
ค่ายมือถือ กสทช. พร้อมรับ 3จี หรือไม่?
โทรศัพท์มือถือไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่กับการให้บริการ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือเตรียมพร้อมเปิดให้บริการในช่วงปลายเดือน มี.ค.หรือ เม.ย.นี้
โทรศัพท์มือถือไทยกำลังก้าวเข้าสู่จุดเปลี่ยนครั้งใหญ่กับการให้บริการ 3จี บนคลื่นความถี่ 2.1 กิกะเฮิรตซ์ ซึ่งผู้ประกอบการโทรศัพท์มือถือเตรียมพร้อมเปิดให้บริการในช่วงปลายเดือน มี.ค.หรือ เม.ย.นี้
สิ่งที่คนไทยจะได้รับจาก 3จี คือ บริการรับส่งข้อมูลด้านภาพและเสียงที่เร็วมากขึ้น 3-6 เท่า จาก ระบบ 2จีในปัจจุบัน นอกจากนั้นสัญญาณรบกวนยังต่ำสามารถใช้ได้กับทุกเทคโนโลยีทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผู้บริโภคสามารถใช้ข้อมูลได้รวดเร็วมากขึ้น ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น และผู้ประกอบการมีลูกค้าใช้บริการมากขึ้น
ปัจจุบันจำนวนหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่ผู้ประกอบการขอเปิดใช้ในระบบมีจำนวน 144 ล้านเลขหมาย แต่มีหมายเลขประมาณ 80-90 ล้านเลขหมายที่เปิดบริการจริงอยู่ และส่วนใหญ่เป็นการให้บริการระบบ 2จี
ส่วนการเปิดให้บริการ 3จี ในเดือน มี.ค.นี้ มี 3 ค่ายมือถือ ที่ได้ขอหมายเลขโทรศัพท์รวม 26 ล้านเลขหมาย แบ่งเป็น บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค ในเครือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำนวน 14 ล้านเลขหมาย บริษัท ดีแทค เน็ทเวอร์ค ในเครือบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (ดีแทค) จำนวน 8 ล้านเลขหมาย และบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ ในกลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น จำนวน 4 ล้านเลขหมาย
คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กำหนดค่าบริการเชื่อมโยงเครือข่าย (ค่าไอซี) อัตรานาทีละ 45 สตางค์ สำหรับบริการรับสายและโทรออก เป็นอัตราชั่วคราว 1 ปี สำหรับผู้ใช้บริการ 3จี และผู้ให้บริการจะต้องลดค่าบริการลง 15% ดังนั้นหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกเปลี่ยนไปใช้บริการ 3จี ก็ได้รับค่าบริการลดลงตามไปด้วย
ทั้งนี้ โทรศัพท์มือถือส่วนใหญ่ในตลาดเกิน 90% จะรองรับ 3จี ได้อยู่แล้ว มีเพียง 10% ที่ไม่รองรับเทคโนโลยี 3จี
ร.ท.เจษฎา ศิวรักษ์ นักวิชาการด้านโทรคมนาคม ให้ความเห็นว่า มีเพียงมือถือรุ่นเก่าที่ไม่สามารถเปลี่ยนรองรับเทคโนโลยี 3จี ได้ โดยส่วนใหญ่จะอยู่บนคลื่นความถี่ 900 และ 1800 และซื้อก่อนปี 2547 ที่โทรศัพท์จะไม่รองรับเทคโนโลยีใหม่คือจะเป็นรุ่นที่รับเฉพาะเทคโนโลยีได้เพียงด้านเดียว ดังนั้นจะมีผู้บริโภคบางส่วนที่ไม่ได้รับสิทธิค่าบริการที่ถูกลง
แนวทางแก้ไข คือ ผู้ประกอบการควรแจกเครื่องใหม่ให้ผู้บริโภค (ซับซิไดซ์) โดยราคารุ่นดังกล่าวอยู่ประมาณ 1,000 บาทขึ้นไป และเนื่องจากการให้บริการ 3จี เป็นการเปิดตลาดใหม่ ทำให้ไม่มีผู้นำในตลาดมาก่อน ทุกรายจึงต่างช่วงชิงที่จะขึ้นเป็นผู้นำในตลาดให้ได้ คาดว่า ตลาดโทรศัพท์มือถือของไทยในเวลาการเปิดให้บริการ 3 จีจะมีการแข่งขันรุนแรงมากขึ้น ทุกรายจึงน่าจะจัดโปรโมชันกระตุ้นให้ลูกค้าใช้บริการมากที่สุด
แต่หากค่ายมือถือไม่ยอมที่จะแจกเครื่องให้แก่ผู้ประกอบการ ผู้บริโภคอาจจะมีความจำเป็นต้องเตรียมเงินไว้สำหรับซื้อมือถือรุ่นใหม่เอง โดยเฉพาะลูกค้าในต่างจังหวัดที่อาจจะมีบางส่วนใช้มือถือรุ่นเก่า และไม่ต้องการจะใช้เทคโนโลยี 2จี ต่อ
ขณะเดียวกัน ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ระบุว่า กสทช.เตรียมเดินสายให้ความรู้แก่ประชาชนว่าโทรศัพท์มือถือรุ่นใดที่ไม่รองรับ 3จี โดยจะจัดรถเคลื่อนที่ออกในพื้นที่ต่างๆ เน้นต่างจังหวัดเป็นหลัก เพราะการคุ้มครองผู้บริโภคเป็นแผนงานประจำปีของ กสทช.ที่ประกาศไว้
นอกจากจะต้องดูแลลูกค้ากลุ่มที่มือถือไม่รองรับ 3จี แล้ว กสทช.และค่ายมือถือ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างลงทุนพัฒนาโครงข่ายการให้บริการ 3จี แก่ผู้ใช้บริการ 26 ล้านเลขหมาย ต้องดูแลไม่ให้เกิดปัญหาคุณภาพสัญญาณขัดข้องได้!!!







