมาณการจำหน่ายและราคาที่สูงขึ้น”

ทั้งนี้ บริษัทจดทะเบียนที่มีกำไรสุทธิสูงสุด 5 อันดับแรก คือ บริษัท ปตท. (PTT) ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) และแอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC)

ในขณะที่กลุ่มอุตสาหกรรม 3 อันดับแรก จาก 8 กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีกำไรรวมปี 2555 สูงสุด ได้แก่ กลุ่มทรัพยากร กลุ่มธุรกิจการเงิน และกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง

ปี'55บจ.ฟาดกำไร7.26แสนล.สูงเป็นประวัติการร์

 

สำหรับ 84 บริษัทจดทะเบียนในตลาด mai ก็สามารถทำยอดขายทะลุ ระดับแสนล้านบาทเป็นครั้งแรกโดยมียอดขายรวม 1.07 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.71% จากปีก่อนและมีกำไรสุทธิรวม 5,872 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.1% จากปีก่อน ชี้ยอดขายและกำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ดันดัชนี mai Index เพิ่มขึ้นสูงสุดนับแต่ก่อตั้ง

ทรีนีตี้ขยับเป้าดัชนีปีนี้ 1,800 จุด

ดัชนีหุ้นไทยยังคงเดินหน้าทำสถิติสูงสุดในรอบ 19 ปีครั้งใหม่ เมื่อวันที่ 8 มี.ค. ที่ 1,571.28 จุด โดยปิดตลาดเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาที่ระดับ 1,566.92 จุด เพิ่มขึ้น 5.94 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นกว่า 7.20 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม สภาพตลาดที่ร้อนแรงและราคาหุ้นเกือบทุกบริษัทปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ล่าสุดบริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ ได้ปรับเพิ่มเป้าดัชนีปีนี้เป็น 1,800 จุด

วิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บล.ทรีนีตี้ เปิดเผยว่า ฝ่ายวิเคราะห์ของบริษัทได้ปรับเป้าดัชนีหุ้นไทยปีนี้ จากเดิม 1,650 จุด เป็น 1,800 จุด เพราะคาดเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติที่แท้จริง ยังไม่เข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยเต็มที่ แต่แนะนำให้ซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว เพราะมีโอกาสที่นักลงทุนต่างชาติจะขายทำกำไรก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน เพราะดัชนีหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นมามาก และมีโอกาสนำเงินกลับไปลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐอเมริกาได้ โดยเฉพาะช่วงปิดไตรมาสแรกถึงต้นไตรมาส 2

นอกจากนี้ มูลค่าการซื้อขายหุ้นไทยที่เฉลี่ยอยู่ 5-6 หมื่นล้านบาทต่อวัน จะช่วยให้กลุ่มธุรกิจหลักทรัพย์ปรับตัวดีกว่าตลาดได้ โดยมองมูลค่าการซื้อขายของตลาดจะยืนที่ระดับนี้ไปอีก 3-6 เดือนข้างหน้า

ธุรกิจการบินโผซบตลาดหุ้น

ตลาดหุ้นที่พุ่งทะยานเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญที่จะดึงดูดให้ธุรกิจต่างๆ เข้ามาระดมเงินทุนในตลาดหลักทรัพย์ เพื่อนำไปขยายกิจการและรองรับการแข่งขัน และชัดเจนอย่างยิ่งในส่วนของธุรกิจการบินที่ภายหลังจากสายการบินไทยแอร์เอเชีย เข้าระดมทุนเมื่อปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ธุรกิจสายการบินอื่นๆ เตรียมเข้ามาระดมทุนและจดทะเบียนในตลาดหุ้น

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า บริษัท สายการบินนกแอร์ ได้ยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิง เมื่อวันที่ 6 มี.ค. 2556) และพร้อมเสนอขายหุ้นสามัญแก่ประชาชน (IPO) จำนวน 187.50 ล้านหุ้น แบ่งเป็นหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท 125 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเดิม 62.50 ล้านหุ้น

สายการบินนกแอร์ เป็นสายการบินราคาประหยัด (Low-Cost Airline) ที่ให้บริการขนส่งทางอากาศ ซึ่งครอบคลุมเส้นทางการบินมากที่สุดในประเทศไทย โดย ณ วันที่ 28 ก.พ. 2556 ให้บริการเที่ยวบินทั้งหมด 23 เส้นทางการบิน ครอบคลุม 21 จุดหมายปลายทาง และมีเที่ยวบินทั้งสิ้น 497 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ และปี 2555 บริษัทมีรายได้หลักรวม 8,217.4 ล้านบาท กำไรสุทธิ 504.7 ล้านบาท

นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น หรือ AAV ผู้ถือหุ้นใหญ่สายการบินไทยแอร์เอเชีย คาดว่า รายได้ปี 2556 เติบโต 20-25% จากปีก่อนที่มีรายได้ 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งสูงขึ้นกว่าเดิมที่คาดว่าจะเติบโตตามภาพรวมอุตสาหกรรม เนื่องจากปีนี้บริษัทจะมีจำนวนเครื่องบินเพิ่มขึ้นในปีนี้ 7 ลำ เป็น 34 ลำ จากสิ้นปี 2555 อยู่ที่ 27 ลำ อายุเครื่องบินเฉลี่ย 2 ปี 8 เดือน และคาดว่าผู้โดยสารจะเพิ่มเป็น 10 ล้านคน จาก 8.3 ล้านคนในปีก่อน รวมทั้งเปิดเส้นทางบินใหม่ พร้อมเพิ่มความถี่เส้นทางบินเดิม

ขณะที่บางกอกแอร์เวย์สก็เตรียมที่จะนำธุรกิจเข้าตลาดหุ้นเช่นกัน

 

ข่าวล่าสุด

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร

แฮกเกอร์เจาะระบบตู้เย็นซูเปอร์มาร์เก็ตยุโรป เสียหาย 10 ล้านยูโร