posttoday
ทันสถานการณ์

ทันสถานการณ์

06 มีนาคม 2556

ครม.เพิ่มเงินลงทุน กฟภ.

ครม.เพิ่มเงินลงทุน กฟภ.

นายภักดีหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 2556 มีมติเห็นชอบปรับปรุงกรอบวงเงินลงทุนแผนพัฒนาระบบไฟฟ้าในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 (พ.ศ. 2550-2554) ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จาก 6.71 หมื่นล้านบาท เป็น 9.01 หมื่นล้านบาท เนื่องจากราคาวัสดุก่อสร้างเพิ่มขึ้นจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และการปรับอัตราดอกเบี้ย ประกอบกับมีการเพิ่มเติมโครงการเร่งด่วนเข้าไปในแผนการลงทุน เช่น โครงการขยายเขตไฟฟ้าให้บ้านเรือนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ วงเงินลงทุน 2,045 ล้านบาท การลงทุนระบบสายส่งเคเบิลใต้น้ำ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี วงเงินลงทุน 3,994 ล้านบาท โครงการลงทุนระบบสายส่งเคเบิลใต้น้ำ เกาะพะงันและเกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี 2,520 ล้านบาท รวมทั้งยังเห็นชอบโครงการก่อสร้างระบบจำหน่ายด้วยสายเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะต่างๆ ที่มีไฟฟ้าใช้แล้ว

นอกจากนี้ ครม.มีมติเห็นชอบการดำเนินการโครงการก่อสร้างระบบจำหน่ายด้วยสายเคเบิลใต้น้ำไปยังเกาะต่าง ๆ ที่มีไฟฟ้าใช้แล้ว คือ เกาะมุกด์ เกาะสุกร และเกาะสิบง จ.ตรัง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่มีไฟฟ้าใช้ โดยอนุมัติผ่อนผันการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) สำหรับโครงการที่มีแนวโน้มก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ

อย่างไรก็ตาม กฟภ.ดำเนินการมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมตามรายงานการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (ไออีอี) อย่างเคร่งครัด เพื่อมิให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลโดยเฉพาะแหล่งหญ้าทะเล และระบบนิเวศป่าชายเลนในพื้นที่


บีโอไอดันลงทุนนอก

นายอุดม วงศ์วิวัฒน์ไชย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า จากการปรับยุทธศาสตร์ส่งเสริมการลงทุนใหม่ปี 25562560 นอกจากด้านสิทธิประโยชน์ต่างๆ แล้ว ยังเพิ่มบทบาทของบีโอไอในการส่งเสริมธุรกิจไทยไปลงทุนต่างประเทศ โดยบีโอไอได้ตั้งศูนย์พัฒนาการลงทุนไทยในต่างประเทศ (TOISC) เพื่ออบรมเตรียมความพร้อมนักลงทุนไทยเพื่อไปลงทุนในต่างประเทศ ซึ่งมีการอบรมไปแล้ว 4 รุ่น จำนวน 140 บริษัท มีผู้ผ่านการอบรมและเข้าไปลงทุนในต่างประเทศแล้ว 16 โครงการ

สำหรับรุ่นที่ 1 และ 2 ซึ่งมีผู้เข้าอบรมรวม 73 บริษัท มีการออกไปลงทุนใน 7 โครงการ เป็นกิจการโรงแรม และโรงงานผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูปในประเทศกัมพูชา และกิจการชิ้นส่วนยานยนต์และผลิตอาหาร ในอินโดนีเซีย

ส่วนรุ่นที่ 3 และ 4 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมโครงการรวม 67 บริษัท มีการออกไปลงทุน 9 โครงการ ได้แก่โรงไฟฟ้าชีวมวลในประเทศศรีลังกา 6 แห่ง ก่อสร้างโรงงานผลิตน้ำตาลและเครื่องสำอางค์ในอินโดนีเซีย และผลิตชาใบหม่อนในประเทศลาว

ทั้งนี้ จากข้อมูลตั้งแต่ปี 2550 2555 พบว่า พม่าเป็นประเทศที่ผู้ประกอบการไทยเข้าไปลงทุน เป็นอันดับ 1 มูลค่าการลงทุน 5,970 ล้านเหรียญสหรัฐ อันดับ 2 ประเทศสิงคโปร์ มูลค่าการลงทุน 3,708 ล้านเหรียญสหรัฐ และอันดับ 3 ประเทศฮ่องกง มูลค่าการลงทุน 2,639 ล้านบาท โดยอุตสาหกรรมที่เข้าไปลงทุนส่วนใหญ่คือ อุตสาหกรรมเหมืองแร่ การขุดเจาะปิโตรเลียม ประมง อาหารทะเล และค้าส่ง ค้าปลีก


เสริมไวไฟฟรีแท็บเล็ต ป.1

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เปิดเผยว่า ไอซีทีได้ลงนามกับบริษัท ทีโอที และ กสท โทรคมนาคม เช่าใช้บริการวงจรสื่อสารข้อมูลพร้อมอุปกรณ์ โครงการพัฒนาระบบโครงข่ายไร้สาย (ไวไฟ เน็ตเวิร์ก) มูลค่า 1,760 ล้านบาท เพื่อกระจายโครงข่ายไวไฟฟรีให้กับนักเรียน ป.1 ที่ได้รับแท็บเล็ตฟรีกว่า 8 แสนคนทั่วประเทศ เพื่อให้การใช้งานแท็บเล็ตเกิดประโยชน์ทางด้านการศึกษามากขึ้น หลังจากพบว่านักเรียนที่ได้รับแท็บเล็ตแต่ละโรงเรียนขาดความพร้อมด้านโครงข่ายไวไฟ ซึ่งทำให้การเรียนการสอนผ่านแท็บเล็ตไม่สัมฤทธิผลมากนัก โดยปัจจุบันมีนักเรียนได้รับแท็บเล็ตรวม 8.58 แสนเครื่อง มีโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 2.7 หมื่นแห่ง ทั้งนี้โครงข่ายไวไฟจะมีความเร็วไม่ต่ำกว่า 4 เมกะบิตต่อวินาที กำหนดผู้ที่มีสิทธิใช้งานคือ นักเรียน ครู และบุคลากรของโรงเรียน รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่จะได้ใช้งานผ่านโครงการ ไอซีที ฟรี ไวไฟ ด้วย โดยการดำเนินการจะเป็นรูปแบบกิจการร่วมค้าเพื่อวางระบบโครงข่ายไวไฟ เน็ตเวิร์ก

สำหรับการดำเนินการของทีโอทีและกสทฯ นั้น จะเป็นในรูปแบบกิจการร่วมค้าเพื่อวางระบบโครงข่ายไวไฟ เน็ตเวิร์ก และรวมการบริหารจัดการจากศูนย์กลางที่ง่ายต่อการควบคุมดูแล

การตรวจสอบติดตาม และการแก้ไขปัญหาต่างๆ โดยการติดตั้งอยู่บนโครงข่ายเพื่อให้บริการอินเทอร์เน็ตของโรงเรียนต่างๆ ซึ่งเป็นโครงข่ายของกระทรวงศึกษาธิการ มีความเร็วไม่ต่ำกว่า 4 เมกะบิตต่อวินาที แลผู้ที่มีสิทธิ์ใช้งานคือ นักเรียน ครู และบุคลากรของโรงเรียน รวมทั้งประชาชนทั่วไปที่จะได้ใช้งานผ่านโครงการ ไอซีที ฟรี ไวไฟ ด้วย

ทั้งนี้ ตามงบประมาณดังกล่าวมีสัญญา 300 วัน เบื้อองต้นให้บริการเฉพาโรงเรียนในสังกัด สพฐ.ก่อน แต่ไอซีทีมีนโยบายกระจายโครงข่ายไวไฟฟรีครอบคลุมทุกโรงเรียนที่มีอยู่ทั้งหมด 43,258 แห่ง ซึ่งได้ยื่นของบประมาณปี 2557 ไว้ที่ 4,250 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม หลังาสิ้นสุดสัญญาแล้วขึ้นอยู่กับมติครม. ว่าจะให้ขยายต่อหรือไม่ เนื่องจาการจัดซื้อและเช่าโครงข่ายของภาครัฐ ครม. มีนโยบายให้หน่วยงานรัฐทั้งหมดใช้โครงข่ายร่วมกันเพื่อประหยัดงบประมาณกการจัดซื้อ โดยปีที่ผ่านมาภาครัฐใช้งบในการเช่าวงจรประมาณ 5,0006,000 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่