
ธรรมาภิบาลยั่งยืน
ข้อดีของโครงการธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสถานประกอบการในมุมมองของกระผม
ข้อดีของโครงการธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสถานประกอบการในมุมมองของกระผม
จากหลักเกณฑ์ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสถานประกอบการ ซึ่งมีอยู่ 7 ประการ ได้แก่
1.ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร
2.ประชาชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา
3.ความโปร่งใส
4.ความรับผิดชอบต่อสังคม
5.นิติธรรม
6.ความยุติธรรม
7.ความยั่งยืน
เพื่อมุ่งไปสู่การจัดสมดุลแห่งความสัมพันธ์ระหว่าง 1) สถานประกอบการ อุตสาหกรรม 2) ประชาชน 3) ภาครัฐ ทั้งนี้เป็นเพราะประชาชนเกิดข้อสงสัยและกังวลเกี่ยวกับสถานประกอบการอุตสาหกรรมที่อยู่ในชุมชน เพราะไม่รู้ ไม่เข้าใจว่าสถานประกอบการอุตสาหกรรมที่ตั้งอยู่ใกล้กับชุมชน ผลิตอะไร มีกระบวนการผลิตอย่างไร ผลิตภัณฑ์คืออะไร มีวัตถุดิบ มีสารเคมี ของเสียจากกระบวนการผลิตส่งผลต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างไร
กังวลว่าจะเหมือนกับสถานประกอบการอื่นๆ ที่ปรากฏตามสื่อมวลชนต่างๆ หรือไม่ ประชาชนไม่มั่นใจในข้อวินิจฉัยของภาครัฐว่าจะสามารถตั้งอยู่บนความเป็นธรรมที่ประชาชนจะได้ประโยชน์แท้จริงหรือไม่
ประกอบกับประชาชนส่วนใหญ่ขาดข้อมูลองค์ความรู้ที่ถูกต้อง ทำให้ตกเป็นเครื่องมือตามกระแสข่าวหรือผู้นำที่ไม่ประสงค์ดีได้ง่าย และภาพลักษณ์ของนักลงทุนในมุมมองของคนทั่วไปเป็นผู้ที่แสวงหาผลกำไร ทำให้ประชาชนไม่ยอมรับสถานประกอบการอุตสาหกรรมและต่อต้าน เพราะเชื่อมั่นว่าจะเป็นต้นเหตุของปัญหามลภาวะ โรคภัย ความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน โดยเฉพาะสถานประกอบการที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำลำคลองก็จะขยายแนวร่วมแห่งความไม่ไว้วางใจได้โดยง่าย
กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งมีภารกิจทั้งด้านการส่งเสริมให้มีการเติบโตขยายตัวทางเศรษฐกิจและการกำกับดูแลเพื่อป้องกันปัญหาสิ่งแวดล้อมจากการประกอบการ จึงประสบความยุ่งยากในการทำงาน ดังนั้นเครื่องมือหนึ่งที่สามารถแก้ไขปัญหาข้างต้นได้อย่างดีคือ โครงการธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสถานประกอบการ เพื่อประสานความสัมพันธ์ของสามฝ่ายหลัก ซึ่งประกอบด้วย ภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ที่มีความร่วมมือร่วมใจกันอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อบรรลุถึงวัตถุประสงค์แห่งความยั่งยืนในสามด้าน ได้แก่
1) ด้านเศรษฐกิจ สถานประกอบการอุตสาหกรรมสามารถประกอบกิจการได้ สร้างสรรค์ผลผลิต ผลิตภัณฑ์นำมาซึ่งรายได้
2) ด้านสังคม สถานประกอบการอุตสาหกรรมได้รับการยอมรับและเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและชุมชน เพราะให้ความสำคัญในการมีส่วนร่วม โปร่งใส เป็นธรรม คืนประโยชน์ให้แก่สังคม
3) ด้านสิ่งแวดล้อม สถานประกอบการอุตสาหกรรมประกอบกิจการด้วยการปฏิบัติอย่างถูกต้องตามกฎหมายและข้อกำหนดต่างๆ ด้านสิ่งแวดล้อม ตระหนักถึงคุณค่าของพลังงานและทรัพยากร รวมถึงความพยายามในการประกอบกิจการที่จะลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
กระทรวงอุตสาหกรรม จึงได้นำเครื่องมือโครงการธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสถานประกอบการมาใช้กับโรงงานที่มีปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงและส่งผลอย่างมาก เช่น กรณีศึกษา คลองอู่ตะเภา ซึ่งเป็นลุ่มน้ำสายหลักของ จ.สงขลา อย่างจริงจัง โดยเริ่มตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา และปัจจุบันสถานการณ์ต่างๆ ที่รุนแรงได้คลี่คลายอย่างมาก
เกิดเครือข่ายร่วมทุกภาคส่วน ทั้งสถานประกอบการ เครือข่ายประชาชนเฝ้าระวังตลอดแนวคลอง เกิดการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในช่วงโรงงานประสบภัย เกิดแนวทางในการแก้ไขปัญหากิจการ อื่นๆ เช่น ฟาร์มสุกรมีกลิ่นเหม็น และนำหลักการธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสถานประกอบการมาใช้แก้ไขปัญหา เกิดเวทีแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างชุมชน โรงงาน และภาครัฐในการแก้ปัญหาร่วมกัน
แต่อย่างไรก็ตาม เครื่องมือดังกล่าวจะใช้ได้ดีและรวดเร็วกับชุมชนที่เดือดร้อนหรือมีปัญหาแท้จริง และมีจุดยืนร่วมกันที่จะแก้ปัญหาเท่านั้น แต่สำหรับชุมชนที่มีปัญหาลึกซึ้งมากกว่านี้ก็ต้องใช้เวลาพอสมควรในการทำความเข้าใจและแก้ไขปัญหา
สิ่งสำคัญยิ่งของการนำหลักธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมสถานประกอบการมาใช้กับโรงงานต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ครับผม!







