posttoday
ททท.ปั้นเยาวชนสนใจการท่องเที่ยว

ททท.ปั้นเยาวชนสนใจการท่องเที่ยว

06 มีนาคม 2556

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

จากยอดเงินบริจาคที่คนไทยทั่วสารทิศหลั่งไหลให้ความช่วยเหลือผู้ประสบเหตุคลื่นยักษ์สึนามิพัดถล่มบริเวณชายฝั่งทะเลอันดามันของประเทศไทยเมื่อปี 2547 ผ่านทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ถือเป็นจุดเริ่มต้นโครงการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยว

โดยครั้งนั้น ททท.นำร่องใน 3 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต กระบี่ และพังงา เปิดหลักสูตรสอนให้นักเรียนระดับชั้นประถมและมัธยมได้เรียนรู้ขั้นพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว

ล่าสุด ททท.ได้นำแนวคิดดังกล่าวมาต่อยอด โดยจัดทำโครงการหลักสูตรการเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยว ศูนย์การเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยวในห้องเรียน ผ่านความร่วมมือกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งมีอำนาจหน้าที่ตามแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2543 ตามมาตรา 16 กำหนดให้เทศบาลมีอำนาจจัดระบบการบริการสาธารณะเพื่อประโยชน์ของประชาชนในท้องถิ่น โดยภารกิจดังกล่าวมีเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวรวมอยู่ด้วย

โดย อภิชาติ อินทร์พงษ์พันธุ์ รองผู้ว่าการด้านบริหาร ททท. เล่าว่า โครงการดังกล่าวจะช่วยปลุกกระแสให้เยาวชนไทยเรียนรู้ถึงภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวตั้งแต่เยาว์วัย ซึ่งช่วยพัฒนาบุคลากรด้านการท่องเที่ยวให้มีความรู้ความสามารถ เพื่อรองรับการเติบโตด้านการท่องเที่ยวอย่างก้าวกระโดด

สำหรับแผนดำเนินการปีนี้ ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้คัดเลือกโรงเรียนระดับประถมและมัธยมในสังกัด จังหวัดละ 1 แห่ง เข้าร่วมโครงการ โดยคัดเลือกโรงเรียนทั้งหมด 84 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 84 พรรษา

ทั้งนี้ การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ดังกล่าว ออกแบบห้องเรียนพร้อมจัดทำหลักสูตรการสอนใน 4 หมวด ได้แก่ 1.ความรู้ทั่วไปด้านการท่องเที่ยว 2.การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน 3.การตลาดการท่องเที่ยว และ 4.การเผยแพร่โฆษณาและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว โดยกำหนดโครงสร้างเวลาเรียน แบ่งเป็นชั้นประถมศึกษา 40 ชั่วโมง/ปี มัธยมศึกษาตอนต้น 80 ชั่วโมง/ ปี และมัธยมศึกษาตอนปลาย 80 ชั่วโมง/ปี

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมจัดทำหลักสูตรการเรียนการสอนภาคท้องถิ่นทั้ง 5 ภูมิภาค เพื่อปรับการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับภูมิภาคและท้องถิ่นที่นักเรียนอาศัยอยู่

โดยหลักสูตรต่างๆ ที่คิดค้นขึ้นมา จะมีความสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การนำเสนอสินค้าทางการท่องเที่ยวของ ททท. ทำให้ภาพการพัฒนาบุคลากร รวมถึงสินค้าทางการท่องเที่ยวมีการเติบโตในทิศทางเดียวกัน

“ททท.จะให้การสนับสนุนโครงการนี้อย่างต่อเนื่อง โดยให้งบโรงเรียนละ 1 แสนบาท ขณะที่องค์กรส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่งให้ความสำคัญ และเห็นว่าโครงการนี้เป็นเรื่องของซีเอสอาร์ที่จะช่วยพัฒนาบุคลากรได้ตั้งแต่ระดับรากแก้วให้เติบโตได้อย่างมั่นคง ทำให้ท้องถิ่นร่วมสนับสนุนงบประมาณอย่างเต็มที่ ซึ่งในปีงบประมาณ 2557 ได้เตรียมของบอีกราว 10 ล้านบาท ในการสานต่อโครงการด้วย” อภิชาติ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ททท.เตรียมนำเสนอโครงการนี้ส่งเข้าประกวดงานพาต้า โก อะวอร์ด ด้านการท่องเที่ยวในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยประเทศไทยถือเป็นผู้นำด้านการพัฒนาบุคลากรในกลุ่มเยาวชนเป็นรายแรกในอาเซียน เพราะที่ผ่านมาการเรียนรู้ด้านการท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเน้นการเรียนการสอนในระดับอุดมศึกษามากกว่าระดับประถมและมัธยม

ททท.มั่นใจว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยพัฒนาเยาวชนไทยในระดับรากแก้วให้มีความรู้ความสามารถขั้นพื้นฐานในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การมีจิตสำนึกให้เยาวชนเป็นต้นแบบเจ้าบ้านน้อยที่ดีของจังหวัด เพื่อผลักดันให้การท่องเที่ยวของประเทศเติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป

อภิชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ททท.เตรียมร่วมมือกับสมาคมด้านการท่องเที่ยว สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) จัดคาราวานผู้ประกอบการทัวร์ลงพื้นที่ที่มีความพร้อม จัดทำเป็นเส้นทางทัวร์ท่องเที่ยวแห่งใหม่ เพื่อนำเสนอกับนักท่องเที่ยวคนไทยและต่างชาติ

สำหรับหลักสูตรการเรียนการสอนข้างต้น ททท.ได้สอดแทรกเนื้อหาการเรียนการสอนที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตชาวอาเซียนเข้าไปด้วย โดยได้จำลองการเรียนการสอน รวมถึงการสื่อสารขั้นพื้นฐานต่างๆ เช่น การสวัสดีตอนเช้าในแต่ละภาษา การแต่งกายในแต่ละประเทศ เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้ข้อมูลเหล่านี้ อีกทั้งเป็นการปลุกกระแสให้เยาวชนมีการตื่นตัวของการเปิดเออีซีในปี 2558 ที่จะเกิดขึ้นด้วย

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่