posttoday
"ที่ปรึกษาด้านการประกันภัย"อาวุธสู้AEC

"ที่ปรึกษาด้านการประกันภัย"อาวุธสู้AEC

27 กุมภาพันธ์ 2556

ภาครัฐและเอกชนในธุรกิจประกันภัย กำลังต้องการแรงงานที่มีความรู้ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดเสรีประกันภัย ที่เหลือเวลาเพียง 2 ปี เพราะเมื่อเริ่มต้นปี 2558 ต้องกระโจนเข้าสู่เวทีการค้าที่มีคู่แข่งเพิ่มขึ้นเป็น 10 ประเทศ ตลาดที่มีผู้บริโภค 600 ล้านคน

ภาครัฐและเอกชนในธุรกิจประกันภัย กำลังต้องการแรงงานที่มีความรู้ครอบคลุมทุกด้าน เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดเสรีประกันภัย ที่เหลือเวลาเพียง 2 ปี เพราะเมื่อเริ่มต้นปี 2558 ต้องกระโจนเข้าสู่เวทีการค้าที่มีคู่แข่งเพิ่มขึ้นเป็น 10 ประเทศ ตลาดที่มีผู้บริโภค 600 ล้านคน

ประเวช องอาจสิทธิกุล เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กล่าวว่า ขณะนี้ภาครัฐและภาคเอกชนต่างต้องการผู้ที่จบหลักสูตรที่ปรึกษาด้านการประกันภัย (Chartered Insurance Advisor : CIA) เตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการเปิดเสรีประกันภัยในปี 2558 และสามารถแข่งขันกับประเทศในอาเซียนได้

คนกลุ่มนี้จะมีความรู้พิเศษที่ครอบ คลุมด้านกฎหมายว่าด้วยการประกันภัยและสถาบันการเงิน การบริหารความเสี่ยงกับธุรกิจประกันภัย การบัญชีสำหรับที่ปรึกษาด้านการประกันภัย การบริหารจัดการแผนการประกันภัยอย่างเป็นระบบ

ขณะที่ประชาชนจะได้ที่ปรึกษาด้านการประกันภัยที่ให้บริการอย่างมืออาชีพ และมีความน่าเชื่อถือ ผู้ที่เข้าอบรมหลักสูตรนี้ต้องมีใบอนุญาตทั้งการประกันชีวิตและประกันวินาศภัย ที่ใบอนุญาตใบหนึ่งต้องผ่านการต่ออายุครั้งที่ 4 และอีกใบต้องผ่านการต่ออายุครั้งที่ 2 และไม่เคยมีประวัติถูกร้องเรียน เป็นการเสริมสร้างศักยภาพและความน่าเชื่อถือให้กับคนกลางประกันภัยมีมาตรฐานเทียบชั้นสากล

นอกจากนี้ คปภ.ยังต้องการที่ปรึกษาด้านการประกันภัยเป็นวิทยากรถ่ายทอดความรู้ให้กับคนอื่นๆ ที่สนใจเข้ามาอบรมกับองค์กร สถาบันที่ได้รับความเห็นชอบจาก คปภ. เป็นเวลา 3 ปี

บุญชัย หรูตระกูล อดีตนายกสมาคมตัวแทนประกันชีวิตและที่ปรึกษาการเงิน มองว่าที่ปรึกษาด้านการประกันภัยต้องมีความรู้รอบด้าน บริหารความเสี่ยงที่อยู่รอบตัวได้อย่างมืออาชีพ ทำให้ประชาชนมีหลักประกันสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัว ลดการใช้สวัสดิการของรัฐ ช่วยประหยัดงบประมาณฯ ได้ในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม ด้วยคุณสมบัติที่กำหนดไว้ และเวลาในการอบรม ทำให้มีผู้ที่เข้ามาอบรมหลักสูตรนี้เพื่อยกระดับเป็นที่ปรึกษาด้านการประกันภัยมีน้อย ซึ่งผ่านมา 3 รุ่น มีผู้จบหลักสูตรเพียง 34 คนเท่านั้น จึงอยากให้ผู้ที่มีคุณสมบัติเข้าอบรมมากขึ้น ช่วยกันพัฒนาอาชีพตัวแทน

แม้แต่คนในวงการกองทุนรวมอย่าง สายสมร ผ่องบรรเจิด รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.บัวหลวง ยังมองว่าที่ปรึกษาด้านการประกันภัย มีความสำคัญในการบริหารความเสี่ยงในชีวิตและทรัพย์สินแก่ลูกค้า หากเป็นผู้ที่มีความรู้ก็สามารถดูแลชีวิตลูกค้าให้เกิดความมั่นคงในอนาคตได้

สายสมร แนะนำว่า ก่อนที่จะลงทุนเพื่อสร้างความมั่งคั่ง และวางแผนเพื่อการเกษียณ ประชาชนควรจะซื้อประกันชีวิตและประกันภัยก่อน เพื่อคุ้มครอง ชีวิต สุขภาพ หนี้ และอนาคตของลูก

ช่วง 2 ปีที่เหลือ การสร้างกำลังคนที่มีความรู้ความสามารถรอบด้าน ถือเป็นภารกิจสำคัญของธุรกิจประกันภัย เพื่อเตรียมพร้อมในการแข่งขันกับกลุ่มประเทศอาเซียนที่จะเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ข่าวล่าสุด

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่

จากพลังงานสู่พลังชุมชน ปตท. ปั้น 44 “ช่างชุมชน” รุ่นที่ 12 ต่อยอดพลังงานสะอาดให้ตอบโจทย์พื้นที่