
เบี้ยบานหลงฤดู
การตั้งเป้าเติบโตสินเชื่อที่ค่อนข้างสูงของธนาคารพาณิชย์ในปีนี้ ทำให้ความจำเป็นในการระดมสภาพคล่องผ่านช่องทางที่มีต้นทุนต่ำอย่างเงินฝากสูงขึ้น
โดย...ดำรงเกียรติ มาลา
การตั้งเป้าเติบโตสินเชื่อที่ค่อนข้างสูงของธนาคารพาณิชย์ในปีนี้ ทำให้ความจำเป็นในการระดมสภาพคล่องผ่านช่องทางที่มีต้นทุนต่ำอย่างเงินฝากสูงขึ้น เพียงแต่การแย่งชิงสภาพคล่องในตลาดเงินฝากในปีนี้อาจไม่ใช่โจทย์ที่ทำได้ง่ายเหมือนเคย เพราะนักลงทุนต่างมองหาผลตอบแทนที่ดีกว่า
สมิทธ์ พนมยงค์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายเงินฝากและการลงทุน ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารอยู่ระหว่างติดตามภาวะความเคลื่อนไหวของเงินฝากในระบบ เนื่องจากพบว่ามีนักลงทุนบางส่วนโยกย้ายเงินฝากเข้าไปลงทุนในตลาดหุ้นซึ่งกำลังอยู่ในช่วงร้อนแรง ตลาดทองคำที่ราคาปรับลดลงและเหมาะกับการเข้าซื้อ รวมทั้งตลาดที่ดินตามแนวรถไฟฟ้าและตามแนวชายแดนที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝาก
“ปีที่ผ่านมาจะเห็นว่าเงินฝากระยะยาวที่ครบกำหนดแล้วไถ่ถอนออกเยอะ ซึ่งเราติดตามดูอยู่” สมิทธ์ กล่าว
ข้อมูลดังกล่าวสอดรับกับตัวเลขเงินฝากแยกตามขนาดและอายุของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งระบุว่า ในปีที่ผ่านมาทั้งระบบมีบัญชีเงินฝากทุกประเภทรวม 82.07 ล้านบัญชี เพิ่มขึ้น 4.6 ล้านบัญชี คิดเป็นปริมาณเงินฝากทั้งสิ้น 10.1 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1 ล้านล้านบาท หรือ 26.32% จากปีก่อนหน้า
ภาพรวมเงินฝากทุกประเภทและทุกอายุเติบโตเพิ่มขึ้นทั้งหมด ยกเว้นเงินฝากประจำนานกว่า 2 ปี มีปริมาณเงินฝากที่ลดลงถึง 1.99 แสนล้านบาท จากยอด 4.82 แสนล้านบาท
สมิทธ์ กล่าวว่า จากการติดตามดูภาวะเงินฝากของธนาคารในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ในช่วงเดือน ม.ค. เงินฝากเติบโตได้ค่อนข้างช้า แต่หลังจากธนาคารมีการเปิดตัวแคมเปญเงินฝากประจำพิเศษออกไปทำให้การเติบโตเงินฝากในเดือน ก.พ.เริ่มกลับมาเติบโตตามภาวะปกติ เชื่อว่าพฤติกรรมการลงทุนของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในขณะนี้ ส่วนหนึ่งมาจากการคาดการณ์ทิศทางดอกเบี้ยในปีนี้ ว่า จะมีแนวโน้มทรงตัวไปจนถึงสิ้นปี
ดังนั้น กลยุทธ์ระดมเงินฝากของธนาคารไทยพาณิชย์ในปีนี้ จะเน้นออกผลิตภัณฑ์เงินฝากที่มีความยืดหยุ่นสูง เช่น เงินฝากประจำที่มีลูกเล่นสามารถถอนได้ ซึ่งจะโปรโมตควบคู่ไปกับกองทุน หุ้นและตราสารประเภทต่างๆ ของบริษัทในเครือแบบครบวงจร
ขณะที่ กฤษณ์ จันทโนทก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานธุรกิจเงินฝาก การลงทุนและประกันภัยธนพัทธ์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา กล่าวว่า ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา พบว่าการเติบโตของเงินฝากในระบบยังค่อนข้างทรงตัว เป็นผลมาจากการที่ธนาคารหลายแห่งยังมีสภาพคล่องจากปีที่ผ่านมาเหลืออยู่ ประกอบกับประกาศคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้ตลาดยังไม่หวือหวา
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตั้งแต่เดือน มี.ค.เป็นต้นไป ธนาคารหลายแห่งจะทยอยปล่อยแคมเปญเงินฝากประจำพิเศษเข้าสู่ตลาด เนื่องจากฤดูกาลเติบโตสินเชื่อได้เข้ามาถึงแล้ว นอกจากนี้การระดมทุนของรัฐบาลในโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ที่จะเกิดขึ้นในช่วงกลางปีจะเข้ามาทำให้สภาพคล่องในระบบในช่วงครึ่งปีหลังตึงตัวขึ้น ทำให้ธนาคารหลายแห่งจำเป็นต้องเร่งตุนสภาพคล่องภายในครึ่งปีแรก
“ภายใน 12 สัปดาห์ข้างหน้า เงินฝากน่าจะกลับมาแข่งขันกันรุนแรงอีกครั้ง เพราะปีนี้แต่ละธนาคารตั้งแต่เติบโตสินเชื่อกันไม่ต่ำกว่า 10% ทำให้จำเป็นต้องหาสภาพคล่องมารองรับ ลูกค้ารายใหญ่อาจบวกดอกเบี้ยพิเศษเข้าไป ขณะที่ลูกค้ารายย่อยจะมีเงินฝากประจำ 2 ระยะ คือ 35 เดือน และ 913 เดือน เข้าทำตลาด” กฤษณ์ กล่าว
รอบสัปดาห์นี้ ธนาคารทิสโก้ได้ออกแคมเปญเงินฝากประจำ 4 เดือน ดอกเบี้ย 3.25%
ธนาคารกรุงไทยมีเงินฝากประจำ ดอกเบี้ย 3.47% และเงินฝากประจำ KTB Birthday @ Netbank ดอกเบี้ย 3.77% เงินฝากประจำ KTB Precious Plus Invite ดอกเบี้ย 3% ฝากขั้นต่ำ 5 หมื่นบาท
ขณะที่ธนาคารกรุงเทพออกเงินฝากประจำพิเศษ 10 เดือน ดอกเบี้ย 3% ฝาก 4 เดือน ดอกเบี้ย 2.50%
จากนี้ไปการแข่งขันในสนามเงินฝากจะทวีความรุนแรงขึ้นจนถึงจุดเดือดแน่นอน







